บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ 107 ตร.ม. 

บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น สวยงามทันสมัย ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พื้นที่ใช้สอย 107 ตารางเมตร

บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น


ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าสิ่งของต่างๆปรับราคาขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะราคาเหล็กที่เป็นวัสดุหลักในการสร้างบ้าน จึงทำให้หลายคนที่อยากก่อสร้างบ้าน ต้องเลื่อนกำหนดการณ์ไปก่อน หรือแม้กระทั่งปรับขนาดบ้านให้เล็กลง เพื่อให้งบที่เตรียมไว้มีจำนวนที่เพียงพอ ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากนำเสนอแบบ บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับคนที่มีแผลนจะสร้างบ้าน แต่ยังไม่มีแบบอย่างที่ลงตัว

บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว  1 ห้องโถง และ ระเบียงหน้าบ้าน-หลังบ้าน โดยทั้งหมดมีพื้นที่ใช้สอย 107 ตารางเมตร เหมาะกับครอบครัว ขนาดกลาง ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร  พิกัดของบ้านตั้งอยู่ที่ ต.บ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่  จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ :KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
เจ้าของบ้าน: คุณวราภรณ์ ปันทะวงศ์ พร้อมครอบครัว
สถานที่ก่อสร้าง : ต.บ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่
บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น

ลักษณะภายนอกของบ้านหลังนี้ มีหลังคาที่โดดเด่น เป็นทรงเพิงแหงนลาดเอียงไปด้านหลังและมุงด้วยเมทัลชีท ชายคาบ้านมีฝ้าติดตั้งไว้หมดแล้ว ตัวบ้านโทนสีเทา ถูกแต่งเสริมด้วยสีส้มที่สดใส และมีบัวเป็นสีขาวสว่าง พื้นของบ้านยกระดับเล็กน้อย มีคอนกรีตที่เทรอบๆตัวบ้าน เพื่อช่วยเสริมฐานให้แข็งแรง และง่ายต่อการทำความสะอาด 

บ้านชั้นเดียวทรงโมเดิร์น

ระเบียงด้านหน้าที่ต่อหลังคายื่นออกมา แต่งขอบชายคาด้วยสีส้มที่สดใส ระเบียงนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อน เพราะถูกกั้นรอบๆด้วยระเบียง ที่ฝ้าเพดานมีไฟดาวน์ไลท์ฝังไว้ รอบๆใต้ฝ้า

จบไปแล้วนะครับกับการนำเสนอ บ้านหลังนี้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นบเ้านอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้รับออกแบบหรือสร้างบ้านแต่อย่างใด เพียงแค่นำเสนอให้เป็นตัวอย่างเท่านั้น สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ

บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พื้นที่จอดรถ

บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถง 1 พื้นที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 81 ตารางเมตร

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น


สวัสดีครับทุกท่าน ขอต้อนรับสู่ชุมชนการแชร์สาระด้านการเกษตรและแบบบ้านสวยๆ ที่มีมากมายหลายร้อยแบบ ซึ่งแบบบ้านที่เรานำเสนอนั้นในวันนี้เป็น แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น  ที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดี สามารถสร้างได้จริง และเหมาะกับไลฟสไตล์ของแต่ละท่านอย่างแน่นอน  และเป็อีกหนึ่งทางเลือก สรับบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง มีพื้นที่ใช้สอย 81 ตร.ม. เป็นบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น สร้างโดย KCN-Construction&Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร รายละเอียดภายนอกภายในของบ้านจะเป็นอย่างไรนั้น ไปชมกันเลยครับ

ผลงานและรูปภาพ :KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
เจ้าของบ้าน: คุณปุณยวัฒน์ อภิพัฒน์อังกูร
สถานที่ก่อสร้าง : อ.เมือง จ.สุโขทัย
บ้านสไตล์โมเดิร์น

ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าสิ่งของต่างๆปรับราคาขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะราคาเหล็กที่เป็นวัสดุหลักในการสร้างบ้าน จึงทำให้หลายคนที่อยากก่อสร้างบ้าน ต้องเลื่อนกำหนดการณ์ไปก่อน หรือแม้กระทั่งปรับขนาดบ้านให้เล็กลง เพื่อให้งบที่เตรียมไว้มีจำนวนที่เพียงพอ  เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับคนที่มีแผลนจะสร้างบ้าน แต่ยังไม่มีแบบอย่างที่ลงตัว

