เลี้ยงปลาหมอไทย ในบ่อดินดูแลง่ายโตไว

เลี้ยงปลาหมอไทย ในบ่อดินดูแลง่ายโตไว

เลี้ยงปลาหมอไทย

ปลาหมอไทย เป็นปลาที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากเป็นปลาที่มีรสชาติดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ สามารถปรับตัวเจริญเติบโตเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นน้ำกร่อยได้ และทนทานต่อสภาพแวดล้อมอื่นๆ ได้มีอวัยวะพิเศษช่วยหายใจ ในปัจจุบัน มีเกษตรกร เลี้ยงปลาหมอไทย กันมากขึ้น แนวโน้มของการเลี้ยงในอนาคตมีลู่ทางแจ่มใส เป็นปลาที่มีความอุดทน สามารถเลี้ยงแบบหนาแน่นทั้งในแบบบ่อทั่วไป หรือนากุ้งในพื้นที่น้ำจืด และหากมีการจัดการบ่อที่เหมาะสมถูกต้องแล้ว จะมีปัญหาเรื่องโรคระบาดน้อย




 

การเลือกสถานที่เลี้ยง เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลให้การเลี้ยงปลาหมอไทยประสบผลสำเร็จ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ลักษณะดิน ควรเป็นดินเหนียว หรือดินเหนียวปนทราย น้ำไม่รั่วซึมสามารถเก็บกักน้ำได้ 4 – 6 เดือน ไม่ควรเลือกพื้นที่ที่เป็นดินทรายหรือดินปนกรวด
  • ลักษณะน้ำ พื้นที่เลี้ยงควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำลำคลองที่มีน้ำตลอดปี หรืออยู่ในเขตชลประทาน หากเป็นพื้นที่ที่อาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียวควรพิจารณาปริมาณฝนที่ตกในรอบปีด้วย
  • แหล่งพันธุ์ปลา เพื่อความสะดวกในการลำเลียงปลามาเลี้ยง พื้นที่เลี้ยงไม่ควรอยู่ห่างไกลจากแหล่งพันธุ์ปลา
  • ตลาด แม้ว่าหลังจากจับปลาขายจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงปากบ่อแต่หากพื้นที่เลี้ยงอยู่ใกล้ตลาด จะทำให้ได้เปรียบในการขนส่งผลผลิตเพื่อการจำหน่าย

เลี้ยงปลาหมอไทย

การเตรียมบ่อเลี้ยง

เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อผลผลิตที่จะได้รับอันหมายถึงกำไรหรือขาดทุนของผู้เลี้ยง ขั้นตอนการเตรียมบ่อก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยงสามารถทำได้ ดังนี้

1. สูบน้ำออกจากบ่อให้แห้ง

จะช่วยกำจัดศัตรูปลาที่มีอยู่ในบ่อ หลังจากสูบบ่อแห้งแล้ว หว่านปูนขาวในขณะที่ดินยังเปียก ในอัตรา 60 – 100 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อปรับสภาพความเป็นกรด – ด่างของดิน

2. กำจัดวัชพืชและพันธุ์ไม้น้ำที่มีอยู่ในบ่อ

ซึ่งจะเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของศัตรูปลาหมอไทย เช่นปลาช่อน กบ และงู เป็นต้น และทำให้ปริมาณออกชิเจนที่ละลายน้ำลดลง เนื่องจากพืชน้ำใช้ออกซิเจนในการหายใจเช่นเดียวกับปลา นอกจากนี้การที่มีพืชน้ำอยู่ในบ่อเป็นจำนวนมากจะเป็นอุปสรรคต่อการให้อาหารและการวิดบ่อจับปลา

3. การตากบ่อ

จะทำให้แก๊สพิษในดินบางชนิดสลายตัวไปเมื่อถูกความร้อนและแสงแดด ทั้งยังเป็นการฆ่าเชื้อโรค และศัตรูปลาที่ฝังตัวอยู่ในดิน ใช้เวลาในการตากบ่อ 2 – 3 สัปดาห์

4. สูบน้ำเข้าบ่อ

ให้ได้ระดับ 60 – 100 เซนติเมตร ทิ้งไว้ 2 – 3 วันก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยง ใช้อวนไนล่อนสีฟ้ากั้นรอบบ่อให้สูงจากพื้นประมาณ 90 เซนติเมตร เพื่อป้องกันปลาหลบหนีออกจากบ่อ โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตก

การปล่อยปลาลงเลี้ยงและอัตราปล่อย การปล่อยปลาหมอไทยลงเลี้ยงทำได้ 2 วิธี คือ

  • การปล่อยปลานิ้ว ปล่อยปลาขนาด 2 – 3 เซนติเมตร ในอัตราความหนาแน่น 50 ตัวต่อตารางเมตร ควรปล่อยลูกปลาลงบ่อในช่วงเข้าหรือเย็น ระดับน้ำในบ่อไม่ควรต่ำกว่า 60 เซนติเมตร ก่อนปล่อยปลาออกจากถุง ควรปรับอุณหภูมิของน้ำในถุงให้ใกล้เคียงกับน้ำในบ่อ เพื่อป้องกันปลาตายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหัน โดยการแช่ถุงปลาไว้ในบ่อประมาณ 20 นาที แล้วเปิดปากถุงวักน้ำในบ่อเลี้ยงผสมกับน้ำในถุง แล้วค่อยๆ เทลูกปลาออกจากถุงหลังจากปล่อยลูกปลาลงเลี้ยงประมาณ 1 เดือน จึงเพิ่มน้ำในบ่อให้ได้ระดับ 1 – 1.5 เมตร
  • การปล่อยพ่อแม่พันธุ์ให้วางไข่ในบ่อ ในอัตราปลาเพศเมียต่อปลาเพศผู้เท่ากับ 1 ต่อ 1 ปริมาณน้ำหนัก พ่อแม่ปลา 8 – 10 กิโลกรัมต่อไร่ หรือประมาณ 40 – 75 คู่ต่อไร่ เมื่อปลาวางไข่หมดแล้ว จึงนำกระชังพ่อแม่พันธุ์ขึ้น ปล่อยให้ไข่ฟักเป็นตัว หลังจากลูกปลาฟักออกเป็นตัวประมาณ 4 วัน จึงเริ่มให้อาหารสำเร็จรูปชนิดผง หรือให้อาหาร พวกร่ำละเอียดผสมปลาป่นอัตรา 1 ต่อ 1 เป็นระยะเวลา 3 – 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงให้อาหารเม็ดปลาดุกเล็กพิเศษ หรือปลาสดสับละเอียดและเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ดปลาดุกใหญ่ เมื่อปลามีขนาดใหญ่ขึ้น จนได้ขนาดตลาด

อาหารและการให้อาหาร

ให้อาหารเม็ดปลาดุกวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น โดยในช่วงแรกจะให้อาหารเม็ดปลาดุกขนาดเล็กหรือปลาสดสับละเอียด เป็นเวลา 2 เดือน หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ดปลาดุกใหญ่ เมื่อปลามีขนาดใหญ่ขึ้นการให้อาหารต้องหว่านให้ทั่วบ่อ และต้องสังเกตการกินอาหารของปลาด้วย ถ้ามีอาหารเหลือมากหรือฝนตกควรลดปริมาณอาหารในมื้อถัดไปให้น้อยลง และไม่ควรให้อาหารจนเหลือ เพราะนอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองแล้ว อาหารที่เหลือจะทำให้น้ำในบ่อเน่าเสียอีกด้วย

