แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก โทนสีขาว ออกแบบเฉลียงกว้าง

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก โทนสีขาว ออกแบบเฉลียงกว้าง

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก


บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่มองหาบ้านที่เรียบง่าย สวยงาม และใช้งานได้จริง บ้านสไตล์เหล่านี้มักมีลักษณะการออกแบบที่เรียบง่าย เน้นเส้นสายที่สะอาดตา และโทนสีที่เป็นกลาง นอกจากนี้ ยังมีหน้าต่างขนาดใหญ่เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้มากที่สุด




แบบบ้านพักอาศัยชั้นเดียวที่จะนำมา ให้ชมกันซึ่ง เป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก ขนาดกระทัดรัดดีไซน์น่ารักอบอุ่น ภายในบ้านประกอบด้วยฟังก์ชั่นขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว 1 เฉลียง พื้นที่ใช้สอย 100 ตร.ม. หลังนี้ตัวบ้านปลูกสร้างที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ท่านที่กำลังหาไอเดียในการออกแบบบ้าน เชิญชมภาพรายละเอียดด้านในบ้านดูครับ

ผลงานและรูปภาพและผลงาน : บริษัท สตรองแลนด์ จำกัด
เรียบเรียง : kasetbanna.com

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

บ้านหน้าจั่วหลังคาทรงจั่วสามเหลี่ยม โดยตัวหลังคาลาดจากมุมสูงลงมา ฝ้าเพดานสูงแบบ High Ceiling สีเทาอ่อน ให้ความรู้สึกเรียบง่ายอบอุ่น ตอบโจทย์ทุก Life style กับตัวบ้านในโทนสีขาวดูเรียบง่าย สะบายตา

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

การนำระแนงบังตาและเลือกใช้กระจกในมุมประตูหน้าต่าง หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องโทนสีเทาอ่อน หน้างานอยู่ในพื้นที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น เรียบง่าย สงบ อบอุ่นและผ่อนคลายแก่ผู้อยู่อาศัย เน้นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

ภายในตัวบ้านนั้นได้มีการออกแบบให้โปร่งฝ้าแบบเรียบสูงเมื่อบวกกับการมีผนังสีขาว และพื้นก็เลือกใช้กระเบื้องลายขาวเทาหินอ่อนเพิ่มความสว่าง จึงทำให้ภายในมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่งสุด ๆ จึงเหมาะกับคนที่ชอบบ้านบรรยากาศสบาย ๆ มีแสงส่องเข้าบ้านเยอะ ๆ



ส่วนห้องครัว ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อน ผนังภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาดตัดเทาอ่อนพร้อมกรุด้วยกระเบื้องลายกราฟฟิคโทนสีขาวเทา และมีการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวแบบชิดติดผนังกรุด้วยกระเบื้องสีขาวพร้อมบานเปิดตู้ครัวสีน้ำตาลเข้ม ภายในห้องครัวมีประตูบานเปิดสีน้ำตาลที่สามารถออกไปยังหลังบ้านได้

ภายในห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องที่เน้นไปทางโทนสีขาวดำตัดสีเทาของพื้น และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง ซึ่งน่าใช้งานมากๆ 

สำหรับลูกค้าที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

เพจ : รับสร้างบ้านโคราชสตรองแลนด์


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยทันสมัย ขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ 91 ตร.ม.

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยทันสมัย ขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 91 ตร.ม.

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านดีไซน์เรียบง่ายผสานด้วยความโดดเด่นให้สวยทันสมัยกับ แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น สำหรับท่านที่ชื่นชอบในแบบบ้านโมเดิร์น วันนี้เรามีแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น มาให้ได้รับชมเป็นไอเดียสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาไอเดียสร้างบ้านแบบบ้านดีไซน์สวยทันสมัยรูปทรงเรขาคณิตที่ดูเรียบง่ายและสวยเท่ในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งการจัดสรรพื้นที่การใช้งานอย่างคุ้มค่าและลงตัวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่บอกเลยว่าห้ามพลาดเลยสำหรับท่านที่ชื่นชอบการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นกับผลงาน ของ ช่างรส บ้านสวย ครับ



สำหรับบ้านหลังนี้ เป็นบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวที่ทันสมัย และตกแต่งด้วยโทนสีเทาอบอุ่นที่ดูสบายตา พื้นที่ของบ้าน 91 ตารางเมตร แบ่งใช้สอยอย่างเกิดประโยชน์ ได้แก่ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงรับแขก 1 ห้องครัว และระเบียงหน้าบ้านที่สร้างมาพร้อมม้านั่ง

ผลงานและรูปภาพและผลงาน : ช่างรส บ้านสวย
เรียบเรียง : kasetbanna.com

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

พิกัดบ้านหลังนี้อยู่ที่ บ้านแคน ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ หลังคาที่โดดเด่น เป็นทรงเพิงแหงนลาดเอียงไปด้านหลัง และมุงด้วยเมทัลชีทสีเทาดำ ฝ้าชายคาเลือกใช้แบบมีรูระบายอากาศ ผนังบ้านโทนสีเทาอ่อน คาดด้วยบัวสีขาว บางส่วนกรุทับด้วยวัสดุที่เป็นไม้ฝา ระเบียงยาวหน้าบ้านที่ต่อหลังคายื่นออกมา มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง ปูพื้นด้วยกระเบื้องโทนสีเทาอ่อน รอบๆกั้นด้วยเหล็กระแนงที่ทาทับด้วยสีดำ ติดตั้งโคมไฟดวงใหญ่ที่ฝ้าเพดาน เสาที่เป็นโครงสร้างติดตั้งโคมไฟไว้ด้านบน ส่วนประตูเข้าบ้านกับหน้าต่าง เป็นบานกระจกใสที่ทันสมัย และง่ายต่อการเปิดใช้งาน

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

พื้นรอบบ้านเทคอนกรีตเป็นฟุตบาท ที่นอกจากจะเสริมฐานบ้านให้แข็งแรงแล้ว ยังช่วยกันผนังไม่ให้สกปรกได้อีกด้วย

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น




ภายในของบ้าน จุดแรกที่เปิดประตูเข้ามาเจอคือห้องโถง ลักษณะของห้องนี้จะยาวไปด้านหลัง คลุมพื้นที่หน้าห้องนอนทั้งสองห้อง กระเบื้องที่ปูพื้นเป็นโทนสีเทาอ่อน เข้ากันได้ดีกับผนังสีขาว ที่ตัดฐานขอบล่างด้วยบัวสีดำเข้มอีกที ส่วนฝ้าหลุมที่เพิ่มมิติให้ห้องสวยขึ้น มีไฟซ่อนและติดตั้งไฟที่พร้อมต่อการใช้งาน

ห้องนอนที่สร้างไว้ด้านข้าง ประตูเป็นบานไม้ที่ดูสบายตา ห้องแรกเปิดเข้าไปจะเห็นว่าผนังเป็นสีขาวที่สดใส พื้นห้องยังคงใช้เป็นกระเบื้องหินอ่อน และฝ้าเพดานเรียบสีขาว มีโคมไฟที่ส่องแสงสว่างทั่วห้อง