บ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังนี้ ตัวบ้านเลือกตกแต่งคุมโทนสีเทา หลังคาบ้านเป็นหลังคาเพิงแหงนมุงด้วยเมทัลชีทเชิงชายสีขาว ฝ้าเพดานใช้เป็นฝ้าสีขาวมีรูให้ระบายความร้อนใต้หลังคา ผนังส่วนใต้หลังคานั้นกรุตกแต่งด้วยไม้ฝาทาสีเทาโทนสีเข้มปิดขอบด้วยบัวสีขาว ตัวฐานบ้านนั้นยกพื้นสูงเล็กน้อยพอสวยงามทาสีเทาโทนสีเข้ม ตัดสีส้มและดำของระแนงที่ใช้ตกแตงหน้าบ้าน

ห้องโถงบริเวณหน้าห้องนอน ใช้ฝ้าหลุมสีขาวที่ฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้หลายดวงเพิ่มความสว่าง

บ้านสไตล์โมเดิร์น

ห้องนอนแต่ละห้อง มีประตูเป็นบานไม้สีน้ำตาลที่แข็งแรง ซึ่งใช้กระเบื้องลายหินอ่อนในการปูพื้น ผนังทาสีเขียวมิ้นต์ ฝ้าเพดานเรียบสีขาว มีไฟดาวน์ไลท์ฝังไว้หลายดวง จะมีห้องหนึ่งที่มีห้องน้ำสร้างไว้ด้วย และติดตั้งบานมุ้งลวดตามหน้าต่าง

ห้องครัว ใช้กระเบื้องลายไม้โทนสีขาวในการแต่งพื้น ส่วนลวดลายของกระเบื้องผนังนั้นเป็นสีขาว เคาน์เตอร์ทรงตัวแอลที่มุมห้อง ทั้งใช้งานสะดวกและประหยัดพื้นที่ มีการติดตั้งบานมุ้งลวดที่หน้าต่าง และห้องนี้มีประตูเพื่อเปิดออกไปนอกบ้านได้ด้วย

จบไปแล้วนะครับกับการนำเสนอ บ้านหลังนี้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นบเ้านอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้รับออกแบบหรือสร้างบ้านแต่อย่างใด เพียงแค่นำเสนอให้เป็นตัวอย่างเท่านั้น สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์นอร์ดิก ดีไซน์หน้ากว้าง หลังคาแหลม พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม.

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) ดีไซน์หน้ากว้าง หลังคาแหลม ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 115 ตร.ม.

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก


บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) บ้านพักอาศัยขนาดกลางที่มีงานดีไซน์ที่สวยงาม บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียวแบบหน้ากว้าง ฐานของบ้านถูกยกขึ้นสูงเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมกับมีการปรับองค์ประกอบให้บ้านสามารถรับลมได้ดีจากหน้าต่างหลายบาน ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบจากบ้านนอร์ดิกดั้งเดิม เพื่อให้เหมาะกับเมืองร้อน  เพดานสูงเพื่อโชว์โครงสร้างของหลังคา ด้านการตกแต่ง ผนังภายนอกผสมผสานระหว่างสีขาว สีเทา และสีน้ำตาลที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเย็นตา

ผลงานและรูปภาพ : 52 Blue Constant-รับสร้างบ้าน
เจ้าของบ้าน : คุณณัฐรณิษา กงนอก
ตั้งอยู่ที่ : ต.สำโรง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style)

พื้นที่นอกบ้านถูกเทพื้นคอนกรีตแบบโล่ง ๆ ทำให้มีพื้นที่สำหรับการใช้งานนอกบ้านที่หลากหลายตามต้องการ ซึ่งรอบ ๆ บ้านก็มีบรรยากาศที่สวยงามอีกด้วย หน้าบ้านมีเฉลียงกว้าง ๆ โล่ง ๆ สามารถตกแต่งให้สวยงามขึ้น หรือจะจัดให้เป็นมุมสำหรับนั่งเล่น นั่งรับประทานอาหารกันได้เพลิน ๆ

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style)

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style)

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style)

ภายในห้องนอนก็จะมีพื้นที่ใช้สอยที่กำลังดี โปร่งสบายด้วยหน้าต่างหลายมุม จึงทำให้ภายในห้องมีความเย็นสบายได้ตลอดทั้งวัน

ห้องน้ำที่จะมีรูปแบบการออกแบบที่มีความโมเดิร์น ภายในห้องน้ำจึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิกหลังนี้ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงนั่งเล่น พร้อมเฉลียงหน้าบ้าน พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 115 ตารางเมตร งบก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 1.65 ล้านบาท

  • ที่มา: 52 Blue Constant-รับสร้างบ้าน
  • เบอร์โทรศัพท์: 094-298-4298 รังสรรค์, 093-094-7266 หนิง, 063-421-4226 เดียร์
  • Line ID: bluezone2499, 52blueconstant

หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

สูตรทำขิงดอง ให้หวานอร่อยได้สีสวยแบบธรรมชาติ

สูตรทำขิงดอง ให้หวานอร่อยได้สีสวยแบบธรรมชาติ

สูตรทำขิงดอง ให้หวานอร่อยได้สีสวยแบบธรรมชาติ

เมื่อไปร้านข้าวต้มแล้วกินขิงดองไม่จุใจ วันนี้ก็เลยรวม สูตรทำขิงดอง ให้หวานอร่อยได้สีสวยแบบธรรมชาติ แม้ขิงดองราคาไม่แพง แต่ถ้าได้ลองทำกินเองชักครั้งอาจจะติดใจ เพราะการทำขิงดองไม่ยากอย่างที่คิด ทำขิงดองไว้ติดตู้เย็นที่บ้านก็อุ่นใจ วันไหนมีเมนูข้าวต้ม แค่นำออกมาจากตู้เย็นก็กินได้แบบจุใจแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่พอ ไปดูสูตรทำขิงดอง กันเลยครับ

สูตรที่ 1 วิธีทำขิงดอง

เครื่องปรุงขิงดอง

  • ขิงอ่อน 1 กิโลกรัม
  • น้ำส้มสายชู 5 % 2 ถ้วย
  • น้ำ 1 ถ้วย
  • น้ำตาล 11/2 ถ้วย
  • เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำขิงดอง

  • เลือกขิงอ่อนสัก 3-4 แง่ง ล้างให้สะอาดแล้วปอกเปลือก ฝานขิงให้เป็นแว่น แต่อย่าให้ขาดจากกัน
    นำขิงที่ฝานแล้วแช่ลงในน้ำเกลือพักไว้
  • นำน้ำตาลไม่ฟอก น้ำส้ม เกลือป่นผสมกัน ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนละลาย ชิมรสให้กลมกล่อมทั้งสามรส
    ยกลงพักไว้ให้เย็น
  • บีบขิงที่แช่ในน้ำเกลือเบาๆ พอให้นิ่ม เอาขึ้นเรียงลงขวดแก้ว
  • เทส่วนผสมที่เย้นแล้วลงในขวด ปิดฝาให้แน่น วันรุ่งขึ้นจะมีฟองลอยอยู่ ช้อนฟองเหล่านั้นทิ้งให้หมด
    เทน้ำขิงดองออกมาแล้วนำมาเคี่ยวไฟอ่อนๆ อีก
  • ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วค่อยเทลงขวดแก้วใหม่ปิดฝาให้แน่น ทำเช่นนี้ทุกวันจนกว่าจะไม่มีฟองลอยขึ้นมา
    เก็บไว้สัก 10 วัน ก็นำมารับประทาน

สูตรที่ 2  ขิงดอง 3 รส

เครื่องปรุงขิงดอง

  • ขิงอ่อน 1 กิโล
  • น้ำส้มสายชูกลั่น 2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายขาว 3 ถ้วย
  • เกลือป่น
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำขิงดอง 3 รส

  • นำขิงอ่อน มาเกลาเปลือกออกให้หมด เอามีดขาวบาง มาทำการ “ จัก ” ลงไปทั้ง 2 ด้านแบบสลับฟันปลา การจัก คือการที่เราเอามีดมาหั่นลงไปในขิงแค่ครึ่งเดียว ทำทีละด้าน พลิกอีกข้างมาทำแบบเดียวกันเรียกว่าจักแบบสลับฟันปลา
  • เอาขิงใส่ในกาละมังพลาสติคหรือสแตนเลส แล้วโรยเกลือป่นลงให้ทั่ว ๆ ใช้มือขยำ ๆ นวดให้น้ำขิงออกมา บีบน้ำออกไป เราจะได้ขิงอ่อนที่เหี่ยว ๆ มา
  • นำหม้อมา 1 ใบ ใส่น้ำส้ม น้ำตาลลงไป ตั้งไฟให้เดือด คนจนละลายทั้งหมด แล้วปล่อยให้เย็น เอาขิงมาแผ่ ๆ ออกให้เป็นวงกว้าง เราเอาน้ำมะนาว มาใส่ในฝ่ามือ แล้วพรม ๆ น้ำมะนาวนั้น ให้ทั่วขิง ไม่จำเป็นต้องโดนทุกชิ้น
  • เทน้ำปรุงที่เย็นแล้ว ให้ท่วมขิง ใช้ทัพพีหรือพาย คนให้เข้ากัน ขิงของเราจะสีชมพูสวยแบบธรรมชาติ ด้วยฤทธิ์ของมะนาว นี่คือเคล็ดของครัวไทยโบราณ
  • ย้ายขิงลงในหม้อเคลือบหรือหม้อสแตนเลส ปิดฝาไว้ 1 คืน รุ่งขึ้น เราจะเอาขิงมาบีบเอาน้ำออกมาจนเหี่ยว เหมือนเมื่อวานนี้
  • เอาน้ำดองขิง ไปตั้งไฟให้เดือด และเคี่ยวให้น้ำงวดลงด้วย เราต้องการรสที่เข้มข้นขึ้น ทิ้งไว้ให้เย็น
  • นำขิงมาใส่ขวดที่ต้องการ พอน้ำปรุงเย็นแล้วก็นำมาเทใส่ลงไป เก็บในตู้เย็นไปเป็นปี ถ้าชอบแบบญี่ปุ่น ก็นำขิงมาฝานเป็นชิ้น อย่าให้บางนัก ประมาณ 3 ม.ม. กำลังดี