การเปลี่ยนถ่ายน้ำ

ถึงแม้ปลาหมอไทยจะมีความทนทาน อดทน และสามารถอาศัยอยู่ได้ในน้ำที่มีคุณภาพต่ำกว่าปกติก็ตามแต่ก็จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ เพราะการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่จะทำให้ปลามีการกินอาหารดีขึ้น ส่งผลให้ปลาเจริญเติบโตได้ดี ทั้งนี้ การเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกครั้งต้องแน่ใจว่าคุณภาพน้ำที่สูบเข้ามาใหม่ไม่แตกต่างจากคุณภาพน้ำในบ่อเดิมมากนัก และสะอาดเพียงพอที่จะไม่ทำให้ปลาในบ่อเป็นโรคได้โดยในช่วงเดือนแรกยังไม่จำเป็นต้องถ่ายน้ำ แต่จะใช้วิธีเพิ่มระดับน้ำทุกสัปดาห์ หลังจากเดือนแรกแล้วจึงเปลี่ยนถ่ายน้ำเดือนละ 2 – 3 ครั้งโดยเปลี่ยนครั้งละ 1 ใน 3 ของน้ำในบ่อ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำในบ่อด้วย

การป้องกันโรค

โดยทั่วไปโรคปลาหมอไทยมักแพร่ระบาดในฤดูฝน ในทางปฏิบัติเกษตรกรควรใช้เกลือเม็ดหว่านลงในบ่ออัตรา 80 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับการใช้ปูนขาว อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ละลายในน้ำแล้วสาดให้ทั่วบ่อ อย่างไรก็ตาม โรคที่เกิดขึ้นในบ่อเลี้ยงปลาหมอไทยมักเกิดจากปรสิตภายนอก เชื้อราและแบคทีเรีย ต่อไปนี้

โรคจุดขาว

อาการ ปลาจะมีจุดสีขาวขุ่นขนาดเท่ากับหัวเข็มหมุด กระจายอยู่ตามลำตัวและครีบ
สาเหตุ เกิดจากเชื้อโปรโตซัว ที่กินเซลล์ผิวหนัง
การป้องกันและรักษา เนื่องจากปรสิตชนิดนี้จะฝังตัวอยู่ใต้ผิวหนัง การกำจัดได้ผลไม่เต็มที่ วิธีที่ดีที่สุด คือการทำลายตัวอ่อนในน้ำ หรือทำลายตัวแก่ขณะว่ายน้ำอิสระ โดยการใช้ฟอร์มาลิน 150-200 ซีซีต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่ไว้ 1 ชั่วโมง และแยกปลาที่เป็นโรคออกจากบ่อ

โรคจากเห็บระฆัง

อาการ ปลาจะเป็นแผลตามผิวหนังและเหงือก
สาเหตุ เกิดจากเห็บระฆังเข้าไปเกาะตามลำตัวและเหงือก
การป้องกันและรักษา ปรสิตชนิดนี้จะแพร่ได้รวดเร็ว และทำให้ปลาตายได้ในระยะเวลาอันสั้น และมีการติดต่อระหว่างบ่อที่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน การกำจัดทำได้โดยใช้ฟอร์มาลิน 150-200 ซีซี ต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่ไว้ 1 ชั่วโมง

โรคตกเลือดตามซอกเกล็ด

อาการ ปลาจะมีแผลสีแดงเป็นจ้ำๆ ตามลำตัวโดยเฉพาะที่ครีบและซอกเกล็ด ถ้าเป็นแผลเรื้อรังอาจมีอาการเกล็ดหลุด บริเวณรอบๆ และด้านบนของแผลจะมีส่วนคล้ายสำลีสีน้ำตาลปนเหลืองติดอยู่
สาเหตุ เกิดจากปรสิตเซลล์เดียวที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มหรือกระจุก
การป้องกันละรักษา

    • ใช้เกลือเม็ด 5-10 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่ไว้ 48 ชั่วโมง
    • ใช้ฟอร์มาลิน 25-40 ซีซี ต่อน้ำ 1000 ลิตร หลังจากแช่ยาแล้ว ถ้าปลามีอาการไม่ดีขึ้น ควรเปลี่ยนน้ำยาแล้วพักไว้ 1 วัน จากนั้นจึงใส่ยาซ้ำอีก 1-2 ครั้ง

เลี้ยงปลาหมอไทย

ตลาดและผลตอบแทน

ในการจำหน่ายปลาหมอไทย จะมีการคัดขนาดปลาซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขนาด มีราคาแตกต่างกันดังนี้

  • ปลาขนาดใหญ่ ขนาด 6 – 10 ตัวต่อกิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 55 – 60 บาท
  • ปลาขนาดกลาง ขนาด 7 – 20 ตัวต่อกิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 25 – 30 บาท
  • ปลาขนาดเล็ก ขนาดมากกว่า 20 ตัวต่อกิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 15 – 20 บาท



 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่ หน้ากว้าง ดูโปร่งโล่งสบาย พร้อมฟังก์ชั่นครบ

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่ หน้ากว้าง ดูโปร่งโล่งสบาย พร้อมฟังก์ชั่นครบ

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่


บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ เป็นสไตล์บ้านที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะเป็นสไตล์ที่ผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความทันสมัยเข้าด้วยกัน เน้นการใช้เส้นสายที่ชัดเจนและรูปทรงเรขาคณิต มักใช้โทนสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว สีเทา น้ำตาลอ่อน เป็นต้น



 

สวัสดีครับ วันนี้ทางเว็บเรามีไอเดียแบบบ้านสวยๆ มานำเสนออีกแล้วครับ เป็นไอเดีย บ้านชั้นเดียวแนวร่วมสมัย โทนสีอ่อน พร้อมระเบียงพักผ่อน ภายในประกอบด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 โถงใหญ่ๆ 1 ห้องครัว 1 ระเบียงใหญ่ๆ  เชิญชมรายละเอียดด้านในตัวบ้านกันครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงหลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องลอนสีน้ำตาล ตัวบ้านภายนอก ตกแต่งด้วยสีครีมเป็นหลัก ตัดกับสีขาวและสีดำของไม้เทียมที่นำมาตกแต่งผนังบางส่วนทำให้ดูสะดุดตา ฐานของบ้านทาด้วยสีน้ำตาลตัดขอบด้วยบัวปูนปั้นสีขาว ประตูบ้านใช้กระจกบานใหญ่ ทำให้รับแสงจากภายนอกได้เป็นอย่างดี

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บริเวณรอบตัวบ้านมีการเทปูนซีเมนต์รอบตัวบ้าน เพื่อใช้สำหรับเป็นทางเดิน

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ด้านหน้าบ้านดูโดดเด่นด้วยบันไดร์ทางขึ้นขนาดใหญ่ปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีสันสวยงาม และมีระเบียงสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน เสาหน้าบ้านติดตั้งโคมไฟเพื่อใช้ในการส่องสว่างยามค่ำคืน

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

พื้นที่หน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องลายสีเทาสวยงาม สะอาดตาน่าใช้งานทำกิจกรรมต่างๆ

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่



ภายในห้องโถงสามารถเข้าออกได้จากประตูใหญ่ด้านหน้าและประตูบานเลื่อนด้านหลังเฉลียง มีพื้นที่มุมรับแขกกว้างขวาง ตกแต่งด้วยฝ้าหลุมด้านบน ไฟซ่อนฝ้าสวยงาม

