“พอต” เกษตรกรรุ่นใหม่หัวใจสร้างโลก : มหาอำนาจบ้านนา

“พอต” เกษตรกรรุ่นใหม่หัวใจสร้างโลก : มหาอำนาจบ้านนา

“พอต” เด็กหนุ่มจากอดีตที่เคยฝันอยากออกไปใช้ชีวิตสู่โลกภายนอก แต่ชีวิตพลิกผัน เขาได้เจอกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนความคิด และเปลี่ยนใจอยากที่จะกลับบ้านเกิดทันที พอตได้ลองศึกษาด้านเกษตรอย่างจริงและมุ่งมั่น การทำเกษตรของเขาไม่เพียงแต่ทำเพื่อตัวเอง เขามองถึงคนรอบข้าง มองถึงชุมชน รวมไปถึงอนาคตในวันข้างหน้า โดยเขาเชื่อว่าการทำเกษตรนี่แหละที่จะสามารถเปลี่ยนโลกได้

ติดตามชมรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 16.05 – 16.30 น.  ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/LordsOfFarm


บทความอื่นที่น่าสนใจ

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า เป็นอีกวิธีในการเพาะเห็ดที่ให้ผลผลิตเร็ว สามารถเพาะได้ทุกพื้นที่ ใช้แรงงานน้อยสามารถใช้วัสดุเพาะที่หลากหลาย การเพาะเห็ดฟางในตะกร้าช่วยลดการใช้พื้นที่ เคลื่อนย้ายสะดวก อีกทั้งยังสามารถเก็บผลิตได้ง่ย ทำประมาณแค่ภายในหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว

ขั้นตอน การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

  • เลือกพื้นที่สำหรับวางโครงเหล็กหรือสุ่มไก่ ไม่ควรเป็นพื้นที่ที่ได้รับแดดจัด น้ำไม่ท่วมขัง สามารถป้องกันการรบกวนจากสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆได้โดยเตรียมปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน
  • นำเชื้อเห็ดฟางขนาด 1 ปอนด์ ออกจากถุง ฉีกหัวเชื้อเห็ดฟางเป็นชิ้นเด็กแล้วโรยแป้งสาลีหรือแป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนโต๊ะ คลุกให้เข้ากัน แบ่งเป็น 6 ส่วนเท่าๆกัน (ทำได้ 2 ตะกร้า)
  • นำวัสดุเพาะ ได้แก่ ก้อนเชื้อเห็ดถุงเก่าหรือฟางข้าว (แช่น้ำ 1 คืน) หรือวัสดุอื่นๆ มารองกันตะกร้าแล้วโรยด้วยอาหารเสริม รอบๆขอบตะกร้าหนาประมาณ 1 นิ้ว
  • นำเชื้อเห็ดฟางที่เตรียมไว้ 1 ส่วน วางรอบตะกร้าให้ชิดขอบตะกร้าเป็นจุดๆ (เสร็จชั้นที่ 1)
  • ทำตามข้อที่ 2-4 อีก 2 ครั้ง (เสร็จชั้นที่ 2 และ 3) โดยครั้งสุดท้ายให้โรยอาหารเสริมเต็มพื้นที่ด้านบนหนาประมาณ 1 นิ้ว แล้วโรยเชื้อเห็ดฟางเป็นจุดๆ ระยะห่างเท่าๆกัน ให้เต็มพื้นที่ด้านบนตะกร้า
  • โรยวัสดุเพาะด้านบนอีกครั้ง หนาประมาณ 1 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่ม
  • นำตะกร้าที่ได้ไปวางไว้บนพื้นหรือชั้นโครงเหล็กที่เตรียมไว้ หากเป็นสุ่มไก่ให้วาง  4 ตะกร้า โดยวาง 3 ตะกร้าชิดกันแล้ววาง 1 ตะกร้าด้านบนตรงกลางระหว่างตะกร้าทั้ง 3 ตะกร้า ในการเพาะช่วงฤดูแล้งควรวาง
  • นำสุ่มไก่ครอบตะกร้าทั้งหมด โดยให้ห่างจากขอบตะกร้าอย่างน้อย 1 คีบ นำพลาสติกคลุมโครงหรือสุ่มไก่จากด้านบนถึงพื้นต้องคลุมให้มิดชิดแล้วนำอิฐหรือไม่ทับขอบพลาสติกป้องกันพลาสติกเปิดออก หากพื้นที่ที่วางตะกร้ามีแสงมากควรพรางแสงให้ด้วย
  • ประมาณวันที่ 1-7 วันแรกหลังเพาะในช่วงฤดูหนาว ต้องควบคุมอุณหภูมิในโครงหรือสุ่มไก่ให้อยู่ในช่วงอุณหภูมิ 37-40 องศาเซลเซียส เฉลี่ยประมาณ 8 องศาเซลเชียส ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไปให้เปิดช่องลมระบายอากาศด้านบนเล็กน้อย หากเปิดมากเกินไปความร้อนลดลงกะทันหันจะทำให้เส้นใยเห็ดฟางเสียหายมีผลให้เห็ดไม่ออกดอกหรือดอกน้อย แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่าที่กำหนดต้องปิดช่องระบายอากาศให้มิดชิดเพราะจะทำให้ดอกเจริญเติบโตข้า นอกจากนี้ต้องควบคุมความชื้นในสุ่มไก่โดยสังเกตจากหยดน้ำเกาะพลาสติกที่คลุม ถ้าไม่มีน้ำเกาะให้รดน้ำที่พื้นดิน
  • วันที่ 5-8 วันหลังเพา ต้องควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส เพราะจะเป็นช่วงรวมตัวกันของเส้นใยเห็ดเกิดเป็นดอกเล็กๆจำนวนมาก ห้ามเปิดพลาสติกบ่อยเพราะจะทำให้ดอกฝ่อ
  • ประมาณวันที่  9-1  ในฤดูหนาว เห็ดฟางเริ่มให้ดอกที่มีขนาดโตสามารถเก็บเกี่ยวได้ ผลผลิตสามารถเก็บได้ 2-3  ครั้งต่อตะกร้า ผลผลิตประมาณ 7  ขีด 1 กิโลกรัม ต่อตะกร้า ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาเพาะ การดูแลรักษา และฤดูกาลที่ผลิต  (ฤดูหนาวดอกเห็ดฟางจะมีจำนวนน้อยแต่มีน้ำหนักต่อดอกมากกว่าช่วยฤดูร้อน)
  • การเก็บเกี่ยวควรทำในตอนเช้ามืด โดยเก็บตอนที่ดอกเห็ดยังไม่บาน ดอกมีลักษณะตูมยังไม่แตก ถ้ามีดอกเห็ดขึ้นอยู่ติดกันหลายดอกควรเก็บขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมดทีเดียว การเก็บให้ใช้มีดสะอาดตัดโคนดอกเห็ด แล้วจึงนำไปตัดแต่งโคนดอกเห็ดที่มีเศษวัสดุเพาะติดอยู่ออก ก่อนบรรจุในภาชนะ หรือบรรจุภัณฑ์เพื่อเตรียมจำหน่ายโดยเร็ว หากยังไม่ได้ส่งจำหน่ายควรคลุมภาชนะบรรจุ ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำเพื่อรักษาความชื้นและระบายความร้อนของดอกเห็ดฟาง

 แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

  • กลุ่มส่งเสริมพืชผักและเห็ด สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร 
  • สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
  • ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดสมุทรสาคร 
  • การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า by nitedkaset

บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปุ๋ยอินทรีย์ ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์

ปุ๋ยอินทรีย์ ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์

ปุ๋ยอินทรีย์

ปุ๋ยอินทรีย์


ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ได้หรือทำมาจากวัสดุอินทรีย์ ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีทำให้ชื้น สับ หมัก บด ร่อนสกัด หรือด้วยวิธีการอื่น และวัสดุอินทรีย์ถูกย่อยสลายสมบูรณ์ด้วยจุลินทรีย์ แต่ไม่ใช่ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพ

ความหมายของปุยอินทรีย์

ปุ๋ยอินทรีย์ (Organic Fertilizer) หมายถึง ปุ๋ยที่มีส่วนประกอบเป็นสารอินทรีย์ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต  เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยพืชสด ซากพืช หรือสัตว์ที่ไถกลบลงดิน รวมถึงพวกอินทรียสารที่เป็นของเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตร เช่น กากตะกอนอ้อย (filter cake) ทะลายปาล์ม เป็นต้น

หน้าที่หลักของปุ๋ยอินทรีย์ คือ การปรับปรุงสมบัติทางกายภาพ ได้แก่ การทําให้ดินโปร่งร่วนซุย ให้ธาตุอาหารพืชค่อนข้างครบถ้วนและสมดุลดี ทั้งธาตุอาหารหลักและจุลธาตุหรือธาตุอาหารเสริม แต่ส่วนใหญ่จะม็ธาตุอาหารหลักอยู่ในปริมาณต่ำ เกษตรกรจําเป็นต้องใช้ในประมาณค่อนข้างสูงมาก เมื่อใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์เพียงชนิดเดียว โดยไม่มีการใส่รวมกับปุ๋ยเคมี และหน้าที่ที่สําคัญมากอีกประการหนึ่ง ก็คือทําให้ดินมีอินทรียวัตถุเพิ่มมากขึ้น

ประเภทปุ๋ยอินทรีย์

  • ปุ๋ยหมัก (Compost] เป็นปุยอินทรีย์ที่ได้จากการนำวัสดุอินทรีย์จากพืชและสัตว์ทางการเกษตร และได้จากชุมชนมาผลิตด้วยกรรมวิธีทำให้ชื้น แล้วผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบูรณ์จนแปรสภาพไปจากเดิม โดยอาศัยกิจกรรมของจุลินทรีย์บางชนิดภายใต้สภาวะที่เหมาะสม
  • ปิยคอก (Animal manure)เป็นปุยอินทรีย์ที่ได้จากการมูลสัตว์ต่างๆ ได้แก่ มูลเป็ด มูลไก่ มูลสุกร มูลโค มูลค้างคาว เป็นต้น ซึ่งมูลสัตว์เหล่านี้เป็นส่วนของซากพืชซากสตว์จากอาหารสัตว์ที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายจากระบบย่อยอาหารของสัตว์มาแล้วจึงเป็นแหล่งของธาตุอาหารพืช
  • ปุ๋ยพืชสด (Green manure] เป็นปุยอินทรีย์ที่ได้จากการปลูกพืชในไร่นาจนเติบโตถึงระยะที่เหมาะสมแล้วไถกลบขณะยังสดเพื่อบำรุงดิน พืชที่นิยมใช้ปลูกส่วนใหญ่เป็นพืชตระกูลถั่ว