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น โทนสีสดใสสะดุดตา หลังคาทรงแหงนเรียบง่าย

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น โทนสีสดใสสะดุดตา หลังคาทรงแหงนเรียบง่าย

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น


สวัสดีครับ วันนี้เรามีแบบบ้านพักสวยๆสไตล์โมเดิร์นมาฝากเช่นเคยซึ่ง บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น เป็นบ้าน ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ ห้องครัว พร้อมกับระเบียงหน้าบ้าน งบประมาณ 1.59 ล้านบาท  ออกแบบและก่อสร้างโดยทีมงาน MP-house design จะเป็นอย่างไรนั้นไปชมกันเลยครับ

MP-house design

สำหรับรายละเอียดและฟังก์ชั้นภายใน แบบบ้านโมเดิร์นทรงแหงนยกสูงหลังนี้ ขนาดตัวบ้าน ขนาดตัวบ้าน กว้าง13.70 เมตร ลึก 10.90 เมตร ภายใน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว งบประมาณก่อสร้าง 1.55 ล้านบาท (แบบบ้าน MP-M1018 – โดย MPhousedesign)

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านสวยหลังนี้ เป็นบ้านโมเดิร์นเพิงแหงน ตัวบ้านยกระดับพื้นสูงประมาณ 1 เมตร ตกแต่งฐานด้วยกระเบื้องลายหินกาบสีสวย ส่วนตัวบ้านตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองแบบเล่นระดับความเข้มของสีในการตกแต่งในส่วนต่างๆ ของบ้าน ส่วนใต้หลังคาใช้ไม้ฝาสีเทาเข้มก่อผนังปิดด้วยบัวสีขาว

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

ด้านหลังบ้านยังมีประตูทางเข้าออกที่เชื่อมต่อกับครัว และบันไดปูพื้นด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีขาว พร้อมกับราวจับทางขึ้นลงบันไดเพื่อความสะดวก

โถงบ้านปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีขาวบัวพื้นสีน้ำตาลเข้ม ผนังโทนสีเทาพาสเทล ฝ้าเพดานแบบหลุมทาสีขาวตกแต่งด้วยโคมไฟคริสทรัลทรงสวยสำหรับสองสว่าง

ส่วนห้องครัว เคาน์เตอร์ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีดำ ผนังเป็นสีขาว ประตูสีน้ำตาลด้านล่างเคาน์เตอร์เป็นช่องสำหรับเก็บของเครื่องครัวต่างๆ ได้อีกมากมาย ด้านหน้าเคาน์เตอร์ยังมีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศ

มาต่อกันที่ห้องน้ำที่อยู่ในส่วนของห้องนอน ปูพื้นด้วยกระเบื้องโทนสีครีม ผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายสวยสีขาวสลับเขียว และโซนอาบน้ำเป็นโทนสีขาวและเชียว แบ่งกั้นโซนด้านกำแพงกระเบื้องสีขาว ด้านหลังสุขภัณฑ์ยังดีไซน์ให้มีพื้นที่สำหรับวางสิ่งของเครื่องใช้

จบไปแล้วคตรับ กับแบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น ซึ่งเป็นบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง งบประมาณ 1.55 ล้านบาท พิกัด บ้านโคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ออกแบบและก่อสร้างโดยทีมงาน MP-house design หากสมาชิกสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามที่อยู่ด้านล่างได้เลย

Facebook : รับสร้างบ้าน โดย MP-house design
โทรศัพท์ : 080-3565802 , 086-2496461 (คุณเอ็ม)
ID Line : nu1835

หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยทันสมัย พร้อมดาดฟ้าชมวิว

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยทันสมัย พร้อมดาดฟ้าชมวิว

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น


บ้านสไตล์โมเดิร์นชั้นเดียว ในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบ หลายราคา แตกต่างกันออกไป สำหรับบ้านโมเดิร์นแบบราคาประหยัดนัน ก็พบกันมาก ถือว่ากำลังเป็นที่นิยมกัน เนื่องจากในราคาที่ไม่เปลืองงบประมาณในการก่อสร้าง และยังได้บ้านท่สวยถูกใจคุ้มค่าคุ้มราคาอีกด้วย