ห้องครัว ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของบ้าน พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องโทนสีขาวที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เคาน์เตอร์ปูท็อปด้วยกระเบื้องสีดำเงา จากนั้นติดตั้งซิงค์ล้างจานไว้ด้านบน ส่วนด้านล่างออกแบบให้เป็นตู้เก็บของ ผนังบริเวณนั้นกรุทับด้วยกระเบื้องเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด มีทั้งหน้าต่างและประตูหลังบ้านที่เป็นช่องทางระบายอากาศ

บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการออกแบบที่เรียบง่ายและใช้งานได้จริง บ้านสไตล์โมเดิร์นมักมีเส้นสายที่สะอาด รูปทรงเรขาคณิต และหน้าต่างบานใหญ่ บ้านสไตล์โมเดิร์นมักสร้างด้วยวัสดุร่วมสมัย  หากใครที่สนใจและอยากมีบ้านสวยๆ แบบหลังนี้ ติดต่อสอบถามได้จากข้อมูลด้านล่างครับ

ขอบคุณที่มา: เฟซบุ๊ก ช่างรส บ้านสวย


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อดิน และการเตรียมบ่อดิน สำหรับมือใหม่

วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อดิน และการเตรียมบ่อดิน สำหรับมือใหม่

เลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อดิน

บทความนี้เราจะมาพูดถึง วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อดิน รวมถึงการเตรียมบ่อดินสำหรับมือใหม่ กันครับ กุ้งฝอยนั้นเป็นสัตว์น้ำจืดขนาดเล็ก ที่มีอยู่ตามบ่อน้ำธรรมชาติทั่วไป และยังมีการแพร่พันธุ์ได้ไวด้วย แต่เนื่องจากสภาพ แวดล้อมที่เสื่อมโทรมมีการสะสมของสารพิษ เกิดการตื้นเขินและถูกบุกรุกทำลาย เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างอื่น จึงทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของกุ้งฝอยในธรรมชาติลดน้อยลง แต่ยังมีความต้องการกุ้งฝอยบริโภคอย่างต่อเนื่อง




ซึ่งทำให้เกิดการนำกุ้งฝอยมาเลี้ยงในรูแแบบต่างๆ เช่น การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อปูน หรือ การเลี้ยงกุ้งฝอยในกระชังบก และที่เราจะพาไปทำความรู้จักในวันนี้ คือวิธีวิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อดิน จะมีการเตรียมบ่อดินยังไง ให้อาหารยังไง สำหรับมือใหม่บทความนี้ไม่ควรพลาดครับ

แนะนำ!! สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือ การป้องกันศัตรูกุ้งฝอย ดังนั้น บริเวณบ่อต้องให้โล่งเตียน เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของ กบ เขียด งู ที่จะมาลงกินกุ้งฝอยในบ่อเลี้ยง นอกจากนี้ ในบ่อเลี้ยงต้องมีการกำจัดปลาทุกชนิดที่เป็นศัตรู เช่น ปลาช่อน ปลาดุกด้วย หรือจะล้อมบ่อด้วยไนลอนเขียวตาถี่ ๆ ด้วยก็ได้

วิธีการการเตรียมบ่อ ?

สำหรับดินนั้นปัญหาหลักๆ นั้นก็คือปลา กรณีที่ต้องการเลี้ยงกุ้งฝอยอย่างเดียวนั้น ก็ควรทำการเคลียร์ นำปลาออกให้หมด บ่อดินที่เลี้ยงหากมีวัชพืชจะดีเพราะช่วยในเรื่องระบบนิเวศ แต่หากไม่มีก็ไม่มีผลอะไรซึ่งบ่อดินจะมีการจัดการความสมดุลทางธรรมชาติได้เองอยู่แล้ว หรือเราจะหาผักน้ำ หรือสาร่ายมาเพิ่มก็ได้เพื่อเป็นที่หลบซ่อนกุ้งฝอย การเตรียมบ่อเลี้ยงกุ้งฝอยหากเป็นมือใหม่ควรมีการให้ออกซิเจนภายในบ่อ ขนาดและความลึกของบ่ออยุ่ที่ประมาณ 1-1.50 เมตร

วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อดิน

วิธีการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงบ่อครั้งแรกทำอย่างไร ?

การปล่อยพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอยลงบ่อควรมีการปรับสภาพกุ้งให้คุ้นชินกับน้ำก่อนลงปล่อย โดยนำถุงที่บรรจุพ่อแม่พันธุ์ลงแช่ในบ่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนปล่อยลงในบ่อ

อาหารกุ้งฝอย

  • ต้มไข่ให้สุก เอาเฉพาะไข่แดง 2 ฟอง รำอ่อน 3 ขีด ผสมให้เข้ากัน ปั้นเท่ากำปั้น โยนลงไปในบ่อประมาณ 3 ก้อน
  • หลังจากให้อาหารประมาณ 1 เดือน กุ้งจะวางไข่ ให้สังเกตตอนกลางคืนโดยการนำไฟฉายมาส่องดุว่ากุ้งจะวางไข่หรือไม่

เทคนิคการเร่งกุ้งให้วางไข่

ให้นำสายยางน้ำประปามาเปิดลงในบ่อ โดยการเปิดแรงๆ ประมาณ 10-20 นาที เพราะกุ้งชอบเล่นน้ำไหล แล้วจะดีดตัวทำให้ไข่ตกลงมา (ธรรมชาติน้ำนิ่งกุ้งไม่วางไข่) ประมาณ 1-2 เดือน กุ้งก็จะโตเต็มที่ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 เดือน จะได้กุ้งประมาณ 20-30 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100-200 บาท

วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อดิน

ราคาและระยะเวลาในการจับ จำหน่าย

  • ระยะเวลาในการจับกุ้งฝอยเพื่อจำหน่าย ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนก็สามารถสร้างรายได้ให้ กับผู้เลี้ยงได้ ทั้งนี้หาก เป็นการเลี้ยงในบ่อดินหรือตามสวนต่างๆจะสามารถ ใ ห้จำนวนการขยายพันธุ์ได้มากกว่าการเลี้ยงในบ่อปูนเพราะมีพื้นที่มากกว่า
  • โดยอาหารกุ้งฝอยที่เลี้ยงในบ่อดิน สามารถให้ได้แบบเดียวกันกับการเลี้ยงในบ่อปูน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำหรับคนที่มีที่ดินว่างๆ อาจจะลองหันมาเลี้ยงกุ้งฝอยสร้างรายได้ดูบ้างก็ได้

     อย่างไรก็ดีแม้จะเป็นอาชีพที่ดีแต่เกษตรกร ก็ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงให้ เข้าใจและเริ่มเลี้ยงแบบหาประสบการณ์จากน้อยไปหามาก เพื่อดูว่าอัตราการรอดเป็นอย่างไรระหว่าง เลี้ยงมีปัญหาอะไรให้ต้องแก้ไข แม้ว่ากุ้งฝอยจะเลี้ยงไม่ยากแต่หากไม่เข้าใจในวิธีการเลี้ยงก็อาจทำให้เป็นการลงทุนที่เสียเวลาโดยประโยชน์ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม | www.withikaset.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปลูกผักบุ้งในโอ่ง โตไว ยอดอวบสวยน่ารับประทาน

ปลูกผักบุ้งในโอ่ง โตไว ยอดอวบสวยน่ารับประทาน

ปลูกผักบุ้งในโอ่ง

สวัสดีครับ ในบทความนี้เราจะพาไปดู ไอเดีย ปลูกผักบุ้งในโอ่ง ที่มีการพลิกแพลงและมีความคิดสร้างสรรค์มาก ประหยัดพื้นที่ ดูแลง่ายแถมยอดอวบน่ารับประทาน สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย วิธีการปลูกผักในโอ่งนี้ก็เป็นอีกหนทางเลือกหนึ่ง ที่จะนำมาซึ่งการประหยีดรายได้ค่าอาหาร