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์

  • ประโยชน์ของปุยอินทรีย์ต่อดิน ช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้สมบัติทางกายภาพของดินดีขึ้น เช่น ทำให้ดินมีโครงสร้างดี เก็บน้ำที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้มาก และช่วยการระบายอากาศของดินนอกจากนี้ยังช่วยรักษาความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
  • ประโยชน์ของปุ๊ยอินทรีย์ต่อพืช เป็นแหล่งธาตุอาหารพืช ได้แก่ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมอย่างครบถ้วน ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้จะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ พืชสามารถใช้ได้เป็นระยะเวลานาน
  • ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์ต่อสิ่งแวดล้อม การนำวัสดุต่างๆมาทำเป็นปุยอินทรีย์ เป็นการรักษาสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ ดังนี้กำจัดแหล่งศัตรูพืช ขยะมูลฝอย ช่วยลดการทำลายเศษพืชโดยการเผา ของเหลือทิ้งจากโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร และ เป็นการกำจัดวัชพืชน้ำต่างๆ เช่น ผักตบชวาซึ่งมักมีมากเกินความต้องการตามแม่น้ำห้วย หนอง คลอง บึง

ข้อจำกัดของปุ๋ยอินทรีย์

  • ปุ๋ยอินทรีย์มีธาตุอาหารพืชในปริมาณน้อย และใช้เวลานานในการปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ซึ่งอาจไม่ตรงกับช่วงเวลาที่พืชต้องการ
  • มีความยุ่งยากในการรวบรวม สิ้นเปลืองแรงงาน ต้นทุนการผลิตสูง และบางชนิดมีกลิ่นรบกวน
  • ไม่สามารถกำหนดความสม่ำเสมอของปริมาณธาตุอาหารได้ เนื่องจากปุยอินทรีย์ได้มาจาก ซากพืชซากสัตว์มีความผันแปรของปริมาณธาตุอาหารในปุ๋ย

เอกสารอ้างอิง

  • กรมวิชาการเกษตร. ปุ๋ยอินทรีย์การผลิตการใช้ มาตรฐานและคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 1.โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด, กรุงเทพฯ.
  • กรมวิชาการเกษตร. ประกาศ กรมวิชาการเกษตร เรื่อง การขอขึ้นทะเบียน การออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนการขอแก้ไขรายการทะเบียน และการแก้ไขรายการทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ. 2552 ประกาศ ณ วันที่ 12 ตุลาคม.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 59ง ลงวันที่ 29 มีนาคม 2555.
  • ภาควิชาปฐพีวิทยา. ปฐผีวิทยาเบื้องต้น.ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
  • ธงชัย มาลา. ปุ้ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ :เทคนิคการผลิตและการใช้ประโยชน์.ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน,นครปฐม.
  • www.withikaset.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว แบบผสมผสาน

การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว แบบผสมผสาน

การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว แบบผสมผสาน

      ปัจจุบันมีศัตรูมะพร้าวที่กำลังระบาดและเป็นปัญหาในการปลูกมะพร้าว จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ หนอนหัวดำมะพร้าว เมลงดำหนามมะพร้าว ด้วงแรดมะพร้าว และด้วงงวงมะพร้าว

      สำหรับการจัดการศัตรูมะพร้าว เพื่อให้ได้ผลดีและไม่ให้กลับมาระบาดใหม่ ควรใช้วิธีการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวแบบผสมผสานตั้งแต่ 2 วิธีขึ้นไปมาใช้ร่วมกันเพื่อลดปริมาณศัตรูมะพร้าวให้อยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิด ความเสียหาย

ด้วงงวงมะพร้าว

เป็นศัตรูมะพร้าวที่ทำลายใบมะพร้าวในระยะตัวหนอนเท่านั้นโดยกัดกินส่วนอ่อน เช่น ยอดอ่อนหรือโคนมะพร้าว เป็นต้น และเจริญเติบโตอยู่ภายในลำต้นทำให้เกิดแผลเน่าภายใน ส่งผลให้เกิดอาการเฉาหรือยอดหักพับ ยอดเน่า และยืนต้นตายในที่สุดมีวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

  • การใช้วิธีกล ใช้กับดักพีโรโมนล่อด้วงงวงเพื่อนำไปทำลาย
  • การใช้วิธีเขตกรรม รักษาความสะอาดบริเวณสวนป้องกันและกำจัดด้วงงวงมะพร้าวอย่าให้ระบาดในสวน
  • ไม่ควรปลูกมะพร้าวแบบโคนลอยและอย่าให้ เกิดแผล เพราะเป็นช่องทางให้ด้วงงวงวางไข่ ถ้าพบแผลให้ใช้น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วหรือชันผสมน้ำมันยาง ทาบริเวณโคนต้นหรือลำต้นมะพร้าว และบริเวณที่เกิดแผล เพื่อป้องกันการวางไข่
  • การใช้สารเคมี ใช้สารไดอะซินอน 60% อีซี อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ราดที่บริเวณแผลหรือรูเจาะถ้าพบ ตัวเต็มวัยที่คอมะพร้าวควรราดสารบริเวณบาดแผลที่เป็น เนื้อเยื่ออ่อน พร้อมอุดรูด้วยดินน้ำมัน หรือดินเหนียว