ห้องนอน นั้นใช้ผนังแบบเรียบโทนสีเทาอมเหลืองอ่อน ทำฝ้าเรียบด้านบน ติดโคมกลางห้องและไฟดาวน์ไลท์แสงสีขาวช่วยส่องสว่าง

ห้องน้ำแสนสวยปูด้วยกระเบื้องไม่สีดำ ก่อเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบลอยตัว สุขภัณฑ์ภายในห้องเป็นสีขาว พร้อมแยกโซนเปียกและโซนแห้ง

สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

ต้มยำปลาช่อน รสชาติจัดจ้านถึงใจ

ต้มยำปลาช่อน รสชาติจัดจ้านถึงใจ

ต้มยำปลาช่อน
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเกษตรกรรม มีข้าวปลาอาหารที่อุดมสมบูรณ์ คนในสมัยก่อนดำรงชีวิตอยู่โดยการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์เป็นอาหาร วัตถุดิบอย่าง ปลาช่อน จึงเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย และอยู่คู่ครัวไทยมายาวนาน นิยมทำมาปรุงเป็นอาหารไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง หรือทอด ก็อร่อยถูกปากคนไทย

วันนี้จึงนำเมนู ต้มยำปลาช่อน  สูตรบ้านๆ มาให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลองกัน ความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่เนื้อปลาช่อนเต็มคำ น้ำซุปต้มยำรสจัดจ้าน หอมเครื่องสมุนไพร ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันได้เลย

ส่วนผสม

  • ปลาช่อนไข่ (ขนาดกลาง) 2 ตัว

เครื่องต้มยำ

  • เห็ดรวม (จากตลาด) 1 แพ็ค
  • ตะไคร้ 2 หัว
  • ข่า 1 แง่ง
  • ใบมะกรูด 3 ใบ
  • มะนาว 1 ลูก
  • พริก (ตามความชอบ/โคลกหรือทุบ) 7-8 เม็ด
  • ใบผักชีฝรั่ง 1 ต้น
  • ผักชี 2 ต้น
  • หอมแดง (ทุบ) 2 หัว
  • มะเขือเทศ 1 ลูก
  • เครื่องปรุง
  • เกลือ 1 ชช
  • น้ำปลา 2-3 ชช
  • รสดี 1 ชช
  • ผงชูรส 1/2 ชช

ขั้นตอนต้มยำปลาช่อน

  • หากซื้อมาจากตลาดก็ให้แม่ค้า ทำสำเร็จเก็บพุงและไข่ไว้ โดยพุงต้องผ่าควักเศษอาหารออกล้างให้สะอาดจนหมดเมือกปลา(จะได้ไม่คาว)
  • นำเห็ดล้างทำความสะอาด หั่นให้ใส่จานไว้ ตั้งหม้อใส่น้ำ เติมเกลือ รสดีลงไป รอจนเดือดใส่เครื่องต้มยำลงไป ใส่เห็ดลงไป รอจนเดือดอีกที่ใส่ปลาลงไปรอจนสุก 15-20 นาที
  • สุกพร้อมปรุง ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว ผงชูรส พริกโคลกผักชีหั่น ผักชีฝรั่งหั่น คนให้เข้ากันตักใส่ชามพร้อมรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ซดน้ำโล่งๆคอ
หากใครชอบรสเปรี้ยวโดยไม่ต้องใส่มะนาวเยอะ ขยำมะขามใส่น้ำมะขามเปียกใส่ลงไปด้วย จะได้อีกรสชาตินึงอร่อยไม่แพ้กันเลยครับ
ที่มา Facebook | อาหารเหนือพร้อมสูตรวิธีทำ

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ดูโปร่งโล่งสบาย พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ครบครัน

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ดูโปร่งโล่งสบาย พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ครบครัน

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย


บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Style) แบบบ้านที่ผสมผสานระหว่างการตกแต่งและความร่วมสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อบอุ่น และตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดี ด้วยฟังก์ชันที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว




 

วันนี้ทางเว็บเรามีไอเดียแบบบ้านสวยๆ มานำเสนออีกแล้วครับ เป็นไอเดีย บ้านชั้นเดียวแนวร่วมสมัย โทนสีอ่อน พร้อมระเบียงพักผ่อน ภายในประกอบด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 โถงใหญ่ๆ 1 ห้องครัว 1 ระเบียงใหญ่ๆ เชิญชมรายละเอียดด้านในตัวบ้านกันครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

สำหรับบ้านหลังนี้นั้นเป็นบ้านชั้นเดียว ยกพื้นสูงหลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องลอนสีน้ำตาล ตัวบ้านภายนอก ตกแต่งด้วยสีครีมเป็นหลัก ตัดกับสีขาวและสีดำของไม้เทียมที่นำมาตกแต่งผนังบางส่วนทำให้ดูสะดุดตา ฐานของบ้านทาด้วยสีน้ำตาลตัดขอบด้วยบัวปูนปั้นสีขาว ประตูบ้านใช้กระจกบานใหญ่ ทำให้รับแสงจากภายนอกได้เป็นอย่างดี

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บริเวณรอบบ้านเทปูนซีเมนต์รอบตัวบ้านเพื่อใช้สำหรับเป็นทางเดิน

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

ด้านหน้าบ้านดูโดดเด่นด้วยบันไดทางขึ้นขนาดใหญ่ปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีสันสวยงาม และมีระเบียงสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน เสาหน้าบ้านติดตั้งโคมไฟเพื่อใช้ในการส่องสว่างยามค่ำคืน

ภายในของบ้าน มีห้องโถงที่น่าอยู่ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยกว้างและสว่าง กระเบื้องปูพื้นลายไม้ออกสีน้ำตาล ผนังห้องแต่งด้วยสีขาวและมีบัวพื้นเป็นสีขาว ฝ้าเพดานเลือกใช้ที่เป็นแบบหลุม พร้อมทั้งฝังไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมไว้ ห้องนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อนร่วมกัน หรือรองรับแขกที่มาเยือน

อีกมุมของห้องโถงใหญ่ภายในบ้าน

ในส่วนของห้องนอน  นั้นใช้ผนังแบบเรียบโทนสีเทาอมเหลืองอ่อน ทำฝ้าเรียบด้านบน ติดโคมกลางห้องและไฟดาวน์ไลท์แสงสีขาวช่วยส่องสว่าง

ห้องครัวกรุกระเบื้องผนังฝั่งครัวโทนสีดำสวยงามและช่วยกันเปื้อนผนัง มีหน้าต่างเหนือเคาน์เตอร์ด้านบนช่วยรับแสงและระบายกลิ่นอาหารในห้อง

ห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องไม่สีดำ ก่อเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบลอยตัว สุขภัณฑ์ภายในห้องเป็นสีขาว พร้อมแยกโซนเปียกและโซนแห้ง

แบบบ้าน

จบไปแล้วนะครับกับการนำเสนอ บ้านหลังนี้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นบ้านอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้รับออกแบบหรือสร้างบ้านแต่อย่างใด เพียงแค่นำเสนอให้เป็นตัวอย่างเท่านั้น สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมฟังก์ชั่นครบ

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมฟังก์ชั่นครบ

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย


บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย เหมาะกับผู้ที่มองหาบ้านที่เรียบง่าย ทันสมัย ดูแลง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ หากท่านกำลังมองหาไอเดียบ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย




 