วันนี้เราขอนำวิธีการ ปลูกผักบุ้งในโอ่ง มาฝาก ซึ่งข้อดีของการปลูกผักบุ้งด้วยวิธีนี้ คือ ประหยัดพื้นที่ ผักบุ้งที่ได้มีความยาว ตั้งตรง ลำต้นอวบ โต ที่สำคัญปลอดภัยจากสารพิษอีกด้วย

” ผักบุ้งเป็นผักแบบไม้เลื้อยล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นกลมสีเขียว หรือสีม่วงแดง มีรากออกตามข้อปล้องของลำต้น เติบโตอยู่ตามดินที่ชื้นแฉะหรือในน้ำ พบเห็นได้ทั่วไปทุกภาคในประเทศไทย รสชาติ กินดิบจะออกฝาดเปรี้ยวโคนลิ้น แต่หากทำให้สุกจะหวานกรอบอร่อย “

อุปกรณ์สำหรับการปลูกผักบุ้งในโอ่ง

1. โอ่ง ไม่จำกัดขนาด ไม่ต้องเจาะก้นโอ่งก็ได้ หรือโอ่งที่รั้ว ราว แตก
2. ตะกร้า ไว้สำหรับทำแปลงปลูก ให้เล็กกว่าก้นโอ่งเล็กน้อย หรือไม่มีก็ได้ถ้าก้นโอ่งไม่รั่ว
3. ดินปลูก ใช้ดินปลูกผักทั่วไป
4. กระสอบเก่า กระดาน หรือตาข่ายเก่า ไว้สำหรับคลุมปากโอ่ง

ปลูกผักบุ้งในโอ่ง

วิธีปลูก

1. นำดินปลูกที่ผสมแล้วใส่ตะกร้าที่เตรียมไว้ หรือนำดินที่ผสมแล้วใส่ลงในก้นโอ่ง ให้มีความสูงจากก้นโอ่งประมาณ 3-5 นิ้ว ถ้าก้นโอ่งไม่มีรอยรั่วไม่ได้เจาะ ก็ให้ดินสูงนิดหน่อยเพื่อการระบายน้ำ เมื่อเวลารดน้ำผักบุ้ง
2. ใช้เมล็ดผักบุ้งแก้ว หยอดลงไปในดิน แต่ไม่ควรแน่นจนเกินไป รดน้ำพอชุ่ม ที่ใช้เมล็ดผักบุ้งแก้ว เพราะเหมาะสม โตเร็ว
3. เมื่อผักบุ้งแทงยอดอ่อน แล้วเริ่มใช้กระสอบเก่า หรือตาข่าย ปิดบังแสง แต่ให้อากาศผ่านได้
4. ยอดผักบุ้งสูงเกือบถึงปากโอ่ง จึงสามารถตัดยอดไปรับประทานได้ กรณีไม่มีเมล็ด ผักบุ้งแก้วสามารถนำกิ่งมาปักชำได้เลย

สูตรน้ำหมักชีวภาพสำหรับบำรุงดิน

  • น้ำ
  •  ผักบุ้ง 2 กิโลกรัม
  • หยวกกล้วยอ่อน 3 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับบำรุงดิน

นำผักบุ้งกับหยวกกล้วยมัดรวมกัน เทน้ำและกากน้ำตาลผสมรวมกัน ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือนก่อนนำไปใช้ เมื่อครบกำหนดใช้น้ำหมัก 3 ช้อนแกง ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นทางใบ การใส่น้ำหมักชีวภาพลงไปในแปลง จะเป็นการช่วยสร้างแพลงตอนในน้ำ และไม่ทำให้น้ำในแปลงเน่าเสีย




บทความอื่นที่น่าสนใจ

เลี้ยงหอยขมในวงบ่อซีเมนต์ ใช้พื้นที่น้อย โตเร็ว รายได้ดี

เลี้ยงหอยขมในวงบ่อซีเมนต์ ใช้พื้นที่น้อย โตเร็ว รายได้ดี

เลี้ยงหอยขมในวงบ่อซีเมนต์


สวัสดีดีครับทุกท่าน ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการ เลี้ยงหอยขมในวงบ่อซีเมนต์ กันครับ หอยขม (Filopaludina martensi munensis) หรืออีสานเรียก หอยจุ๊บ เป็นที่รู้จักกันดีและมีขายในตลาดทั่วไปสามารถ พบได้ในแหล่งน้ำจืดทั่วไป นิยมนำมาทำอาหาร เช่น แกงคั่วหอยขม แกงฮ่อมหอยขม และอื่น ๆ



หอยขมที่พบจากแหล่งธรรมชาติ ในปัจจุบันนั้นพบน้อยลงเนื่องการใช้สารเคมีต่างๆ ในแหล่งน้ำ ปัจจุบันจึงมีฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยขมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลั้ยงหอยขมในกระชัง เลี้ยงหอยขมในบ่อซีเมนต์ หรือเลี้ยงครบคู่ในบ่อปลา หอยขมเป็นสัตว์ที่มีความอุดทนต่อสภาพแวดล้อม เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว และขยายพันธุ์เร็ว

การเตรียมบ่อในการเลี้ยงหอยขม

สำหรับการเตรียมบ่อวงบ่อซีเมนต์ หรือบ่อสีเหลี่ยมนั้น กรณีบ่อใหม่ นั้นควรทำการฆ่าเชื้อและกลิ่นของปูนก่อน เหมือนกันกับการเตรียมบ่อ สำหรับเลี้ยงกุ้งฝอย หรือ เลี้ยงปูนา ซึ่งสามมารถทำได้ดังนี้

  • บ่อปูนซื้อมาใหม่ ให้เทปูนตรงก้นวงบ่อจนปิดสนิท ต่อท่อระบายน้ำไว้ด้านข้างเป็นลักษณะเกลียวหมุนมีฝาปิด ไว้ถ่ายน้ำ
  • ให้ทำการแช่น้ำด้วยด่างทับทิม หรือ แช่ด้วยต้นกล้วย โดยแช่ไว้ประมาณ 7-10 วัน หรือจนหมดกลิ่น เมื่อแช่บ่อจนบ่อหมดกลิ่นแล้วก็ล้างให้สะอาด
  • เติมน้ำแล้วนำพืชน้ำมาใส่เช่นผักตบชวา หรือจอกแหน แล้วน้ำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาปล่อยต่อไป

เลี้ยงหอยขมในวงบ่อซีเมนต์

การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยขม

  • พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ของหอยขมที่ใช้เลี้ยงมีอายุตั้งแต่ 3 เดือน และควรเลือกพ่อแม่หอยขมที่มีขนาดใหญ่ หรือโตเต็มวัย ซึ่งสังเกตได้จากน้ำหนักตัวของหอยขมที่จะมีน้ำหนักตั้งแต่ 60-100 ตัวต่อกิโลกรัม
  • หอยขมจะมี 2 เพศ คือทั้งเพศผู้และเพศเมียในตัวเดียวกันดังนั้นหอยขมสามารถผสมพันธุ์ได้ด้วยตัวของมันเอง และเมื่อมีอายุครบ 60 วัน จะออกลูกเป็นตัว ครั้งละประมาณ  40-50 ตัว