หนอนหัวดำมะพร้าว

          เป็นศัตรูมะพร้าวที่ทำลายใบมะพร้าวในระยะตัวหนอนเท่านั้น โดยแทะกินผิวใบบริเวณใต้ใบแก่ หากการทำลายรุนแรงจะทำให้ต้นมะพร้าวตายได้ ปัจจุบันพบว่าหนอนหัวดำมะพร้าวทำลายพืชหลายชนิด เช่น มะพร้าว ตาล ปาล์มน้ำมัน

เป็นต้น มีวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

  • การใช้วิธีกล โดยตัดทางใบล่างที่ถูกทำลายลงมาทำลายทันที
  • การใช้ชีววิธี ได้แก่
    • ใช้เชื้อบีที (Bt) อัตรา 80 – 100 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมด้วยสารจับใบ 5 มิลลิลิตร ฉีดพ่นต้นละ 3 – 5 ลิตร ให้ทั่วทรงพุ่ม จำนวน 3 ครั้ง ห่างกัน 7 – 10 วัน (ไม่ควรฉีดพ่นในขณะที่มีแสงแดดจัด)
    • ปล่อยแตนเบียนหนอนบราคอน อัตราไร่ละ 200 ตัว จำนวน 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน
    • ปล่อยแนเบียนไข่ตรโคแกรมมา อัตราไร่ละ 20,000 ตัว จำนวน 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน
  • การใช้สารเคมี ได้แก่
    • ต้นมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร ใช้สารอิมาเม็กตินเบนโซเอท 92% อีซี ฉีดเข้าลำต้น ในอัตรา 30 มิลลิลิตรต่อต้น (วิธีนี้ห้ามใช้กับต้นมะพร้าว ที่มีความสูงน้อยกว่า 12 เมตร รวมทั้งมะพร้าวน้ำหอมมะพร้าวกะทิ และมะพร้าวที่ทำน้ำตาล ทุกความสูง)
    • ต้นมะพร้าวที่มีความสูงน้อยกว่า 12 เมตร ให้ฉีดพ่นทางใบด้วยสารฟลูเบนไดอะไมด์ 20% ดับเบิ้ลยูจีอัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร, หรือคลอแรนทรานิลิโพรล 17% เอสซี หรือสปีนโนแซด 12% เอสซี หรือลูเฟนนูรอน 5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร (เลือกสารชนิดใด ชนิดหนึ่ง โดยฉีดพ่นทางใบมะพร้าว จำนวน 1 – 2 ครั้ง ห่างกัน 15 วัน

แมลงดำหนามมะพร้าว

        เป็นศัตรูมะพร้าวที่ทำลายใบมะพร้าวทั้งในระยะตัวหนอน และตัวเต็มวัย โดยกัดกินใบอ่อนที่ยังไม่คลี่ ทำให้ใบที่ถูกทำลาย มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อนเรียกว่า “โรคหัวหงอก” ในมะพร้าว ต้นเล็ก ถ้าระบาดรุนแรงทำให้ต้นตายได้ ส่วนในมะพร้าว ต้นใหญ่ จะทำให้ผลผลิตลดลง มีวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

  • การใช้วิธีกล ในมะพร้าวต้นเตี้ยให้ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกิน มาเก็บไข่ หนอนและตัวเต็มวัยไปทำลาย
  • ไม่เคลื่อนย้ายต้นกล้ามะพร้าวหรือพืชตระกูลปาล์ม จากแหล่งที่มีการระบาดไปยังแหล่งที่ไม่มีการระบาด
  • การใช้ชีววิธี ได้แก่
    • ใช้เชื้อราเขียวเมตตาไรเซียม อัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบ ฉีดพ่นบนยอดมะพร้าว เพื่อกำจัดหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัยของแมลงดำหนามมะพร้าว
    • ปล่อยแมลงหางหนีบ บริเวณยอดมะพร้าวเพื่อกินไข่หนอน และดักแด้ของแมลงดำหนามมะพร้าว อัตรา 50 ตัว ต่อยอด
    • ปล่อยแตนเบียนหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวอะซิโคเดส อัตราไร่ละ 5 มัมมี่ หรือ 500 เมตรต่อจุด
  • การใช้สารเคมี ได้แก่
    • ต้นมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร ใช้สารอิมาเม็กตินเบนโซเอท 92% อี่ซี ฉีดเข้าลำต้นในอัตรา 50 มิลลิลิตรต่อต้น
    • มะพร้าวต้นเล็ก ใช้สารอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบี้ลยูจี, ไทอะมีทอกแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี, ไดโนที่ฟูแรน10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 4, 4, 10 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ต่อต้น (เลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่ง) ราดบริเวณยอดและรอบคอมะพร้าว ใช้สารคาร์แทปไฮโดรคลอไรด์ 4% จีอาใส่ถุงผ้าที่ดัดแปลง คล้ายถุงชา อัตรา 30 กรัมต่อต้นซึ่งมีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงดำหนามมะพร้าวได้นาน ประมาณ 1 เดือน

ด้วงแรดมะพร้าว

          เป็นศัตรูมะพร้าวที่ทำลายใบมะพร้าวในระยะตัวเต็มวัยเท่านั้น โดยเข้าไปเจาะกัดกินภายในยอดอ่อน ทำให้ใบขาดแหว่งลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือหักพับ ส่งผลให้พืชชะงักการเจริญเติบโต การติดผลน้อยลงและ แผลที่ถูกเจาะเป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้าไป ขยายพันธุ์ต่อ ทำให้ยอดเน่าและยืนต้นตายในที่สุด มีวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