บ้านสไตล์โมเดิร์นชั้นเดียว หลังคาทรงเเหงนแบบเล่นระดับดีไซน์สวยหลังนี้ ออกแบบโดยทีมงาน กิจเจริญไพบูลย์ ก่อสร้าง สำหรับฟังก์ชั่นภายในบ้าน ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงรับเเขก 1 ห้องครัว มีระเบียงนอกบ้าน เเละพื้นที่ดาดฟ้าสำหรับพักผ่อนหรือทำกิจกรรมครอบครัว ใช้งบประมาณในการก่อสร้างที่ 1.15 ล้านบาท เฉพาะตัวบ้าน บ้านหลังนี้ตัวบ้านสร้างที่ บ้านนาเจริญอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : กิจเจริญไพบูลย์ ก่อสร้าง
เรียบเรียง : kasetbanna.com

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

หลังคาบ้านเป็นทรงเพิงแหงน ใต้หลังคาภายนอกติดฝ้าสีขาวรอบตัวบ้านพร้อมรูระบายอากาศได้อย่างสวยงาม ตัวบ้านมีการยกระดับพื้นสูงรูปทรงของตัวบ้านเมื่อเรามองจากด้านหน้านั้นจะมีความโดดเด่นชัดเจน ซึ่งบ้านหลังนี้เน้นโทนสีขาว และประตูทางเข้าบ้านที่เป็นกระจกขนาดใหญ่ และหน้าต่างรอบตัวบ้าน 

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ด้านข้างของตัวบ้านมีบันไดทางขึ้นลง ที่ใช้เชื่อมระหว่างตัวบ้านและดาดฟ้าเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ 

บนมีดาดฟ้าขนาดใหญ่สำหรับทำกิจกรรมและชมวิวสวยๆ พักผ่อนชิวๆ สำหรับครอบครัวและเพื่อนๆ ที่มาเที่ยว

ภายในห้องโถงมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีเทา ผนังภายในตกแต่งด้วยสีขาวพร้อมมีการติดตั้งหน้าต่างบานกระจกใสขนาดใหญ่ที่กรอบด้วยอลูมิเนียมสีดำ จึงทำให้ในห้องโถงดูโปร่งโล่งสบายตาเป็นอย่างมาก 

ถัดมาเป็นห้องนอน ที่ภายในมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาว และหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ ส่วนฝ้าเพดานเป็นแบบเรียบที่มีการติดตั้งทั้งไฟซาลาเปาพร้อมไฟดาวน์ไลท์ทั้งสี่มุมเพดาน

มาในพื้นที่ห้องครัว ซึ่งถือว่ามีขนาดที่กว้าง มีการออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ได้ดีพอสมควรสำหรับแม่บ้านเห็นแล้วน่าจะชอบ มีเคาน์เตอร์ล้างจาน ทำอาหาร มีหน้าต่างระบายอากาศ

สุดท้ายจบสวยๆ ที่ห้องน้ำ  ติดกระเบื้องผนังสวยๆ สีเทาสวยงาม มีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจก  ถือว่าออกแบบได้อย่างดีครับ

จบไปแล้วนะครับกับการนำเสนอ บ้านหลังนี้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นบ้านอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้รับออกแบบหรือสร้างบ้านแต่อย่างใด เพียงแค่นำเสนอให้เป็นตัวอย่างเท่านั้น สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | กิจเจริญไพบูลย์ ก่อสร้าง

โทร. 0661210255 , 0964053657
LINE ID: nirabon26

หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ

สูตรอาหารเป็ดไข่ลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่าย ไข่ดกฟองโตแน่นอน

สูตรอาหารเป็ดไข่ลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่าย ไข่ดกฟองโตแน่นอน

สูตรอาหารเป็ดไข่ลดต้นทุน

สูตรอาหารเป็ดไข่ลดต้นทุน


การเลี้ยงเป็ดในประเทศไทยนั้นมีการเลี้ยงมานตั้งแต่ครั้งโบราณนานมาแล้ว และยังเป็นมรดกสืบทอดให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานกันมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเลี้ยงเป็ดนั้นมีการเลี้ยงน่าแน่ใสนหมู่ที่เป็นเกษตรกรที่อาศัยตามต่างจังหวัดที่มีที่อยู่ไกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์  เพราะเกษตรกรนั้นสามารถปล่อยให้เป็ดนั้นหากินอาหารได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอาหารที่นพวกสัตว์น้ำต่างๆ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา  เป็นต้น ส่วนมากเกษตรผู้ที่เลี้ยงเป็ดมักจะปล่อยเป็นออกมาเลี้ยงเป็นฝูงๆ อาจจะเล็กจะมากขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงเป็ดของเกษตรกร เพราะแต่ดั่งเดินนั้น เกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็ดไว้เพื่อบริโภคเนื้อและไข่ภายในครัวเรือน แต่เมื่อมีจำนวนมากก็นำมาจำหน่ายเป็นการเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง ต่อมาได้มีการปรับปรุงวิธีการเลี้ยงให้มีความทันสมัย และเพิ่มผลิตมากขึ้นเรื่อย ๆ   ทำให้ไข่ในประมาณที่มากขึ้น ระยะเวลาเลี้ยงสั้นลง จึงทำให้มีการเลี้ยงเป็ดเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