กลับมาพบกันอีกครั้ง กับบ้านรีวิวบ้านสวยๆ น่าอยู่ ซึ่งวันนี้เราได้นำมาให้เพื่อนๆ ได้รับชมกัน ซึ่งมีความสวย หรูหรา โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ กับ แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย บ้านหลังนี้ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 โถงใหญ่ๆ 1 ห้องครัว 1 ระเบียงใหญ่ๆ  งบก่อสร้างประมาณ 1.5 ล้านบาท เราไปชมความสวย และบรรยากาศของบ้านหลังนี้กัน

ผลงานและรูปภาพ : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์
เรียบเรียง : kasetbanna.com

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

ตัวบ้านยกพื้นสูง หลังคารูปแบบทรงปั้นหยา ด้านซ้ายมีระเบียงนั่งเล่นหน้าบ้าน โดดเด่นด้วยบันไดทางขึ้นขนาดใหญ่ปูด้วยกระเบื้องสวยงาม

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

พื้นรอบตัวบ้านเทคอนกรีตทับไว้เพื่อเสริมฐานบ้านให้แข็งแรง และยังง่ายต่อการทำความสะอาดอีกด้วย ระเบียงเล็กๆที่ต่อหลังคายื่นออกมา ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีทา ตรงกลางฝ้ามีโคมไฟทรงกลมประดับไว้ ส่วนประตูใหญ่ที่เปิดเข้าภายใน เลือกใช้เป็นบานกระจกใส โดยแต่งขอบด้านในด้วยสีขาว 

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

ภายในของบ้าน มีห้องโถงที่น่าอยู่ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยกว้างและสว่าง กระเบื้องปูพื้นมีผิวที่มัน ออกเป็นสีขาว ผนังห้องแต่งด้วยสีขาวและมีบัวพื้นเป็นไม้สีเทา ฝ้าเพดานเลือกใช้ที่เป็นแบบหลุม พร้อมทั้งฝังไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมไว้ ห้องนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อนร่วมกัน หรือรองรับแขกที่มาเยือน




ข้อดีของบ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

ดีไซน์เรียบง่าย ทันสมัย ดูแลง่าย เหมาะกับทุกสภาพอากาศ ก่อสร้างง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โปร่งสบาย เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กถึงปานกลาง

ห้องนอน แต่งด้วยสีขาวที่สว่างและดูสบายตา ซึ่งเป็นสไตล์เดียวกับห้องโถง ยกเว้นแต่ฝ้าเพดานที่เป็นแบบเรียบและฝังไฟดาวน์ไลท์ ประตูห้องใช้เป็นบานไม้สีขาวที่กลมกลืนกับผนัง สำหรับหน้าต่างกระจกใสที่ใช้ มีขอบเป็นสีดำที่โดดเด่น และติดตั้งบานมุ้งลวดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายเข้ามาได้

ห้องน้ำ เป็นห้องกว้างๆที่ทันสมัย ทั้งพื้นและผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยมีลวดลายและโทนสีที่เข้ากัน ฉากที่ก่อไว้กั้นโซนอาบน้ำ ถูกต่อด้วยกรจกใสจนถึงฝ้าเพดาน ห้องนี้มีสุขภัณฑ์การใช้งานครบ และอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้คือหน้าต่างระบายอากาศบานใหญ่

ช่องทางการติดต่อหรือinbox
Facebook : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์ปั้นหยา แต่งสไตล์ Contemporary ผสานกระเบื้องลายหินอ่อน

บ้านสไตล์ปั้นหยา แต่งสไตล์ Contemporary ผสมผสานกระเบื้องลายหินอ่อนได้อย่างลงตัว

บ้านสไตล์ปั้นหยา


บ้านสไตล์ปั้นหยา เป็นแบบบ้านที่นิยมในประเทศไทยมาช้านาน ลักษณะเด่นของบ้านสไตล์ปั้นหยาคือมีหลังคา 4 ด้าน ลาดเอียงต่อกันทุกด้านเหมือนพีระมิด หลังคาทรงนี้ช่วยระบายน้ำฝนได้ดี ป้องกันแดดและฝนได้ครอบคลุม และยังช่วยให้บ้านดูโปร่งเย็นสบายอีกด้วย




 

บ้านสไตล์ปั้นหยาสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณของเจ้าของบ้าน นิยมสร้างทั้งแบบบ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น และบ้านแบบโมเดิร์น

บ้านสไตล์ปั้นหยา

บ้านชั้นเดียวทรงปั้นหยาหลังที่เราจะนำมาให้ชมในวันี้ มีขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงใหญ่ 1 ห้องครัวฝรั่ง 1 ห้องครัวไทย 1 ห้องพระ 1 ห้องปาร์ตี้ลอฟท์ และดาดฟ้า พร้อมระเบียงด้านหน้า พื้นที่ใช้สอย 178 ตารางเมตร งบสร้าง 2,400,000 บาท (อัพเดท16/7/65)  จะน่าอยู่ซักแค่ไหนตามเราไปรับชมกันต่อเลย

ที่มา: บ้านบุญโฮม รับสร้างบ้านสุพรรณบุรี

บ้านสไตล์ปั้นหยา

เมื่อเรามองจากด้านหน้าจะเห็น เสาด้านหน้าบ้านนั้นตกแต่งด้วยกระเบื้องหินทรายสีน้ำตาล และโคมไฟประดับเพื่อเพิ่มความสว่างในช่วงเวลาค่ำคืน บันไดและพื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องสีขาวดูสบายตา ที่กั้นระเบียงทำเป็นม้านั่งปูด้วยกระเบื้องสีขาว บริเวณระเบียงด้านหน้าสามารถเป็นพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนและต้อนรับแขกได้ไปในตัว

บ้านสไตล์ปั้นหยา

หลังคาปั้นหยาเลือกมุงด้วยกระเบื้องลอนสีดำ ผนังบ้านทาด้วยสีขาวและตกแต่งด้วยสีน้ำตาล ฐานของบ้านเป็นสีน้ำตาลส้มเข้ม ข้างบ้านมีบันไดขึ้นไปบนดาดฟ้าหลังคาเพื่อสังสรรสำหรับขอบครัว รอบบ้านปูด้วยปูนเพื่อสร้างทางเดินให้เดินได้สะดวกขึ้น ส่วนประตูหน้านั้นใช้เป็นประตูไม้บานคู่ขนาดใหญ่ มีความทันสมัยลงตัวมาก

เข้ามาภายในบ้านก็จะพบกับห้องโถงที่มีขนาดกว้างขวางโทนสีขาวสบายตา ฟ้าเพดาเป็นฟ้าหลุดติดโคมไฟสวยงามและมีห้องนอนอยู่ทางด้านซ้ายมือ ประตูห้องนอนเลือกใช้เป็นประตูไม้ขนาดใหญ่




ห้องนอน ตกแต่งคุมโทนสีขาวอ่อนตัดด้วยบัวสีเข้ม ฝ้าเพดานใช้เป็นฝ้าสีขาวแผ่นเรียบ พร้อมกับมีหน้าต่างไว้ให้ระบายอากาศ

ครัวนอกบ้านเพิ่มความสะด้วยสบายใจการทำอาหารหรือปิ้งย่างสำหรับครอบครัว

ห้องน้ำออกแบบได้แบบมีอะไรที่ต้องทำการใช้งานในพื้นที่อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์มีพื้นที่แยกสำหรับพื้นที่อาบน้ำและมีช่องระบายอากาศในตัวซึ่งขนาดของห้องน้ำมีขนาดใหญ่และออกแบบด้วยโทนสีน้ำตาลอย่างสวยงาม

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ บ้านสไตล์ปั้นหยา ที่เรานำมาให้ท่านชมกันในวันนี้ ก็หวังว่าจะถูกใจผู้ที่เข้ามาติดตามรับชมกันนะครับ หากท่านใดที่สนใจหรือชื่นชอบก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โดยตรง ตามที่อยู่ด้านล่างได้เลยนะครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | บ้านบุญโฮม รับสร้างบ้านสุพรรณบุรี

ติดต่องานได้ตามรายล่ะเอียดด้านล่างเลยครับ
โทร: 083-607-6206, 081-758-5848 (ช่างออย)
สำนักงาน หจก.บ้านบุณโฮม168 ตั้งอยู่เลขที่ 74/4 ม.2 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สพรรณบุรี


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล พื้นที่กว้าง เป็นส่วนตัว ร่มรื่น พื้นที่ 180 ตร.ม.