  • การใช้วิธีกล ใช้กับดักฟีโรโมน (เอททิล – 4 – เมททิลออคตาโนเอท) ล่อด้วงแรตมะพร้าวเพื่อนำไปทำลาย
  • การใช้วิธีเขตกรรม กำจัดแหล่งขยายพันธุ์ เช่นกองปุ๊ยหมัก ปุ๊ยคอก กองขยะ เป็นต้น รวมทั้งส่วนของ ลำต้นและตอมะพร้าวที่โค่นทิ้งไว้ออกไปจากบริเวณสวน
  • การใช้ชีววิธี ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเขียม ใส่ไว้ ตามแหล่งขยายพันธุ์
  • การใช้สารเคมี ได้แก่
    • ใช้ลูกเหม็นใส่บริเวณคอมะพร้าว ทางใบละ 2 ลูก ต้นละ 6 – 8 ลูก
    • ใช้สารฆ่าแมลงไดอะซินอน 60% อีซี หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี ชนิดใดซนิดหนึ่ง อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ราดบริเวณคอมะพร้าวตั้งแต่ โคนยอดอ่อนลงมาให้เปียกโดยใช้ปริมาณ 1 – 1.5 ลิตร ต่อตัน ทุก 15 – 20 วัน ควรใช้ 1 – 2 ครั้ง ในช่วงระบาด

แหล่งข้อมูลและสอบถามข้อมูลได้ที่ :

  • กรมส่งเสริมการเกษตร www.doae.go.th

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วิธีการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย : มหาอำนาจบ้านนา

วิธีการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย : มหาอำนาจบ้านนา

ปลาดุกบิ๊กอุย : มหาอำนาจบ้านนา

พี่ประเทือง” ผู้ทำอาชีพเป็นเกษตกรเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างปลาดุกรัสเซีย กับปลาดุกนา โดยการนำจุดเด่นของแต่ละสายพันธุ์มาผสมผสานกัน แต่เดิมพี่ประเทืองมีอาชีพหลักเป็นช่างไฟฟ้าอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นก็มีอาชีพเป็นช่างเดินเรือตงประเทศ และหลังจากที่น้องชายเสียชีวิต พี่ประเทืองจึงได้กลับมาทำเกษตรที่บ้าน อยู่เลี้ยงดูครอบครัว โดยเริ่มเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยจาก 1 บ่อ จนปัจจุบันมีทั้งหมด 15 บ่อ นอกจากจะเลี้ยงปลาดุกแล้ว ภายในฟาร์มยังมีการเลี้ยงวัวนม, เลี้ยงไก่ไข่ และปลูกมะพร้าวเป็นอาหารอีกด้วย

ติดตามชมรายการ มหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 16.05 – 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส

ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับปลาดุกอุย

ปลาดุกอุย หรือ ปลาดุกนา หรือ ปลาอั้วะชื้อ ในภาษาแต้จิ๋ว (อักษรจีน: 大頭鬍鯰; อังกฤษ: Broadhead catfish, Günther’s walking catfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Clarias macrocephalus) เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ Clariidae มีกระดูกท้ายทอยยื่นแหลมออกไปลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม ลำตัวสั้นป้อมกว่าปลาดุกด้าน (C. batrachus) ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน ลำตัวมีสีดำปนเหลือง มีจุดขาวเล็ก ๆ เรียงเป็นแถวขวางลำตัวหลายแถว มีครีบหลังสูงกว่าปลาทั่วไปมาก สามารถเคลื่อนที่บนบกได้เป็นระยะทางสั้น ๆ โดยใช้ครีบช่วย พบได้ในพื้นที่แถบประเทศไทยไปจนถึงเวียดนาม และมีการนำไปเลี้ยงในประเทศจีน, มาเลเซีย, เกาะกวม และฟิลิปปินส์

บางครั้งมีความเข้าใจผิดกันว่าปลาดุกอุยคือปลาดุกด้านตัวเมีย แต่ที่จริงเป็นปลาคนละชนิดกัน ปลาดุกอุยเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทยและชาวลาวมากกว่าปลาดุกด้าน เนื่องจากเนื้อมีรสชาติมัน อร่อย มีราคาที่สูงกว่าปลาดุกด้าน จึงได้มีการเพาะเลี้ยงและผสมเทียมในบ่อ แต่ปัจจุบันได้นำมาผสมกับปลาดุกเทศ (C. gariepinus) เป็นปลาลูกผสม เรียกว่า “ปลาดุกบิ๊กอุย” ทำให้โตเร็วและเลี้ยงง่ายกว่าปลาดุกอุยแท้ ๆ ซึ่งได้มีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลาย

ในภาษาใต้ เรียกปลาดุกอุยว่า “ปลาดุกเนื้ออ่อน”


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไอเดีย การสร้างคอกแพะ ราคาประหยัดจากวัสดุรอบตัว