อาหารที่ใช้ในการเลี้ยงหอยขม

  • อาหารที่ใช้เลี้ยง เป็นอาหารปลาที่ผสมกับข้าวเหนียวที่นึ่งสุก นำมาตำให้ละเอียด จากนั้นปั้นเป็นลูกขนาดเล็กๆ ประมาณเท่าหัวแม่มือ ให้บ่อละประมาณ 5 ลูก ความถี่ในการให้อาหาร 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ในบ่อเลี้ยงหอยขมจะใส่ผักตบชวาหรือใส่ใบไม้แห้งลงไป เพื่อใช้เป็นอาหารให้แก่หอยขมอีกช่องทางหนึ่ง แต่มีข้อควรระวังในการให้อาหารก็คือ จะต้องมีการดูแลและทำความสะอาดของน้ำ อย่าให้เกิดเน่าเสีย เพราะจะทำให้หอยขมตายได้ แนะนำควรเดิมน้ำหมักชีวภาพลงไปบ้างเพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำ
  • อาหารของหอยขมที่สำคัญ ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช และสัตว์ขนาคเล็ก ตะ ไคร่น้ำ พืชน้ำ ซากเน่าเปื่อยของใบไม้ และอินทรีย์สารต่างๆ ที่เป็นตะกอนในดินโคลน

เลี้ยงหอยขม

ระยะเวลาในการเลี้ยงหอยขม

ในการเลี้ยงหอยขมนั้น โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงหอยขมประมาณ 2 เดือน จะสามารถเริ่มจับขายได้ แต่ในการจับนั้นจะต้องทยอยจับ เนื่องจากหอยขมจะมีการเจริญเติบโตไม่เท่ากัน และมีหลากหลายขนาด ควรเลือกหอยที่โตเตี๋มวัยก่อน ส่วนตัวที่เล็กจะต้องเลี้ยงต่ออีกระยะหนึ่งจึงจะสามารถจับขายได้ ครั้งหนึ่งจะจับขายได้ประมาณ 30-50 กิโลกรัม ซึ่งราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 บาท

การเลี้ยงหอมขมในบ่อซีเมนต์ นั้นโอกาสเป็นโรคน้อยกว่าบ่อดิน เนื่องจากเปลี่ยนน้ำนั้นทำได้ง่ายกว่า แต่ต้องค่อยสังเกตุ อาการของหอยขมด้วย หากเป็นโรคที่เกิดจากน้ำเสีย จะไม่ค่อยเดิน ไม่กินอาหาร มักจะนอนหงายเปิดฝาหน้าและตายในที่สุด ฉะนั้นต้องสังเกตุด้วยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ด้วย

ประโยชน์ของหอยขม

  • สามารถนำมาเป็นอาหารสำหรับในการรับประทานได้ เช่น แกงคั่วหอยขม ซึ่งหอยขมที่นำมารับประทานกวรต้มหรือทำให้สุกเสียก่อน เพราะอาจมีไข่พยาธิติดมาด้วยหรือหอยขมในแหล่งน้ำใกล้โรงงานอุตสาหกรรมหรือแหล่งน้ำเสียชุมชน ควรหลีกเลี่ยงรับประทาน เพราะอาจปนเปื้อนโลหะหนักได้
  • สรรพคุณสำหรับการใช้ทางยา เช่น แก้กระษัยปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงกระดูกรักษาอาการปวดกระดูก ขับของเสียต่างๆ ในร่างกาย เช่น เมือกมันในลำไส้ บำรุงถุงน้ำดี ขับนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ขับปัสสาวะ แก้ไข้ปวดศีรษะ
  • เป็นอาหารให้แก่สัตว์ เช่น เป็ด ปลาคุก ปลาไหล ตะพาบน้ำ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นผลดีของการเลี้ยงสัตว์จำพวกนี้ เพื่อเป็นงานอดิเรก เพื่อหารายได้และกำไรเลี้ยงชีพ หรือด้วยเหตุผลอื่นๆที่ไม่ใช่เลี้ยงหอยขมเพื่อทำกำไร จะเป็นผลดีและประโยชน์มาก

แหล่งตลาดหอยขม

การเพาะเลี้ยงหอยขมในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในพื้นที่ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย การเลี้ยงหอยขมจึงเป็นสินค้าทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย เลี้ยงง่าย โตไว ต้นทุนต่ำเลี้ยงได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญตลาดมีความต้องการสูง

ปัจจุบันเกษตรกรจะเน้นการจำหน่ายผ่านทางออนไลน์เป็นหลักตามวิถี New Normal ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยผลผลิตร้อยละ 80 จำหน่ายผ่าน Facebook และ Line Group ส่วนผลผลิตอีกร้อยละ 20 ขายหน้าฟาร์ม ซึ่งจะมีพ่อค้าและผู้บริโภค มารับซื้อถึง

ที่มา | www.sarakaset.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ

วิธีเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ สำหรับมือใหม่ ไร้กลิ่นไม่เหม็น ต้นทุนต่ำ

วิธีเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ สำหรับมือใหม่ ไร้กลิ่นไม่เหม็น ต้นทุนต่ำ

วิธีเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ


วิธีเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ นั้นมีเป็นภูมิปัญญาสมัยเก่าบวกสมัยใหม่ เพื่อปรับตัวในการเลี้ยงหมู ที่มีต้นทุนค่าอาหารที่สูงขึ้นทุกวัน ทำให้เกษตรกรผู้ที่ทำอาชีพเลี้ยงหมูนั้นต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นซึ่ง วิธีเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ นั้นยังช่วยลดกลิ่นเหม็นของขี้หมูได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้ปุ๋ยหมักแบบไม่ต้องออกแรงไว้ใส่ไร่สวนได้ด้วย



“หมูหลุม” เป็นภาษาชาวบ้านที่เรียกการเลี้ยงหมูแบบขุดหลุมลึก โดยมีวัสดุรองพื้นหลุม ดั้งเดิมมาโดยมีแนวคิดตามหลักการของ เกษตรกรรมธรรมชาติ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของระบบเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นการเกษตรที่ไม่เพียงแต่คำนึงถึงผลผลิตจากการเกษตรเท่านั้น แต่มีปรัชญาแนวคิดอยู่เบื้องหลังของการทำงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศน์ วงจรชีวภาพห่วงโซ่อาหาร ดิน พืชสัตว์ จุลินทรีย์ พลังธรรมชาติหมุนเวียนจากพลังงานแสงแดด และน้ำ นำมาเป็นปัจจัยในการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ข้อดีของการเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติ (หมูหลุม)

สำหรับข้อดีของการเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาตินั้น ก็จะมีข้อดีอยู่ด้วยกันหลายข้อเหมือนกัน ซึ่งพอจะสรุป คร่าวๆได้ดังนี้ครับ