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล พื้นที่กว้าง เป็นส่วนตัว ร่มรื่นเต็มสิบ พื้นที่ 180 ตร.ม.

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล


บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล (Nordic house) เป็นสไตล์บ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เช่น สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์ บ้านสไตล์นอร์ดิกมีเอกลักษณ์โดดเด่นในด้านความเรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอย และความกลมกลืนกับธรรมชาติ




 

สวัสดีเพื่อนๆผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วในวันนี้เราจะพาผู้อ่านบทความทุกท่านไปชมแบบบ้านสวยๆ เป็นแบบบ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 180 ตร.ม. สำหรับบ้านหลังเป็นผลงานจากทีมงาน THE BEST HOME รับสร้างบ้าน สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

โดยลักษณะของบ้านหลังนี้ เป็นบ้านชั้นเดียวตกแต่งด้วยผนังภายนอกด้วยโทนสีขาว เพิ่มความโดดเด่นหน้าบ้านด้วยผนังไม้ทรงจั่วหน้าบ้าน ติดตั้งประตูไม้และกระใสรอบบ้าน บริเวณหน้าบ้านมีสนามหญ้าพร้อมทางเดินทีปูด้วยแผ่นทางเดินเท้าเชื่อมต่อเข้ากับตัวบ้าน

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

ประตูทางเข้าหลักเป็นบานไม้สีน้ำตาล เข้าไปด้านในเป็นห้องนอน 2 ห้อง และทำสนามหญ้าและสวนหย่อมหน้าบ้านสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน ทำถนนกว้างจากด้านหน้าเข้าไปยังบริเวณบ้าน

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

ผนังด้านข้างใช้โทนสีขาวเทา แต่งไม้เทียมสีน้ำตาลเป็นธีมเดียวกัน มีห้องครัวพร้อมประตูเข้าออกจากห้องครัวทางด้านหลัง

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

บ้านนอร์ดิกมีจุดเด่นดังนี้

  • ความเรียบง่าย บ้านสไตล์นอร์ดิกเน้นการออกแบบที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานเป็นหลัก ปราศจากการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือยหรือซับซ้อน
  • ประโยชน์ใช้สอย บ้านสไตล์นอร์ดิกเน้นการจัดสรรพื้นที่ภายในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
  • ความกลมกลืนกับธรรมชาติ บ้านสไตล์นอร์ดิกมักใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน อิฐ และกระจก เพื่อสร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติ

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล

พื้นที่ฝั่งนี้เป็นบ่อน้ำสำหรับใช้ในการเกษตร เทพื้นลาดเอียงด้านข้างตัวบ้าน ประตูเข้าของบ้านฝั่งนี้ ใช้ประตูบานกระจกแบบเลื่อนสไลด์ สะดวกในการเปิดปิดและช่วยรับแสงสว่างจากภายนอก

บ้านนอร์ดิกสไตล์มินิมอล



เข้าไปด้านในเป็นห้องโถงรับแขกพื้นที่กว้างขวาง ทำหลังคาสูงและมีหน้าต่างบานกระจกช่วยให้สว่างโปร่งโล่ง ประตูไม้ด้านซ้ายมือเป็นห้องนอนใหญ่

ในขณะที่ตัวบ้านถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ด้วยดีไซน์มินิมอลนอร์ดิก เพิ่มความโดดเด่นหน้าบ้านด้วยผนังไม้ทรงจั่วหน้าบ้าน ภายในค่อนข้างกว้าง มีแสงส่องเข้าถึงทุกด้าน โปร่ง โล่งสบาย เรียกได้ว่าเหมาะแก่การพักผ่อนวันหยุดเป็นที่สุด

ส่วนห้องน้ำอีกห้องกรุกระเบื้องโทนขาวเทาดำ จัดฟังก์ชั่นการใช้งานแบบเดียวกับอีกห้อง มีช่องลมช่วยระบายอากาศด้านบน

บ้านนอร์ดิกได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก เนื่องจากเป็นสไตล์บ้านที่เรียบง่าย สบายตา และดูอบอุ่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ขอบคุณรูปภาพเเละข้อมูล : THE BEST HOME รับสร้างบ้าน สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ

หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

การเพาะเลี้ยง หอยเชอรี่สีทอง สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

การเพาะเลี้ยง หอยเชอรี่สีทอง สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

หอยเชอรี่สีทอง

มารู้จัก ” หอยเชอรี่สีทอง ” กันครับ

หอยเชอรี่สีทอง เป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เริ่มมีการเลี้ยงเชิงธุรกิจกันมากขึ้นในทุกภาคของประเทศ แนวโน้มความนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นหอยที่มีโปรตีนสูงและต้นทุนการเลี้ยงต่ำ จุดเด่นของหอยเชอรี่สีทอง เนื้อจะนุ่ม ไม่เหนียวเหมือนหอยเชอรี่ทั่วไป เนื้อจะเป็นสีเหลือง เปลือกจะเป็นสีเหลือง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เป้าฮื้อน้ำจืด” สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้ง ลวกจิ้ม ผัด ทอด ลาบ ก้อย ยำ แกงคั่ว



 

ลักษณะทั่วไปของหอยเชอรี่นั้น มี 2 พวกได้แก่

  • หอยเชอรี่เปลือกสีน้ำตาล เนื้อและหนวดมีสีเหลือง
  • หอยเชอรี่เปลือกสีเขียวเข้มปนดำและมีแถบสีดำจางๆ พาดตามความยาว เนื้อและหนวดสีน้ำตาลอ่อน มีรูปร่างค่อนข้างกลมผิวเปลือกเรียบ การหมุนของเปลือกเป็นเกลียววนขวา เมื่อโตเต็มที่มีขนาดความยาวประมาณ 83 มิลลิเมตร หนัก 165 กรัม เคลื่อนที่โดยใช้ตีนหอย