ไอเดีย การสร้างคอกแพะ ราคาประหยัดจากวัสดุรอบตัว


โรงเรือนและสภาพการเลี้ยงแพะ

โรงเรือนสำหรับการเลี้ยงดูแพะนั้นควรมีความสูง 3 เมตร ขึ้นไป เพื่อให้โปร่งและมีการระบายอากาศได้ดี ขนาดโรงเรือน 12.0 x 45.0 เมตร อาจใช้สังกะสีหรือกระเบื้องลอนก็ได้ พื้นคอกเป็นซีเมนต์ ด้านข้างคอกก่อซีเมนต์บล็อกสูง ประมาณ 1.25 เมตร ทั้ง 4 ด้าน ยกเว้นทางเข้าคอกทำเป็นลูกกรงเหล็กกลมมีกลอนหรือที่ล็อกประตูปิด-เปิดได้ จัดทำร่องระบายน้ำออกไปภายนอกตรงทางเดิน สำหรับพื้นคอกปูด้วยฟางแห้งเพื่อซับความชื้น

ลักษณะโรงเรือนแบบนี้จะไม่มีกลิ่นเหม็นจากมูลและปัสสาวะ หลังคาสูงโปร่งจะช่วยระบายกลิ่นได้ดี วัสดุรองพื้นจะขนออกไปเป็นระยะเพื่อทำปุ๋ยต่อไป กลิ่นจะมีอยู่บ้างช่วงขนวัสดุรองพื้น เพราะกลิ่นต่าง ๆ จะอยู่ด้างล่างของวัสดุปูพื้น สำหรับขนาดคอกที่ใช้เลี้ยงแพะขึ้นกับอายุ และวัตถุประสงค์ในการเลี้ยง โดยแบ่งชนิดคอกไว้ดังนี้

  • คอกพ่อ-แม่พันธุ์ คอกพ่อ-แม่พันธุ์ มีขนาด 5×9 เมตร หรือ 5×12 เมตร ตัวเมีย 25-30 ตัว ตัวผู้ 1 ตัว ภายในบริเวณคอกจะมีรางอาหารทำด้วยซีเมนต์คล้ายรางอาหารวัวแต่มีขนาดเล็กกว่า มีกระป๋องใส่น้ำให้กิน และมีซองโปร่ง ๆ ที่ด้านข้างสำหรับใส่หญ้า-ฟางแห้งให้แพะกิน
  • คอกแพะหย่านมและคัดพันธุ์ สำหรับใช้เลี้ยงแพะรุ่นหลังจากหย่านม และคัดพันธุ์ มีขนาด 4.5×5 เมตร (22.5 ตารางเมตร) มีกระป๋องอาหารและซองใส่หญ้า-ฟางแห้ง เช่นเดียวกับคอกพ่อ-แม่พันธุ์
  • คอกคลอด มีขนาด 1.5×1.5 เมตร (2.25 ตารางเมตร) สำหรับแยกแม่แพะที่ท้องแก่ใกล้คลอดมาเลี้ยงเพื่อเตรียมตัวคลอด และดูแลลูกตอนเล็ก ๆ เมื่อลูกแข็งแรงดีแล้วจึงนำกลับไปเข้าฝูงทั้งแม่และลูก จนถึงระยะหย่านมจึงแยกลูกไปอยู่คอกแพะรุ่น ระยะที่ลูกแพะเกิดได้ 2-3 วัน จะมีการทำเบอร์หูทุกตัว เพื่อทำบันทึกเป็นข้อมูลทางพันธุกรรมต่อไป
  • คอกแพะรุ่นแพะขุน มีขนาด 5×9 เมตร หรือ 5×12 เมตร (45-60 ตารางเมตร) สำหรับเลี้ยงแพะรุ่น และแพะที่ขุนเอาเนื้อ (แพะรุ่นตัวผู้)
  • คอกพ่อพันธุ์ มีขนาด 2.5×2.5 เมตร สำหรับแยกเลี้ยงพ่อพันธุ์แต่ละตัว เพื่อใช้แทนพ่อพันธุ์ในฝูงที่ใช้มานานหรือต้องการเปลี่ยนสายเลือด

ข้อคิดก่อนตัดสินใจเลี้ยงแพะ

เมื่อจะคิดเลี้ยงแพะ ต้องศึกษาความเป็นมาของตลาดให้ดีเสียก่อน ตลาดแพะในประเทศไทยนั้น มี 2 ประเภท ประเภทแรกนำเนื้อแพะมาบริโภคภายในประเทศ ประเภทที่ 2 แพะเป็นสัตว์ส่งออกไปขายยังต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังแยกประเภทของแพะออกไปอีก เช่น แพะเนื้อ แพะให้น้ำนม เพื่อนำมารีดนมแล้วเป็นสินค้าส่งออก แพะชนิดให้ขน เราจะเลือกเลี้ยงประเภทไหน
การเลี้ยงแพะจะต้องทำโรงเรือนให้แพะขึ้นไปนอนเหมือนบ้านคน จะทำคอกให้นอนบนดินอย่างควายไม่ได้ ควรทำคอกแบบฟาร์มหมู
สิ่งสำคัญต้องดูความพร้อมเรื่องอาหารแพะ มีทุ่งหญ้าพอที่จะนำไปเลี้ยงหรือไม่
สำหรับทุ่งหญ้านั้น น่าจะมีพอ เนื่องจากที่ไหนก็มีแต่นาร้าง หัวไร่ปลายนาก็เต็มไปด้วยป่าไม้ มีใบไม้เหลือเฟือพอที่จะเลี้ยงแพะได้ หรือจะเลี้ยงแพะไว้ในสวนผลไม้ เพื่อกำจัดวัชพืชก็ยิ่งดี
ประการสุดท้าย ควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากปศุสัตว์อำเภอช่วยแนะนำให้ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องใช้ความรอบคอบ ระมัดระวัง เพื่อให้กิจการดำเนินไปตามเป้าหมาย
การเลี้ยงแพะนั้นมีค่าใช้จ่ายน้อย เนื่องจากแพะหาอาหารกินเอง ไม่ต้องซื้ออาหารแบบเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู จึงเป็นตัวเลือกใหม่ของเกษตรกร เพียงแต่ให้อาหารเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น มันสำปะหลังที่มีราคาถูก ๆ จึงเป็นสิ่งที่น่าจะกระทำ