  • การเลี้ยงหมูนั้นเราสามารถใช้วัสดุต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติและในท้องถิ่น มาประกอบในการทำคอกเลี้ยงได้ ซึ่งจะประหยัดต้นทุนได้เยอะมากเหมื่อเทียบกัยการเลี้ยงหมูปรกติ
  • เรื่องของกลิ่นเหม็นนั้นไม่ก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากมูลสุกรและน้ำเสีย ถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์หรือน้ำหมักที่เราเติมเข้าไปในคอกอีทั้งยังมีวัสดุต่างๆ ที่ใช้รอบพื้นด้วยจึ้งหมดปัญหาเรื่องกลิ่น
  • ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการล้างทำความสะอาดคอกและบำบัดน้ำเสีย เพราะมีระบบการหมุนเวียนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในคอกหรือหลุมสุกร
  • มูลสุกรและวัสดุในหลุมซึ่งถูกหมักและย่อยสลายโดยจุลินทรีย์กลายเป็นปุ๋ยหมักอย่างดีนำไปเป็นปุ๋ยให้กับพืช ปรับปรุงดินบำรุงดิน หรือจำหน่ายได้
  • ต้นทุนการผลิตต่ำโดยเฉพาะต้นทุนด้านอาหารสามารถลดได้ไม่ต่ำกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์

การสร้างโรงเรือน

สำหรับการสร้างคอกหรือโรงเรือนในการเลี้ยงหมูหลุมนั้น ไม่มีสูตรตายตัวขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของแต่ล่ะพื้นที่ว่ามีวัสดุอุกปกรณืของแต่ล่ะพื้นที่เป็นอย่างไร แต่ก็มีหลังการคร่าวๆในการเลือกพื้นที่ในการสร้างโรงเรือน นั้นควรเป็นที่สูง น้ำท่วมไม่ถึงสร้างโรงเรือนตามแนวทิศตะวันออก และทิศตะวันตก วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ควรเป็นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น โกรงหลังาทำด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยหญ้าคา หรือหญ้าแฝก ใบจาก เป็นต้น

การสร้างคอกหมูหลุม

  • หมูหลุม 1 ตัว ใช้พื้นที่ประมาณ 1.5 – 2 ดารางเมตร ซึ่งคอกขนาด 2.5 x 3 เมตร จะสามารถเลี้ยงหมูได้ 4-5 ตัว คอกขนาด 4 x 4 เมตร เลี้ยงหมูได้ 8-10 ตั
  • ถ้าต้องการเลี้ยงหมูหลุม 4 – 6 ตัว ต้องใช้พื้นที่ 2.5 x 4 เมตร
  • ขุดดินออกในส่วนพื้นที่จะสร้างคอก ลึก 90 เซนดิเมตร ปรับพื้นที่ให้มีระดับสม่ำเสมอ ใช้อิฐบล็อกกั้นค้านข้างคอกเหนือขอบหลุมสูง 2 เมตร

วิธีเลี้ยงหมูหลุมแบบธรรมชาติ

วัสดุพื้นคอก

พื้นคอกนั้นเราสามารถใช้แกลบ 10 ส่วนผสมดินละเอียด 1 ส่วน เทลงกันหลุมมีความหนา 30 ซม.  แล้วใช้เกลือเม็ดประมาณ 1 ถ้วยตราไก่ โรยหน้าแล้วใช้น้ำหมักชีวภาพ 2 ช้อนแกงผสมน้ำ 10 ลิตร แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน จึงนำหมูเข้าอยู่และควรราดน้ำหมักชีวภาพลงบนพื้นคอกเพิ่มเติมทุกๆ 5-7 วัน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ กรณีไม่มีแกลบก็สามารถใช้อย่างอื่นแทนได้ตามความเหมาะสม เช่น ฟางข้าว หรือ ขี้เลื่อย มารองใส่ชั้นล่างสุดแทนแกลบก็ได้

การให้อาหาร

สำหรับการให้อาหารนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง ดังนี้

  • ลูกหมูที่นำมาเลี้ยงควรมีน้ำหนัก 15 – 20 กก. ในช่วงเดือนแรก ควรให้อาหารสำหรับหมูเล็ก โดยผสมรำอ่อน ปลายข้าว กากถั่วเหลือง ปลาน หรือใช้น้ำหอยเชอรี่หมักแทนปลาปน
  • หมูได้ 30 กก.ขึ้นไป อาหารหมูได้แก่ เสษอาหารเหลือทิ้งจากมนุษย์เศษพืชต่างๆ หญ้าสด หญ้าหมัก จะใช้อาหารสำเร็จรูปผสมร่วมกับอาหารที่ทำขึ้นเองบางส่วนเท่านั้น ส่วนพืชสด ใส่ให้กินในคอกเลย

ตัวอย่างสูตรอาหาร

สูตร 1

  • หยวกกล้วย + มะละกอดิบ + ผักบุ้ง + เถามันเทศ + เศษผักหรือวัชพืช สับให้ละเอียด  100 กก.
  • น้ำตาลทรายแดง 4  กิโลกรัม
  • เกลือ 1  กิโลกรัม
  • หมักทิ้งไว้ 5 ถึง 7 วัน
  • ผสมหัวอาหาร  3  กิโลกรัม
  • สามารถเติมน้ำหมักแบคทีเรียแลคติก

สูตร 2

  • หยวกกล้วย เศษผัก ฯลฯ สับให้เป็นชิ้นเล็กๆ  25  กิโลกรัม
  • น้ำใส่ถังแล้วโรยด้วยเกลือแกง  200  กรัม
  • ผสมน้ำหมักชีวภาพ,หัวเชื้อจุลินทรีย์/EM 2 ฝา
  • น้ำตาลทรายแดงกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม (เทผสมแล้วปีดฝาทิ้งไว้ 5 – 7 วัน สามารถเก็บได้นาน 30 วัน)

อย่างไรก็ตาม เราควรเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคที่มีความเสี่ยง เช่น อหิวาตัสุกร โดยการทำวัคซีนก่อนนำหมูเข้าเลี้ยง ถ่ายพยาธิโดยใช้ยาถ่ายพยาธิที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป หากเกิดเจ็บป๋วยก็ทำการรักษา เราสามารถนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันได้ แต่ต้องทำใจไว้ก่อนว่าผลการรักษาคงไม่เห็นทันตาเท่ากับยาแผนปัจจุบัน


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโทนสีด้วยโทนสดใส ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

บ้านสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโทนสีด้วยโทนสดใส ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

บ้านสไตล์โมเดิร์น




สวัสดีครับ ทุกท่าน วันนี้เรามีแบบบ้านสวย ๆ ซึ่งเป็น บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องโถง พร้อมครัว  มาให้ทุกคนได้รับดู เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกท่านที่กำลัง คิดจะสร้างบ้านกันอยู่ สำหรับ แบบบ้านชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์น  ในวันนี้  เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย SK Construction เห็นแล้วจะสวยงามสะดุดตาขนาดไหน และ ท่านใดที่กำลังมีโครงการในการจะสร้างบ้านในเวลาอันใกล้นี้ ไม่ควรพลาดครับ ไปชมพร้อม ๆ กันเลยครับ

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น หลังนี้มีหลังคาทรงเพิงแหงนลาดเอียงระบายน้ำไปทางหลังบ้าน เป็นบ้านโทนสีฟ้าขาว ใช้ลูกเล่นตัดแต่งด้วยลายเส้นสีส้ม ทั้งขอบชายคา เส้นผนัง สีขอบด้านล่างตัวบ้าน และสร้างสีสันด้วยไม้เทียมสีน้ำตาลส้ม ทำให้ตัวบ้านดูโดดเด่น เลือกใช้ประตูหน้าต่างกระจกบนเลื่อนสี่เหลี่ยมทรงสูง ใช้กระจกกรองแสงสีดำรับกับสีเฉลียงบ้าน