ขั้นตอนการเตรียมบ่อสำหรับเลี้ยงหอยเชอรี่

เตรียมพื้นที่สำหรับเลี้ยงหอยเชอรี่ เช่น กระชังใน บ่อดินธรรมชาติบ่อซีเมนต์ กระชังบก ก็ได้ ซึ่งหอยเซอรี่นั้น ถือว่าเป็นหอยที่เลี้ยงง่ายและโตไว แถมยังกินเก่ง โดยในขึ้นตอนการเตรียมบ่อนั้นให้เราใส่พืชน้ำ เช่น แหน ผักตบ ผักบุ้ง ทางมะพร้าว เศษไม้ สำหรับไว้ให้หอยเชอรี่เกาะ หรือ ผักพื้นถิ่นที่หาได้ตามธรรมชาติ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายการเตรียมสายพันธุ์ ซึ่งสามมารถที่จะเลี้ยงจาก พ่อแม่พันธุ์หอยเซอรี่สีทอง หรือ จะเลี้ยงจากไข่ก็ได้ (สีชมพูแก่ค่อนไปสีเทา) เพื่อนำมาปล่อยในพื้นที่เลี้ยงที่เตรียมไว้ เลี้ยงระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจับขาย ขนาดประมาณ 50 -60 ตัว กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 50 – 80 บาท ขายตามร้านส้มตำ และร้านอาหารอีสานทั่วไป

การเลี้ยงหอยเชอรี่ในบ่อซีเมนต์

  • นำวงบ่อซีเมนต์ตามขนาดที่ต้องการมาเติมน้ำจนเกือบจะเต็มบ่อซีเมนต์ เพื่อเป็นการทำให้น้ำขังอยู่กายในบ่อซีเมนต์
  • นำหขวกกล้วยที่ผ่านการสับมาแล้ว ผสมกับมูลสัตว์ ในการผสมทั้งสองส่วนนี้ เพื่อเป็นการกำจัดกลิ่นและคราบของบ่อซีเมนต์ออกไป
  • ทิ้งน้ำที่อยู่ในบ่อซีเมนต์ไว้นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะมีตะไคร่น้ำขึ้นที่บริเวณขอบภายในบ่อซีเมนต์ ก็สามารถนำบ่อซีเมนต์ไปใช้ในการเลี้ยงหอยเชอรี่ได้

การเลี้ยงหอยเชอรี่ในกระชัง

  • ใช้กระชังขนาดความกว้างประมาณ 3 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร และมีความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร
  • นำกระชังไปผูกในแหล่งน้ำที่เป็นแหล่งที่มีหอยเชอรี่ โดยให้กระชังที่มุมล่างและมุมบนของกระชังทั้งสี่ด้านยึดติดกับเสาทั้ง 4 ต้น หรือให้เพิ่มบริเวณตรงกลางให้ความยาวของกระชังอีกด้านละต้น ให้รวมกันได้ทั้งหมด 6 ต้น ให้ขอบบนของกระชังอยู่เหนือจากระดับน้ำประมาณ 20-30 เซนติเมตร พยายามอย่าให้กันกระชังติดกับพื้นดิน
  • ใส่ทางมะพร้าวสด ขนาดยาว 1 เมตร ลงไปในกระชัง 2-3 ขึ้น พยายามอย่าให้ทางมะพร้าวซ้อนทับกัน และควรผูกไว้ เพื่อไม่ให้ทางมะพร้าวทับก้นกระชัง
  • นำหอยเชอรี่ขนาดใหญ่ หรือขนาดที่ โตเต็มไว้สำหรับพร้อมรับประทานได้แล้วลงไปในกระชัง จำนวน 2 กิโลกรัม ต่อกระชัง โดยการกัดเลือกหอยเชอรี่ที่ยังสดใหม่อยู่ ซึ่งสังเกต ได้จากการนำหอยเชอรี่ไปแช่ในน้ำทิ้งไว้ แล้วถ้หากหอยขมคว่ำตัวติดกับภาชนะ นั่นหมายความว่าหอยเชอรี่ยังมีชีวิตอยู่ และสดใหม่
  • วันที่สองให้ยกทางมะพร้าวขึ้นดูว่าพบหอยเชอรี่ขนาคเล็กๆเกาะตามทางมะพร้าวหรือไม่ ซึ่งทางมะพร้าวที่แช่อยู่ในน้ำนานๆ จะเน่าเปื่อยผุพัง จึงจะต้องมีการเปลี่ยนทางมะพร้าวใหม่ทุกๆเดือน เดือนละ 2-3 ครั้ง หอยเชอรี่ที่เลี้ยงในกระชังจะกาะกินตะไคร่น้ำและซากเน่าเปื่อยอยู่ตามทางมะพร้าว ตลอดจนบริเวณด้านข้างและก้นกระชัง โดยมิให้อาหารเสริมนอกเหนือจากนี้

หลังจาก 2 เดือน จึงจะทยอยกัดเลือกเก็บหอยเชอรี่ตัวใหญ่ขึ้นมาเพื่อนำมารับประทาน หรือจำหน่าย เพื่อไม่ให้หอยเชอรี่อยู่กันหนาแน่นเกินไป จะทำให้หอยเชอรี่เจริญเติบโตช้า

การเลี้ยงหอยเชอรี่เลียนแบบธรรมชาติ (บ่อดิน, ร่องสวน)

  • ปล่อยพันธุ์หอยเชอรี่ขนาดประมาณ 60 ตัวต่อกิโลกรัม จำนวน 2 กิโลกรัม โดยการตัดทางมะพร้าวขนาด 1-2 เมตร ปักลงไปเป็นจุดๆให้ทั่วร่องสวน
  • เมื่อทางมะพร้าวเน่าเปื่อยหรือมีตะไคร่ จับ หอยเชอรี่จะเข้ามาเกาะและกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องให้อาหารอื่นๆนอกจากตะไคร่น้ำจากการขังน้ำไ ว้ วิธีนี้ใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างน้อยมาก จากจำนวนที่ปล่อยประมาณ 2 กิโลกรัม ระยะเวลาในการเลี้ยง 6 เดือน แต่ผลผลิตหอยเชอรี่ที่ได้นั้นจะได้ทั้งหมด 100 กิโลกรัม ถือว่าเป็นวิธีการที่ได้ผลผลิตสูงมากและใช้เวลาน้อย จึงนิยมใช้วิธีนี้กันเป็นจำนวนมาก

อาหารและการให้อาหารหอยเชอรี่

หอยเชอรี่กินพืชได้หลายชนิด เช่นสาหร่ายแอลจี, แหนแดง, แหน, ผักตบชวา, ต้นข้าวกล้าและพืชน้ำที่มีใบอวบน้ำอื่นๆ หอยชอบส่วนของลำต้นพืชที่มีความอ่อนนุ่ม  เนื่องจากมันกินด้วยอวัยวะที่คล้ายลิ้นอันขรุขระขูดไปมาบนผิวพืชหอยชอบกินซากพืชสัตว์ที่เน่าเปื่อยเป็นอาหารด้วยอาหารปลาดุกเล็ก เพื่อให้การเจริญเติบโตที่ดี

การดูเพศของหอยเชอรี่สีทอง

  • ตัวเมีย ก้นจะออกสีดำฝาของหอยจะปิดแนบชิดกับปากหอย
  • ตัวผู้ ก้นหอยจะออกสีขาวใสฟ้าจะนอนโค้งเว้า

การฟักไข่และการอนุบาลหอยเชอรี่สีทอง

รวบรวมไข่ (สีชมพูแก่ค่อนไปสีเทา) ที่ได้จากการวางไข่ตามบ่อเลี้ยงไปฟักในตระกร้าฟักไข่ หรือในกล่องพลาสติก ไข่ของหอยเชอรี่สีทอง หลังจากที่นำมาฟักในพื้นที่ที่เตรียมไว้ หลังจากผ่านไปได้ 10 -14 วัน จะเริ่มออกมาเป็นตัวให้เห็น โดยการเลี้ยงก็จะนำลูกหอยที่เกิดใหม่ใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงที่เตรียมไว้ ซึ่งภายในบ่อจะมีผักตบชวาใส่ลงไปบ้างเพื่อให้ลูกหอยเกาะ