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 142 ตร.ม งบประมาณ 1.65 ล้าน

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล


สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีแบบบ้านพักอาศัยชั้นเดียวที่จะนำมา ให้ชมกันซึ่ง เป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ขนาดกระทัดรัดดีไซน์น่ารักอบอุ่น ภายในบ้านประกอบด้วยฟังก์ชั่นขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงโปร่งโล่ง พร้อมส่วนครัว หลังนี้ตัวบ้านปลูกสร้างที่ .ขี้เหล็ก อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ท่านที่กำลังหาไอเดียในการออกแบบบ้าน เชิญชมภาพรายละเอียดด้านในบ้านดูครับ

ผลงานและรูปภาพ : 52 Blue Constant-รับสร้างบ้าน
เจ้าของบ้าน : คุณสุรีพร อยู่สุข
ตั้งอยู่ที่ : ต.ขี้เหล็ก อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

บ้านหลังนี้เป็นบ้านในสไตล์นอร์ดิกที่ผสมผสานความเป็นมินิมอลเข้ากันได้อย่างลงตัว โดยเป็นแบบบ้านชั้นเดียว หลังคาทรงหน้าจั่ว แบ่งพื้นที่สำหรับจอดรถได้ 2 คัน โทนสีของบ้านใช้โทนสีขาวทั้งหลัง หลังคามุงด้วยกระเบื้องแผ่นเรียบ excella โทนสีเทาสวยงาม

ในส่วนของทางเข้าบ้านเป็นประตูไม้บ้านคู่ ติดตั้งกระจกใส ในส่วนของหน้าจั่วด้านในกรุด้วยงานไม้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นแก่ผู้อยู่อาศัย และติดตั้งโคมไฟเพื่อช่วยส่องสว่างในเวลากลางคืน

ภายในบ้านยังคงมีโทนสีขาวสว่าง พร้อมกับมีพื้นที่ใช้สอยที่โปร่งโล่ง จึงทำให้สามารถตกแต่งและจัดเป็นมุมใช้งานได้ตามต้องการเลยล่ะ ภายในห้องนอนมีพื้นที่ใช้สอยกำลังดี โดยจะมีหน้าต่างกระจกใสแบบทรงสูงที่จะช่วยรับแสงสว่าง รวมถึงช่วยถ่ายเทอากาศทำให้ห้องเย็นสบายได้ตลอดวัน

ภายในห้องนอนใช้โทนสีขาวเช่นเดียวกับห้องโถง

ห้องนอนอีกห้องตกแต่งในลักษณะเดียวกัน เปลี่ยนพื้นที่หัวเตียงเป็นโทนสีเขียว

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม  สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง   ก่อสร้างที่ ต.ขี้เหล็ก อ.เมือง จ.อุบลราชธานี   ผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย 52 Blue Constant-รับสร้างบ้าน  ในส่วนเรื่องราคาถ้าสามารถสอบถามได้จากข้อมูลด้านล่างหรือหากมีข้อสงสัยประการใดสามารถติดต่อทีมงานผู้สร้างได้ทันที  

ช่องทางการติดต่อหรือinbox
52 Blue Constant-รับสร้างบ้าน
โทรศัพท์ : 094-298-4298
ID Line : bluezone2499


หมายเหตุ: ทางเว็บไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา

บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา ได้อย่างลงตัวในหลังเดียว

บ้านสไตล์ร่วมสมัย


สวัสดีครับ วันนี้เรามี บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม  มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ เป็นบ้านสไตล์ร่วมสมัย ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ครัว 1 ซักล้าง 1 โถงรับแขกกว้างๆ  ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์ เป็นบ้านพักอาศัย 1 ชั้น บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 60-80 ซม. จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

หลังนี้เป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา ทรงจั่ว และทรงมะนิลาได้อย่างลงตัวในหลังเดียว แต่งช่องกระจกด้านบนเป็นดีไซน์ของตัวบ้าน

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

ผนังภายนอกเป็นผนังเรียบโทนสีเทาอ่อน ใช้โทนสีเทาเข้มที่ขอบพื้นผนังด้านล่างช่วยกันเปื้อนผนัง  แต่งด้วยโทนสีเหลืองส้ม และกรุไม้เทียมโทนนน้ำตาลเข้ม ติดไฟกิ่งนอกที่เสาและมุมบ้านช่วยส่องสว่าง

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

เทพื้นคอนกรีตเป็นทางเดินรอบตัวบ้านและป้องกันน้ำกระเด็นโดนผนัง เลือกใช้ประตูและหน้าต่างบานกระจกช่วยรับแสงสว่างจากภายนอกเข้าไปด้านใน