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านหลังนี้ ถูกสร้างที่ ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์  ซึ่งเจ้าของบ้านคือ คุณอุ้ม  ตัวบ้านนั้นเป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ยกพื้นสูงประมาณ 30 เซ็นติเมตร มองจากภายนอก ตัวบ้านถูกแต่งด้วยะแนงเหล็กสีส้ม พร้อมเทั้ง กระเบื้องบันไดหน้าบ้าน อีกทั้งยังเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวบ้าน ด้วย ฝ้าเพดานสีขาว ประตูหน้าต่างบานกระจกใสแบบสไลด์ ตกแต่งด้วยโครงสร้างเหล็กสีดำในจุดต่าง ๆ

บ้านสไตล์โมเดิร์น

ด้านข้างบันได เป็นพื้นที่จอดรถ และ เสาบริเวณพื้นที่จอดรถตกแต่งด้วยการกรุกระเบื้องหินทรายสีครีม เพิ่มความโดดเด่นด้วย กระเบื้องลวดลายสามมิติฐานของบ้านยกสูงทาสีฟ้าเข้ม

บ้านสไตล์โมเดิร์น

ด้านข้างบ้านนั้น ตกแต่งด้วยขอบบัวปูนสีขาวรอบตัวบ้าน พร้อมทั้งปูพื้นคอนกรีตเป็นทางเดินรอบตัวบ้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงและง่ายในการทำความสะอาด

ข้อดีของแบบบ้านโมเดิร์น

  • บ้านสไตล์โมเดิร์นเน้นความโปร่งโล่ง มีการออกแบบพื้นที่โล่ง เพื่อการใช้สอย ไม่นิยมก่อผนังกั้นมากเกินไป
  • มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เป็นระเบียบ เรียบง่าย ไม่เยอะ
  • การสร้างผนังแบบปูนเปลือยที่ไม่จำเป็นต้องทาสี
  • พื้นบ้านที่ไม่ต้องมีการปูกระเบื้อง
  • ดีไซน์เรียบหรู ทันสมัย ดูแลรักษาง่าย
  • บ้านสไตล์โมเดิร์นมีการประหยัดงบประมาณ
  • พื้นเพดานบ้านสไตล์โมเดิร์นไม่จำเป็นต้องมีการทำเพดานฝ้า
  • โครงสร้างบ้านก็ไม่ซับซ้อนมาก

ภายในบ้านเป็นห้องโถงกว้างที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีเทาขาว มีผนังทาใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ทั้งฝ้าเพดานหลุม ผนังฉาบเรียบ และกระเบื้องพื้นห้องที่ถูกเรียกใช้โทนสีขาว ที่มองแล้วดูสว่างตา  พื้นที่ภายในมีขนาดใหญ่จึงแบ่งเป็นส่วนห้องนั่งเล่น และ ห้องครัว สามารถตกแต่งและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างใจต้องการ



สำหรับห้องนอนใช้โทนสีขาวทั้งห้อง ฝ้าเพดานฉาบเรียบ พร้อมสำหรับการตกแต่ง ห้องนอนอีกห้องใช้การตกแต่งและโทนสีเดียวกัน

ห้องครัวก่อเคานท์เตอร์ครัวแบบบิวท์อิน รูปตัวแอล แบบชิดผนัง ปูท็อปเคาน์เตอร์ด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีเข้มพร้อมหน้าต่างช่วยระบายอากาศ ส่วนด้านหน้าทำเคานท์เตอร์บาร์ พร้อมกับใช้เป็นได้ทั้งโต๊ะกินข้าวได้ด้วย ภายในห้องครัวติดตั้งเตาแก๊ส ที่ดูดควัน และอ่างล้างจานรวมถึงหน้าต่างระบายอากาศด้วย

ห้องน้ำกรุกระเบื้องผนังและปูพื้นห้องน้ำสีเทาสไตล์ลอฟท์ เลือกใช้สุขภัณฑ์สีขาว ดำ เทา ให้เป็นธีมเดียวกัน ทำช่องลมช่วยระบายอากาศทางด้านบน

บ้านสไตล์โมเดิร์น เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบ้านที่มีดีไซน์ทันสมัย เรียบง่าย ดูแลรักษาง่าย และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น สนใจสามารถติดต่อทีมงานได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยครับ

ที่มา : รับสร้างบ้าน ราคาประหยัด By SK Home


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านทรงปั้นหยา สวยหรูดูดี สุดทันสมัยสีสดใสสวยงาม

แบบบ้านทรงปั้นหยา สวยหรูดูดี สุดทันสมัยสีสดใสสวยงาม

แบบบ้านทรงปั้นหยา


แบบบ้านทรงปั้นหยา คือ แบบบ้านที่สามารถพบได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย เนื่องจากเป็นแบบบ้านที่ปรับปรุงข้อเสียของหลังคาแบบหน้าจั่ว จนมาเป็นหลังคาที่มีด้านลาดเอียงทั้งหมด 4 ด้าน หรือที่เรียกว่าหลังคาทรงปั้นหยา ทำให้สามารถป้องกันแดดและฝนได้ครอบคลุมครบทุกด้านกว่าที่เคยเป็น แบบบ้านทรงปั้นหยานั้นสามารถเข้าได้กับบ้านหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นร่วมสมัย โมเดิร์น หรือไทยประยุกต์ เพราะแบบบ้านทรงปั้นหยาถูกพัฒนาขึ้นให้รูปทรงไม่ดูเก่าและล้าสมัย



วันนี้เรามีแบบบ้านสวยๆ ที่นำมาให้ชมกัน ซึ่งเป็นบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ โทนสีเหลืองอ่อนหรือสีเปลือกไข่ หลังคาทรงปั้นหย่า ช่วยเพิ่มพื้นที่ระบายอากาศใต้หลังคาช่วยให้บ้านเย็น ฟังก์ชั่นขนาด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงรับแขก 1 ห้องครัว พร้อมพื้นที่นั่งเล่นด้านหน้าตัวบ้าน จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ  | ห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภี คอนสตรัคชั่น
เรียบเรียง : kasetbanna.com

แบบบ้านทรงปั้นหยา

บ้านหลังนี้นั้นเป็นบ้านโทนสีเหลืองอ่อนหรือสีเปลือกไข่ แต่งด้วยกระเบื้องและหินตกแต่งสีเทาเข้ม ประตูไม้ขนาดใหญ่ ด้านล่างตัวบ้านยกพื้นสูง 1 เมตร ทาสีผนังขอบพื้นด้วยสีน้ำเทาเป็นฐานให้กับตัวบ้านและช่วยกันเปื้อนให้กับผนัง ทำบันไดทางขึ้นด้านหน้าตัวบ้านรอบตัวมุกด้านหน้า

แบบบ้านทรงปั้นหยา

ด้านหน้าบ้านกรุเสาด้านหน้าและมุมบ้านด้วยกระเบื้องลายหินตกแต่งสีเทาดำ ประดับไฟกิ่งสไตล์วินเทจแสงสีขาวนวลช่วยให้บ้านดูอบอุ่น บันไดทางขึ้นและพื้นเฉลียง ปูด้วยกระเบื้องสีเทาโทนเดียวกันกับพื้นด้านหน้า