หลังจากลูกหอยเชอรี่ฟักออกมาได้ประมาณ 20 วัน หลังจากที่เลี้ยงไปเรื่อยๆ ลูกหอยก็จะมีขนาดใหญ่เท่ากับปลายนิ้วก้อย ในช่วงนี้จะให้ลูกหอยกินแหนแดงเป็นหลัก เสริมด้วยอาหารปลาดุก เลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 3 เดือน ลูกหอยเชอรี่สีทองก็จะได้ขนาดที่พร้อมจำหน่ายได้

คุณค่าทางอาหารของหอยเชอรี่สีทอง

คุณค่าทางอาหารของเนื้อหอยเชอรี่หนัก 100 กรัม

  • พลังงาน 83 แคลอรี่
  • โปรตีน 12.2 กรัม
  • ไขมัน 0.4 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 6.6 กรัม
  • เถ้า 3.2 กรัม
  • ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 40 มิลลิกรัม
  • โปตัสเซียม 17 มิลลิกรัม
  • ริโบฟลาวิน B 2 12 มิลลิกรัม
  • นิอาซิน 1.8 มิลลิกรัม

อื่น ๆ ได้แก่ วิตามินซี ,สังกะสี , ทองแดง, แมงกานีส และไอโอดิน

ประโยชน์ของหอยเชอรี่

เนื้อหอยเชอรี่มีโปรตีนสูงถึง 34 13 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1.66 เปอร์เซ็นต์ ใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่างเช่น ส้มตำ หรือทำน้ำปลาจากเนื้อหอยเขอรี่ ใช้ทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เช่น เป็ด ไก่ สุกร เป็นต้น เปลือกก็สามารถปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินได้ ตัวหอยทั้งเปลือกถ้านำไปฝังบริเวณทรงพุ่มไม้ผล เมื่อเน่าเปื่อยก็จะเป็นปุ๋ยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตเร็ว และได้ผลผลิตดีไม่ควรบริโภคเนื้อหอยเชอรี่ในบริเวณที่อยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำเสีย หรือบริเวณพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

สถาบันหัวใจและปอดแห่งชาติของแคนาดา ระบุว่า หอยเชอรี่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร คือเป็นแหล่งของวิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง ไทอามีน วิตามินบีสองไรโบเฟลวิน วิตามินมีสาม ไนอาซิน วิตามินชี กรดแอสคอร์บิคและวิตามินดี แคลซิฟีรอล การบริโภคหอยเชอรี่ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุประเภท แร่เหล็ก ทองแดงไอโอดีน แบกนีเซียม แคลเซียม สังกะสี แมงกานีส และฟอสฟอรัส อย่างไรก็ตาม หอยเขอรี่ดิบอาจมีพยาธิและแบคทีเรียจึงควรหลีกเสี่ยง แต่ปัจจุบันหอยชนิดนี้เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยรสชาติที่อร่อย

ขอขอบคุณแหล่งอ้างอิง

  • หอยขม และการเลี้ยงหอยขมศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง (สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สงขลา) การเลี้ยงหอยขม
  • สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากรากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน), บัญชีรายการทรัพยากรชีวภาพมอลลัสกาในประเทศไทย หอยฝ่าเดียวน้ำจืด
  • กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองอุดรธานี, เทคนิคการเลี้ยงหอยขม www.sarakaset.com



 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่ หรูหรา ครบครัน ทันสมัย พิถีพิถันทุกรายละเอียด

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่ หรูหรา ครบครัน ทันสมัย พิถีพิถันทุกรายละเอียด

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่


บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี คือบ้านร่วมสมัยที่มีการผสมผสานระหว่างปัจจุบันและอดีต ซึ่งมีการออกแบบและการตกแต่งร่วมกันอย่างลงตัวในสไตล์โมเดิร์น ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ชัดเจน นิยมเลือกใช้สีพื้น รวมถึงการเลือกใช้วัสดุหรือโครงสร้างที่เรียบง่าย สบายตา แต่มีความทันสมัย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสไตล์บ้านที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบันอย่างมาก




 

วันนี้ทางเว็บเรามีไอเดียแบบบ้านสวยๆ มานำเสนออีกแล้วครับ เป็นไอเดีย บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ โทนสีอ่อน พร้อมระเบียงพักผ่อน ภายในประกอบด้วย 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 โถงใหญ่ๆ 1 ห้องครัว 1 ระเบียงใหญ่ๆ พื้นที่ใช้สอยรวม 160 ตรม  เชิญชมรายละเอียดด้านในตัวบ้านกันครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | THE BEST HOME รับสร้างบ้าน สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ
เจ้าของบ้าน |
 คุณน้อยหน่า

เรียบเรียง | kasetbanna.com

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่

สำหรับลักษณะออกแบบเป็นบ้านพักอาศัยแบบชั้นเดียว สไตล์คอนเทมโพรารี่ หลังคาแบบทรงปั้นหยามุงด้วยกระเบื้องสวยงามแข็งแรงมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบ้าน ฐานตัวบ้านยกพื้นสูงประมาณ 50-60 CM ป้องกันน้ำท่วมด้วย ผนังภายในอกโทนสีขาวตัดด้วยเสาสีน้ำตาลอ่อนตกแต่งเพิ่มเติมด้วยงานอิฐ ส่วนประตูหน้าบ้านนั้นจัดเป็นประตูกระจกขนาดใหญ่พร้อมกระจกด้านข้าง หน้าต่างใช้แบบกระจกคิ้วบัวสีขาว หน้าบ้านมีเฉลียงมุงหลังคาพร้อมนั่งเล่นพักผ่อน รอบตัวบ้านเททางเดินด้วยคอนกรีต

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่

ฝั่งนี้ห้องด้านหน้าเป็นบานกระจกกว้าง ช่วยรับแสงและชมวิวด้านนอก ตกแต่งผนังด้านหน้าด้วยหินตกแต่งสีเทาดำ เพิ่มลูกเล่นให้กับตัวบ้านด้วยหินตกแต่งสีดำ

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่

ทำราวกั้นเฉลียงรอบๆ เสาเฉลียงและผนังติดตั้งไฟกิ่งช่วยส่องสว่าง

แบบบ้านคอนเทมโพรารี่

ภายในห้องโถงกว้างขวางสว่างโปร่งโล่ง แต่งฝ้าหลุมประดับไฟสวยงาม ปูกระเบื้องพื้นทั้งห้อง มีห้องนอนใหญ่อยู่ฝั่งซ้ายมืออีกห้อง และมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังห้องซักรีดและห้องครัวทางด้านหลัง

รายละเอียดบ้านครับ

  • แบบบ้าน 1TBH160E107
  • สถานที่ก่อสร้าง ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
  • ขนาดบ้าน กว้าง 14.00 ม x 16.50 ม (650 ตรม)
  • ขนาดโรงจอดรถ – คัน กว้าง- (- ตรม)
  • ขนาดที่ดินขั้นต่ำ กว้าง 20 ม x ลึก 22 ม (110 ตรว)
  • พื้นที่ใช้สอยรวม 160 ตรม
    ฟังก์ชั่น

    •  4 ห้องนอน
    • 2 ห้องน้ำ
    • 1 ห้องรับแขก
    • 1 ห้องพระ
    • 1 รับประทานอาหาร
    • 1 ห้องเก็บของ
    • 1 ห้องครัวไทย
    • พร้อมพื้นที่ซักล้างในร่ม