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

ภายในห้องโถงพื้นที่โล่งกว้าง รับแสงสว่างจากบานกระจกของประตูและหน้าต่างรอบห้อง ติดพัดลมผนังช่วยเปิดระบายอากาศ แต่งฝ้าหลุมด้านบนช่วยเพิ่มมิติและความสวยงาม  ใช้ผนังเรียบโทนสีเทาออ่อน ปูพื้นกระเบื้องโทนสีขาวเทาสวยงาม ห้องครัวอยู่ฝั่งขวามือด้านหลัง

ห้องครัวใช้โทนสีเทาอ่อน ก่อเคาน์เตอร์ครัวแบบบิวท์อิน กรุกระเบื้องสีดำและบานตู้โทนน้ำตาลเข้ม มีหน้าต่างเล็กๆ เป็นช่องลมช่วยเปิดรับแสงและระบายกลิ่นอาหาร

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตัวบ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา  ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 1.5 ล้านบาท ที่เรานำมาให้ท่านชมกันในวันนี้ ก็หวังว่าจะถูกใจผู้ที่เข้ามาติดตามรับชมกันนะครับ หากท่านใดที่สนใจหรือชื่นชอบก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โดยตรง

ที่มา | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style) สวยงามเรียบง่าย

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style) สวยงามเรียบง่ายแต่แฝงด้วยรายละเอียด

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

วันนี้มาเอาใจคนชอบบ้าน แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style)  เราจึงได้สรรหา บ้านสไตล์นอร์ดิก สวยๆ โดยเป็นผลงานของ ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์ ซึ่งบอกได้เลยว่าสวยน่าอยู่มากๆ ครับ บ้านหลังนนี้เป็นบ้าน ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1  ห้องโถงรับแขก  โดยใช้งบประมาณ 1.2 ล้าน บรรยากาศธรรมชาติน่าอยู่มากๆ ครับ ว่าแล้วไปดูกันเลยครับ

ที่มาและรูปภาพ : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style) เป็นรูปแบบบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของยุโรปตอนเหนือ ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์บ้านที่กำลังเป็นที่พูดถึงมาก อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะใครที่ หลงใหล ตกหลุมรัก บ้านดีไซน์สวย เรียบง่าย และชวนผ่อนคลาย รวมถึงการออกแบบที่เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย Nordic House Style คือสไตล์บ้านในฝันที่หลายๆคนหลงใหลและกำลังมองหาอยู่แน่นอน

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

ภายในตัวบ้านนั้นได้มีการออกแบบเพดานยกสูง เมื่อบวกกับการมีผนังสีขาว และพื้นก็เลือกใช้กระเบื้องโทนสีขาวเพิ่มความสว่าง จึงทำให้ภายในมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่งสุด ๆ

ภายในห้องนอนก็จะมีพื้นที่ใช้สอยที่กำลังดี โปร่งสบายด้วยหน้าต่างหลายมุม จึงทำให้ภายในห้องมีความเย็นสบายได้ตลอดทั้งวัน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตัวบ้าน แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก (Nordics) ที่เรานำมาให้ท่านชมกันในวันนี้ ก็หวังว่าจะถูกใจผู้ที่เข้ามาติดตามรับชมกันนะครับ หากท่านใดที่สนใจหรือชื่นชอบก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โดยตรง

ที่มา | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก พร้อมระเบียงหน้าบ้าน พื้นที่ 145 ตร.ม.

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก พร้อมระเบียงหน้าบ้าน พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม.

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก


แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก สวยหลังนี้เป็นผลงานการสร้างของ ” ช่างเจตน์ เทพทองการโยธา” เป็นบ้านสวยชั้นเดียว ถูกออกแบบมาในสไตล์นอร์ดิก ที่มีขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ห้องแต่งตัว 1 ห้องครัว พร้อมระเบียงหน้าบ้าน

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านชั้นเดียว สไตล์นอร์ดิก การตกแต่งให้ความอบอุ่น คุมโทน ขาว ดำ เทา รูปทรงโดดเด่นด้วยหลังคาแบบฉบับ สไตล์นอร์ดิก ปรับให้มีชายคาให้น้ำฝนไหล ไม่สาดเข้าตัวบ้าน หลังคาโมเดิร์นคุมระเบียงรอบบ้าน เส้นสายออกแบบเฉียบทันสมัย

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

มองจากข้าในตัวบ้านห้องโถงใหญ่นั้นจะเห็นประตูบ้านเป็นประตูไม้สีดำบานสี่พับที่ตกแต่งด้วยกระจกสีดำ เปิดมาเป็นห้องโถงที่ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องลามิเนตลายไม้สีน้ำตาลอ่อน ผนังภายในตกแต่งด้วยโทนสีครีมไข่ติดบัวกันเปื้อนสีดำ ฝ้าเพดานเป็นแบบเรียบประดับด้วยโคมไฟแบบห้อยติดเพดาน และหน้าที่เป็นกระจกขนาดใหญ่

บ้านพักอาศัยชั้นเดียวหลังนี้ประกอบด้วย

  • 2 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • 1 รับแขก
  • 1 ห้องแต่งตัว
  • 1 ห้องครัว
  • พร้อมระเบียงรอบบ้าน

สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ย้ำเลยครับว่ามีบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับลูกค้าที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลก่อสร้างบ้าน ได้ที่


หมายเหตุ: ทางเว็บ Sarakaset.com ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ

บทความอื่นที่น่าสนใจ