การเลี้ยงเป็ดพันธุ์ไข่ในปัจจุบันนั้น เกษตรกรได้มีการเลี้ยงที่ลดน้อยลงกว่าเดิมมาก ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะต้นทุนด้านอาหารที่สูงมากขึ้นกว่าเดิมเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกษตรกรบ้างรายเลิกเลี้ยงเป็ดไข่ แล้วหันไปประกอบอาชีพอื่นๆ แทน   และในบทความนี้เราได้รวบรวม สูตรอาหารเป็ดไข่ลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่าย ไข่ดกฟองโตแน่นอน มาฝากกันจากผู้รู้หลายๆท่าน จะมีกี่สูตรนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

สูตรที่ 1. สูตรอาหารเป็ดไข่ลดต้นทุน

เป็นสูตรของ คุณอาวร สมัตถะ เกษตรกรบ้านท่าแจ้ง ตำบลหนองแวง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีอาชีพการเกษตรทั่วไป ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และบริโภคในครัวเรือนหลือจากสวนก็นำมาแปรรูป เช่น การทำกล้วยฉาบสมุนไพร การทำน้ำยาแชมพู การทำน้ำยาเอนกประสงค์ การทำสบู่ ผลิตเพื่อใช้เองและจำหน่ายให้เกษตรกรรายอื่นๆ ในวันนี้จะแนะนำ การเลี้ยงเป็ดบำรุงไข่ออกมาก ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้างเรามาดูกันครับ

เตรียมวัสดุ/อุปกรณ์

  • ท่อนกล้วยสับละเอียด 50 กิโลกรัม (มาน้อยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)
  • กากน้ำตาล 1-2 กิโลกรัม
  • เกลือประมาณ 2-3 ขีด
  • นำมาหมักผสมกันไว้ประมาณ 2 คืน ก็สามารถนำมาเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ได้

วิธีการนำไปใช้งาน

    ให้นำสูตรอาหารบำรุงเป็ดออกไข่มาก 1 กก. ผสมหัวอาหาร 5 กิโลกรัม รำ 5 กิโลกรัม และน้ำหมักผลไม้สุก 3 ช้อนแกง นำทั้งหมดผสมหมักไว้ 1 คืน แล้วนำไปให้เป็ดกินตามปริมาณที่ให้อาหารเป็ดในแต่ละวัน จะช่วยบำรุงเป็ดให้ออกไข่มาก และเป็นการลดต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายด้านอาหารอีกด้วย

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร  *1677  สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.นครราชสีมา

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : อาวร สมัตถะ  เกษตรกรบ้านท่าแจ้ง ตำบลหนองแวง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

————————————————————————————————-

สูครที่ 2. สูตรอาหารเป็ดด้วยหยวกกล้วย

เต้รียมวัสดุและอุปกรณ์ ดังนี้

  • ท่อนกล้วยสับละเอียดประมาณ  50 -100 กิโลกรัม.
  • กากน้ำตาล ประมาณ 2-3 กิโลกรัม. หรือ น้ำตาลทรายแดงก็ได้
  • เกลือ 1 กิโลกรัม.

วิธีการทำ

  • นำหยวกกล้วยมาหมักผสมกันกับ กากน้ำตาล เกลือ แล้วหมักไว้ 6-7 คืน ก็สามารถนำมาเป็นอาหารได้

การนำไปใช้

  • นำสูตรอาหารที่หมักไว้ได้บน ผสมรำ 10% ปลายข้าว 5% น้ำหมัก 3-5 ช้อนโต้ะ   ผสมกันแล้วนำไปเลี้ยงเป็ดไก่ได้เลย จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นโรคและ มูลเป็ดไก่ไม่มีกลิ่นเหม็นด้วย และยังนำสูตรอาหารนี้ไปบำรุงเป็ดให้ออกไข่มากได้ด้วย โดยการผสมต้นกล้วยหมัก 1 กก. หัวอาหาร 5 กิโลกรัม รำ 5 กิโลกรัม และน้ำหมักผลไม้สุก 3 ช้อนแกงหรือน้ำหมัก EMที่มีขายตามร้านเกษตรทั่วไปก็ได้ นำทั้งหมดผสมหมักไว้ 1 คืน แล้วนำไปให้เป็ดกินตามปริมาณที่ให้อาหารเป็ดไก่ในแต่ละวัน จะช่วยบำรุงเป็ดไก่ให้ออกไข่มากและไข่แดงสีสวยฟองโต และลดต้นทุนด้วยครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: sarakaset.com