ห้องนอน นั้นเน้นโทนสีขาวอ่อน ๆ ทั้งผนังและพื้น ตัดบัวพื้นสีเข้ม ฝ้าเพดานใช้เป็นฝ้าเรียบทาสีขาว พร้อมกับมีหน้าต่างไว้เปิดระบายอากาศ

ห้องครัวกรุกระเบื้องผนังฝั่งครัวโทนสีขาวสวยงามและช่วยกันเปื้อนผนัง มีหน้าต่างเหนือเคาน์เตอร์ด้านบนช่วยรับแสงและระบายกลิ่นอาหารในห้อง พร้อมที่ดูดควันเวลาประกอบอาหาร ส่วนเคาน์เตอร์นั้มีขนาดยาวเป็นรูปทรงตัวแอล เลือกใช้กระเบียงโทนสีดำตัดผนัง



ส่วนห้องน้ำอีกห้องกรุกระเบื้องโทนขาวเทาดำ จัดฟังก์ชั่นการใช้งานแบบเดียวกับอีกห้อง มีช่องลมช่วยระบายอากาศด้านบน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ บ้านพักอาศัยชั้นเดียว สไตล์คอนเทมโพรารี่ ที่เรานำมาให้ท่านชมกันในวันนี้ ก็หวังว่าจะถูกใจผู้ที่เข้ามาติดตามรับชมกันนะครับ หากท่านใดที่สนใจหรือชื่นชอบก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โดยตรง ตามที่อยู่ด้านล่างได้เลยนะครับ

สำหรับใครที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

facebook :THE BEST HOME รับสร้างบ้าน สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ
สนใจสอบถามรายละเอียด
 : www.thebesthome-design.com


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่ ติดกระจกโปร่งโล่ง เรียบง่าย มีเสน่ห์

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่ ติดกระจกช่วยให้โปร่งโล่ง หน้ากว้างเรียบง่าย มีเสน่ห์

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่


บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่ เป็นบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมในชนบทของยุโรปและอเมริกา ซึ่งมีลักษณะเรียบง่าย เน้นวัสดุธรรมชาติ และเน้นความอบอุ่นและใกล้ชิดกับธรรมชาติ  สำหรับการออกแบบภายในบ้านสไตล์คันทรี่ มักเน้นความเรียบง่ายและอบอุ่น เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ และเน้นการใช้โทนสีอบอุ่น




บ้านชั้นเดียวสไตล์สไตล์คันทรี่ ตัวบ้านสร้างที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา เป็นบ้าน คสล. 1 ชั้น ฟังก์ชั่น ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถงกว้าง จัดสรรพื้นใช้สอยด้านในตัวบ้านได้เป็นสัดส่วน พื้นที่ใช้สอย 303.40  ตารางเมตร เป็นผลการออกแบบและก่อสร้างจาก รับสร้างบ้านโคราชสตรองแลนด์  ท่านที่กำลังหาไอเดียในการสร้างบ้านหรือออกแบบ ลองชมรายละเอียดด้านในตัวบ้านดูก่อนนะครับ

ผลงานและรูปภาพ : รับสร้างบ้านโคราชสตรองแลนด์
เรียบเรียง : kasetbanna.com

รับสร้างบ้านโคราชสตรองแลนด์

สำหรับลักษณะออกแบบเป็นบ้านชั้นเดียวหลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้อง ตัวบ้านยกระดับพื้นสูงประมาณ 40 เมตร ผนังภายนอกโทนสีเทาอ่อนประตูและหน้าต่างบ้านใช้กระจกขนาดใหญ่ เพิ่มความ หน้าบ้านมีมุขเฉลียงพร้อมทำเป็นม้านั่เล่นพักผ่อน ประตูและหน้าต่างเป็นกระจกช่วยให้ภายในบ้านดูโปร่งยิ่งขึ้น

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คันทรี่ในประเทศไทยมักจะมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

  • รูปทรงเรขาคณิต บ้านสไตล์คันทรี่มักมีรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย เน้นเส้นโค้งและมุมมน เพื่อสร้างความรู้สึกที่อบอุ่นและผ่อนคลาย
  • หลังคาทรงจั่ว หลังคาทรงจั่วเป็นหลังคาที่พบเห็นได้บ่อยในบ้านสไตล์คันทรี่ หลังคาทรงจั่วช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี
  • โทนสีอ่อน บ้านสไตล์คันทรี่มักใช้โทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม สีเหลืองอ่อน เป็นต้น เพื่อสร้างความสว่างและสบายตา
  • วัสดุไม้ ไม้เป็นวัสดุที่พบเห็นได้บ่อยในบ้านสไตล์คันทรี่ ไม้ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและใกล้ชิดธรรมชาติ
  • หน้าต่างบานเล็ก หน้าต่างบานเล็กช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในบ้านได้พอดี ไม่สว่างจ้าจนเกินไป
  • ประตูหน้าบ้าน ประตูหน้าบ้านมักทำจากไม้หรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ ประตูหน้าบ้านมักมีขนาดเล็กและเปิดได้กว้าง เพื่อต้อนรับแสงธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในบ้าน

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่

แบบบ้านร่วมสมัยหน้ากว้างตัวบ้านเลือกออกแบบให้ทรงหลังคาเป็นหน้าจั่วหน้าบ้านมีหลังคากันสาดปูนแบบสมัยใหม่รวมไปถึงกันสาดหน้าต่างด้านข้างและด้านหลัง

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ผนังด้านหน้าแต่งด้วยแผ่นสีน้ำตาลเป็นธรรมชาติ มีหน้าต่างบานกระจกสูงด้านหน้า ช่วยรับแสงสว่างเข้าไปด้านในห้อง

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นเดียวสไตล์คอนเทมโพรารี่

ภายในบ้านตกแต่งอย่างสวยงาม เรียบง่าย ดูอบอุ่น เน้นโทนสีขาวโปร่งๆ โชว์คานเหล็กสีดำสวยงาม ที่มาพร้อมกับการจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว โคมไฟวินเทจ  ลงตัวมาก โดยรวมแล้วห้องนี้จัดสรรพื้นที่ให้โปร่งโล่ง และสบายตามากๆ




ห้องนอนขนาดใหญ่จำนวน 5 ห้อง กระจายอยู่ทั่วบ้านทั้งอยู่ทางด้านหลัง พื้นที่กว้างขวาง มีห้องน้ำส่วนตัวอยู่ภายในห้อง เลือกใช้ประตูบานเลื่อนสไลด์สะดวกในการเปิดปิด

ห้องครัว เน้นสีขาวและสีดำพร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมอุปกรณ์สำหรับเก็บและประกอบอาหารครบครัน ทั้งเตาแก๊ส ที่ดูดควัน อ่างล้างจาน ตู้เก็บของแบบแขวนผนัง เคาน์เตอร์มีตู้เก็บของ สวยงาม

อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือห้องน้ำ สำหรับบ้านหลังนี้ มีที่ใช้งานได้อย่างคล่องตัวเพราะมีพื้นที่กว้าง ตรงกลางห้องแบ่งโซนการใช้งาน และติดตั้งสุขภัณฑ์อย่างครบครัน รวมไปถึงอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ด้วย

สำหรับลูกค้าที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อหรือinbox
Facebook : รับสร้างบ้านโคราชสตรองแลนด์
เบอร์ติดต่อ : 061-4195241
Web : www.strongland.co.th


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