แบบบ้านทรงปั้นหยา

แบบบ้านทรงปั้นหยา

ด้านข้างบ้านนั้นเลือกใช้หน้าต่างบ้านใหญ่หลายบานเพิ่มแสงสว่างเข้าบ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังตกแต่งด้วยบัวสัเทาดำตัดกับตัวบ้านสีเหลืองได้เป็นอย่างดี

แบบบ้านทรงปั้นหยา

ข้อดีของแบบบ้านทรงปั้นหยา

แบบบ้านทรงปั้นหยา มีความแข็งแรงกว่าแบบอื่น ๆ ด้วยคุณลักษณะที่โครงสร้างทุกด้านวิ่งมาบรรจบกันบนยอดหลังคา ทำให้เกิดความมั่นคง สามารถรับลมและฝนได้จากทุกทิศทาง รวมถึงเข้ากันได้กับตัวบ้านหลากหลายสไตล์

ข้อด้อยของแบบบ้านทรงปั้นหยา

ถึงบ้านทรงปั้นหยาจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อด้อยเช่นกันเราจึงนำมาเป็นตัวอย่างให้ตัดสินใจเลือก แม้จะรับลมเข้ามามาก การระบายอากาศทำได้ไม่ดีเท่าหลังคาแบบอื่น แต่สามารถแก้ปัญหาด้วยการติดแผ่นฝ้าชายคาที่มีรูระบายอากาศ ซึ่งต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญในการติดตั้ง เพื่อให้มวลอากาศร้อนใต้หลังคาสามารถระบายออกไป

ห้องโถงรับแขกมีพื้นที่กว้างขวาง ได้รับแสงสว่างจากบานกระจกของประตูและหน้าต่างดูสว่างโปร่งโล่ง ปูกระเบื้องพื้นลายไม้ทั้งห้อง ขวามือจัดไว้เป็นมุมรับแขก

ประตูบานสีน้ำตาลเป็นห้องนอน ส่วนประตูบานกระจกเป็นห้องครัว ถัดมาทำห้องกระจกเล็กๆ เป็นห้องอเนกประสงค์ สามารถเป็นได้ทั้งห้องพระ ห้องทำงานหรือมุมนั่งเล่นภายในห้อง




ห้องครัวที่อยู่ด้านหลังตัวบ้าน ใช้โทนสีสว่างและติดโคมด้านบนช่วยส่องสว่าง พื้นที่กว้างขวางสามารถวางโต๊ะทานข้าวไว้ภายในห้อง มีหน้าต่างระบายอากาศเวลาแม่บ้านทำอาหารด้วยครับ ส่วยเคาน์เตอร์ครัวนั้นเป็นแบบบิวท์อิน ติดกับผนังฝั่งหลังบ้าน ใช้โทนสีขาวช่วยกันเปื้อนให้กับครัว มีหน้าต่างช่วยรับแสงหนึ่งบาน

ห้องน้ำกรุกระเบื้องผนังโทนสีขาวละหม่น พื้นปูกระเบื้องสัขาวลายสวยงามสะอาดตาดูแลทำความสะอาดได้ง่าย

หากท่านกำลังมองหาแบบบ้านที่สวยงาม เรียบง่าย ทนทาน เหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทย บ้านทรงปั้นหยาเป็นตัวเลือกที่ดี หรือชื่นชอบก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โดยตรง ตามที่อยู่ด้านล่างได้เลยนะครับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภีคอนสตรัคชั่น
สนใจ inbox หรือ 084-6158214
line id : E24FSM


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

เลี้ยงปลาไหลในถังพลาสติก 200 ลิตร ใช้พื้นที่น้อย เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก

เลี้ยงปลาไหลในถังพลาสติก 200 ลิตร ใช้พื้นที่น้อย เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก

เลี้ยงปลาไหลในถังพลาสติก 200 ลิตร

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับวิธีการ เลี้ยงปลาไหลในถังพลาสติก 200 ลิตร กันครับ โดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่เคยเลี้ยงปลาไหล ก็สามารถศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้กันได้ ซึ่งในการเลี้ยงปลาไหล นั้นก็มีหลายรูปแบบ เช่น การเลี้ยงปลาไหลในบ่อซีเมนต์, การเลี้ยงปลาไหลในบ่อปูน หรือ การเลี้ยงปลาไหลในบ่อพลาสติก เป็นต้น

สำหรับการเลี้ยงนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายของผู้เลี้ยงแและการบริหารจัดการพื้นที่ ก่อนที่เราจะเข้าสู่ขั้นตอนใน การเลี้ยงปลาไหล นั้นเรามาทำความรู้จักกับ ปลาไหล คร่าวๆ กันก่อนดีกว่าครับ ว่ามีพฤติกรรมและนิสัยการอยู่และกินแบบไหนกันบ้าง



ปลาไหล (Monopterus albus) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์ปลาไหลนา (Synbranchidae) มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายงู ตามีขนาดเล็ก คอป่องออก มีอวัยวะช่วยหายใจอยู่ในคอหอยเป็นเส้นเลือดฝอย ซึ่งช่วยให้หายใจได้โดยไม่ต้องผ่านซี่กรองเหงือกเหมือนปลาทั่วไป และยังสามารถขุดรูในดินเพื่อจำศีลในช่วงฤดูร้อนได้ด้วย ไม่มีครีบใด ๆ ยกเว้นบริเวณปลายหางแบนยาวคล้ายใบพาย เมื่อยังเล็กมีครีบอก แต่โตขึ้นจะหายไป กระดูกเหงือกมีทั้งหมด 3 คู่

มาถึงขั้นตอนการเลี้ยงปลาไหลในถังพลาสติก 200 ลิตร กันครับ

ส่วนผสมดิน

สำหรับส่วนผสมของดินที่เรานำมาใช้เลี้ยงปลาไหลนั้นก็จะมาหลายแบบแต่สำหรับการเลี้ยงปลาไหล ในถังนั้นก้จะเน้นไปที่ส่วนผสมที่ย่อยสลายง่ายและเป็นอาหารของปลาไหลไปด้วย ซึ่งส่วนประกอบก็จะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 3 ชั้น ดังนี้

  • ชั้นที่หนึ่ง ใส่หญ้าแห้ง หรือ ฟางข้าว, ใบไม้แห้งก็ได้ ให้เน้นสิ่งที่เราหาได้ตามพื้นที่ของเราเพื่อความสะดวก
  • ชั้นที่สอง ใส่หยวกกล้วย หรือต้นกล้วยหั่นก็ได้
  • ชั้นที่สาม ใส่มูลสัตว์ และอาหาร ทำสลับกันไปเรื่อยๆ พอประมาณ

เลี้ยงปลาไหลในถังพลาสติก 200 ลิตร

ชั้นบนสุด ใส่น้ำให้มีระดับความสูง ประมาณ 10-15 ชม จากนั้นนำพืชน้ำ อาทิ ผักตบ ผักบุ้งมาใส่ในบ่อเพื่อเลียนแบบธรรมชาติโดยให้ใส่พอประมาณ และทุกชั้นควรรดด้วยจุลินทรีย์ EM จากนั้นหมักทิ้งไว้ 15 วันนำพืชน้ำ อาทิ ผักตบ ผักบุ้งใส่ลงในบ่อเพื่อเลียนแบบธรรมชาติ (ใส่พอประมาณ)ก่อนที่เราจะนำปลาไหลมาปล่อย