—————————————————————————————————-

สูตรที่ 3.  สูตรบำรุงเป็ดไก่ให้ไข่ดกฟองโต

เต้รียมวัสดุและอุปกรณ์ ดังนี้

  • เศษปลาต่างๆที่เหลือ และ เศษอาหารเหลือใช้ในครัวเรือนอีก  2 ส่วน
  • กากมะพร้าว 1 ส่วน
  • อาหารหมูรุ่น 1 ส่วน

วิธีการทำ

  • เริ่มจากนำส่วนผสมทั้งหมดจากด้านบนมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำลงไปพอท่วม จากนั้นนำไปต้มให้สุก โดยไม่ต้องให้เหลวมากจนเกินไป เมื่อกวนส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ให้ทิ้งเอาไว้ให้เย็นก็สามารถนำไปให้เป็ดกินได้

*หมายเหตุ การเลี้ยงเป็ดเทศสามารถใช้สูตรอาหารดังกล่าวได้โดยจะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 2-3 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้แล้ว อีกทั้งยังลดต้นทุนในการเลี้ยงด้วยครับ

—————————————————————————————————

สูครที่ 4.  สูตรอาหารบำรุงลูกเป็ดให้โตเร็ว

คุณบัวศรี ซาเมืองกุล อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.7 ต.ดอนยาวใหญ่ อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์แบบพอเพียงด้วยประสบการณ์ที่ต่อสู้มาจากปัญหาโรคระบาดในการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ทั้งราคาหมูลดต่ำลงแต่ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ลุงบัวศรีล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาเศรษฐกิจ และยังประสบปัญหาพื้นที่ดินเค็มไม่สามารถปลูกพืชได้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะเลิกทำการเกษตรได้ จนกระทั้งคิดค้นภูมิปัญญาชาวบ้าน นำวัตถุดิบที่มีในพื้นที่นำมาทำการเลี้ยงสัตว์เพื่อลดต้นทุน มีรายได้เหลือจุนเจือครอบครัว ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอยู่ได้แบบพอเพียง ได้แนะนำสูตรอาหารเป็ดเนื้อแรกเกิดแบบลดต้นทุนมาฝากเกษตรกร ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านคือ

เต้รียมวัสดุและอุปกรณ์ ดังนี้

    • รำผสม 10 กิโลกรัม
    • ปลายข้าว 5 กิโลกรัม
    • มันสำปะหลังหั่นตากแห้ง 15 กิโลกรัม
    • ปลาร้าตากแห้ง 2 ขีด
    • ไข่ร้างรังตากแห้ง 2 ขีด
    • ใบกระถินแห้ง 2 ขีด

วิธีการทำ

         นำส่วนผสมทั้งหมดมาบดคลุกเคล้าให้เข้ากัน (ถ้ามีเครื่องบดก็ยิ่งดีทำให้ได้ละเอียดยิ่งขึ้น) บดเสร็จก็สามารถนำไปช้งานได้เลย

วิธีการนำไปใช้งาน

         อัตราการให้ จำนวนเป็ดเนื้อ 100 ตัว ให้ครั้งละ 5 กิโลกรัม วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จะช่วยลดต้นทุน ช่วยบำรุงเป็ดโตเร็ว แข็งแรง ไม่มีโรค

ขอบคุณที่มา : รักบ้านเกิด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

จุลินทรีย์จาวปลวก ประโยชน์หลากหลาย ช่วยย่อยสลายได้เร็ว

จุลินทรีย์จาวปลวก ประโยชน์หลากหลาย ช่วยย่อยสลายได้เร็ว

จุลินทรีย์จาวปลวก

จุลินทรีย์จาวปลวก คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกค้นพบโดย คุณจักรภฤต บรรเจิดกิจ ปราชญ์ชาวบ้าน จังหวัดพิจิตร โดยนำจาวปลวกมาผสมคลุกเคล้ากับปลายข้าวดิบ (ปลายข้าวคหนียวหรือปลายข้าวเจ้า) และน้ำสะอาด หมักทิ้งไว้คพียง 7 วัน ก็สามารถนำมาใช้งานได้ จุดเด่นน้องจุลินทรีย์จาวปลวก คือ ช่วยประหยัดต้นทุน เพราะไม่จำเป็นต้องใช้กากน้ำตาลหรือรำละเอียดเหมือนการหมักจุลินทรีย์กลุ่มอื่น ๆ และ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งในด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้เพาะ เห็ดโคนป่าหรือเห็ดป่าร่วมกับธรรมชาติได้ปีละหลายครั้ง นอกจากนี้ยังใช้สกัดคอนไซม์จากผลไม้ สำหรับดื่มเพื่อบำรุง สุขภาพและป้องกันโรคได้อีกด้วย