เลี้ยงปลาไหลในถังพลาสติก 200 ลิตร

การเลี้ยงปลาไหล

ให้นำปลาไหลปล่อยลงเลี้ยง ในบ่อหมักที่เตรียมไว้ ขนาดปลาไหลที่จะเลี้ยงควรมีขนาดตัวประมาณ 2-3 ซม.ซึ่งจะใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจับขายได้

สูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาไหลนั้นสามารถทำได้ดังนี้

สูตรที่1

  • กากน้ำตาล 5 ลิตร
  • เศษผัก 10 กิโลกรัม
  • น้ำสะอาด 20 ลิตร
  • ถังพลาสติกพร้อมฝาปิดอีก 40 ลิตร

สูตรที่2

  • กากน้ำตาล 5 ลิตร
  • น้ำมะพร้าว 2 ลูก
  • น้ำสะอาด 25 ลิตร
  • สับปะรดสุก 5 หัว

เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดแล้วก็นำมาผสมเข้าด้วยกันจากนั้นก็ปิดฝาหมักไว้ที่อยู่ในร่มประมาณ 1 สัปดาห์เพียงเท่านี้เราก็สามารถได้จุลินทรีย์ที่มาไว้ใช้ในการเลี้ยงปลาไหลแล้ว

อาหาร/การให้อาหาร

  • การให้อาหารจะให้เดือนละครั้ง
  • อาหารที่ให้ เช่น ซากสัตว์ที่ตาย ไส้หมู, หนังควาย ปลวกไส้เดือน หอย หนอน

ข้อควรระวังในการเลี้ยงปลาไหลนา

  • การรวบรวมพันธุ์ปลาจากธรรมชาติ เข้ามาเลี้ยงควรระมัดระวังในเรื่องการลำเลียงไม่ควรให้หนาแน่นมากเกินไปปลาจะบอบช้ำได้
  • ควรคัดปลาขนาดเดียวกันลงเลี้ยงรวมกันเพื่อลดปัญหาการกินเองโดยเฉพาะในปลาอายุต่ำกว่า 2 เดือน
  • พื้นบ่ออนุบาลควรฉาบผิวให้เรียบป้องกันปลาเป็นแผลถลอกได้
  • ฟางข้าวที่ใช้เพื่อการเลี้ยงควรเป็นฟางข้าวที่แห้ง บ่อควรมีร่มเงาบังแสงแดดบ้าง

ปลาไหล

ซึ่งวิธีในการเลี้ยงปลาไหลบอกเลยว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิดโดยถ้าหากใครสนใจนั้นก็สามารถเอามาเลี้ยงได้และวิธีนี้จะทำให้คุณนะสามารถประหยัดเนื้อที่ได้อย่างเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นโดยเลี้ยงง่ายโตไวใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนก็สามารถจัดจำหน่ายได้แล้วบอกเลยว่าไม่มีขาดทุนอย่างแน่นอน

ที่มา : sarakaset.com


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์มินิมอล มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น อบอุ่น นุ่มนวล โทนน้ำตาลขาว

บ้านสไตล์มินิมอล มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น อบอุ่น นุ่มนวล โทนน้ำตาลขาว

บ้านสไตล์มินิมอล

บ้านสไตล์มินิมอล


บ้านสไตล์มินิมอล ผลงานการออกแบบโดย Lhong Khao Architecture&Construction บ้านขนาดกลางที่ถูกออกแบบดีไซน์ให้มีความสวยงามและเรียบง่าย ด้านฟังก์ชันการพัดอาศัยก็ถูกจัดสรรได้อย่างเป็นสัดส่วน จึงให้ความสะดวกสบายแก่ผู้พักอาศัย




วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชม บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล สไตล์นอร์ดิกโทนสีขาว รูปทรงสวยโดดเด่น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 รับแขก 1 ห้องครัว 1 ที่จอดรถ พิกัด บ้านวังผู อ.แม่พริก จ.ลำปาง พื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมด 159 ตรม. จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มาและรูปภาพ : Lhong Khao Architecture&Construction

บ้านสไตล์มินิมอล

บ้านสไตล์มินิมอล

ตัวบ้านเน้นตกแต่งด้วยโทนสีขาวสว่างอย่างอบอุ่น ผสมผสานด้วยสีน้ำตาลของงานไม้อย่างอบอุ่น โดดเด่นไปด้วยไม้ระแนง และระเบียงหน้าบ้านสำหรับนั่งเล่น พักผ่อนแบบชิวๆ

บ้านสไตล์มินิมอล

เมื่อเรามองจากด้านหน้าของตัวบ้านนั้นจะเห็นความโดดเด่นของบันไดทางขึ้นขนาดใหญ่ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีน้ำตาล โดดเด่นชัดเจนตัดสีขาวและหน้าต่างทรงกลมที่มีเอกลักษณ์สไตล์มินิมอล ชัดเจน

บ้านสไตล์มินิมอล

ข้อดีของบ้านสไตล์มินิมอล

  • ช่วยให้บ้านดูกว้างและโปร่งสบายตา
  • ช่วยให้บ้านดูสะอาดและเรียบร้อย
  • ช่วยให้บ้านดูมีระเบียบและง่ายต่อการทำความสะอาด
  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน

ด้านหลังตัวบ้านมีการออกแบบที่โดดเด่นสะดุดตา สวยงามมีเสน่ห์ที่สุด




บ้านสไตล์มินิมอล

ภายในตัวบ้านเรียกใช้กระเบื้องพื้นลายไม้สีน้ำตาล ตัดกับผนังสีขาวเพิ่มความโดดเด่นภายในเน้นโปร่งโล่งสบาย

ภายในตัวบ้านเมื่อเราเปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องโถงขนาดใหญ่ยาว เน้นโทนสีขาวตัดกระเบื้องลายไม้และยังมีชุดโชฟาสำหรับรับแขก ด้านบนเป็นฝ้าเรียบติดโคมไฟแบบหลุมเพิ่มแสงสว่างได้เป็นอย่างดี

ภายในถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาว ตัดกับโคมไฟโทนสีอบอุ่น จึงทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก รู้สึกสบายๆ ทุกครั้งที่ได้เข้ามา

ส่วนห้องน้ำห้องนี้ตกแต่งผนังภายในด้วยกระเบื้องโทนสีเทาอ่อนตัดกับผนังสีขาวพร้อมติดตั้งหน้าต่างบานเล็กไว้ระบายอากาศ ภายในยังมีการติดตั้งเครื่องใช้สุขภัณฑ์แบบครบครัน



ปล งบประมาณสำหรับเพื่อการก่อสร้างบ้านแต่ละข้างหลังที่ไม่เหมือนกันนั้น ขึ้นกับหลายต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นหลักที่ก่อสร้าง ประสิทธิภาพหรือเกรดของอุปกรณ์ การว่าว่าจ้างช่างฝีมือหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง อื่นๆอีกมากมาย ด้วยเหตุนั้น ข้อมูลของบ้านข้างหลังนี้ก็เลยมีไว้เพื่อเป็นตัวอย่างให้เล่าเรียนแค่นั้น ไม่อาจจะนำไปเป็นมาตรฐานสำหรับเพื่อการก่อสร้างบ้านอื่นๆที่มีภาวะต้นสายปลายเหตุที่แตกต่างได้

ที่มา : Lhong Khao Architecture&Construction

Tel : 063-6352651 , 083-7941648
Email : Lhong Khao2020@gmailcom


บทความอื่นที่น่าสนใจ