จาวปลวกคืออะไร

จาวปลวก คือ รังเลี้ยงตัวอ่อนหรือคอมบ์  โครงสร้างเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ รูปร่างหยักไปมาคล้าย มันสมองหรือคล้ายปะการัง บางชนิดคล้ายรังผึ้ง ลวดลายที่แตกต่างกันนี้ บางครั้งสามารถบอกสกุลของปลวกได้ ขนาด ของรังเลี้ยงตัวอ่อนไม่แน่นอน ขนาดเล็กประมาณ 8×6 เซนติเมตร ขนาดใหญ่มักมีรูปร่างยาวตามโพรงหรือห้องที่อยู่ ใต้ดิน หรือภายในจอมปลวก

การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จาวปลวก

ก่อนที่จะขุดนำจาวปลวกมาใช้ทำจุลินทรีย์จาวปลวก ต้องเตรียมขั้นห้า 1 พาน จุดธูปหอม 21 ดอก และ กล่าวคำขอจากพระแม่ธรณีและราชา ราชินีปลวกว่า “สาธุพระแม่ธรณี ราชา ราชินีปลวกทั้งหลาย ข้าพเจ้าขออนุญาต ขุดจอมปลวก เพื่อเอาจาวปลวกมาทำจุลินทรีย์ เพื่อเป็นประโยชน์ในการกสิกรรม แล้วจะทำบุญอุทิศไปให้สาธุ” แล้ว ใช้ด้ามจอบกระทุ้งจอมปลวก ถ้าเสียงดังปุกๆ แสดงว่ารังมีโพรง มีจาวปลวกอยู่ ให้ขุดได้เลย แล้วนำจาวปลวกที่มีเชื่อ เห็ดโคน (สังเกตุได้จากมีจุด้าวๆ อยู่บนจาวปลวก และมีกลิ่นหอมเหมือนเห็ด) ออกมาใช้งาน

วัตถุดิบและอุปกรณ์

  • จาวปลวกที่้ขุดมาใหม่ๆ ประมาณ ½ กก. หรือ หัวเชื่อแบบเข้มข้น จำนวน 1 ลิตร
  • ปลายข้าวหรือข้าวหัก ใช้ได้ทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า 5 กก.
  • น้ำสะอาดที่ไม่มีคลอรีน ประมาณค่อนถัง (170ลิตร)
  • ถังน้ำมีฝาปิด 1 ใบ ขนาด 200 ลิตร

วิธีทำจุลินทรีย์จากปลวก

นำจาวปลวก มาคลุกกับปลายข้าว แล้วเทลงในถังพลาสติกที่มีน้ำ สะอาดไม่มีคลอรีน ใส่ไว้เกือบเต็มถัง เหลือที่ว่าง จากปากถังประมาณ 1 ฝ่ามือ ปิดฝา ตั้ง ไว้ในบริเวณที่โดนแดด ตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายให้อยู่ในร่ม แล้วหมักทิ้งไว้ 7 วัน โดยคน ไปทางเดียวกัน ทุกวัน จะได้จุลินทรีย์จาวปลวกแบบน้ำที่มีลักษณะเป็นน้ำสีขาวใส มีกลิ่นเปรี้ยว พร้อมใช้งาน

หมายเหตุ

  • ปริมาณ ข้าว น้ำ และจาวปลวก ไม่มีสูตรตายตัว สามารถนำไปประยุกต์กับขนาดของถังพลาสติกที่มีอยู่ ถ้า ถังมีปริมาตรความจุมาก ก็ใช้ปลายข้าว และน้ำมากขึ้นตามลำดับ
  • ไม่ควรเทน้ำใส่เต็มถัง เพราะเมื่อผ่านไป 3 วัน จะเกิดฟอง และแรงดันอากาศ ฝาอาจจะระเบิดออกได้
  • ถ้าต้องการย้ายเชื่อจุลินทรีย์จาวปลวกให้ได้ปริมาณมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องขุดจอมปลวกเพื่อเอาจาวปลวก อีก เพียงแต่เตรียมปลายข้าว และในน้ำในปริมาณคท่าเดิม และนำน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกที่ทำครั้งแรกมาคลุกกับปลายข้าวให้เข้ากัน แล้วจึงนำไปเทใส่ถังพลาสติกที่มีฝาปิด และใส่น้ำเกือบเต็มถัง ปิดฝาทิ้งไว้ 7 วัน ก็จะได้น้ำจุลินทรีย์จาว ปลวกไปใช้ประโยชน์ได้

การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์จาวปลวก

ใช้เพาะเห็ดโคนป่าแบบกึ่งพึ่งพาธรรมชาติ

โดยใช้น้ำจุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้น จำนวนไม่จำกัด นำไปรดราดบริเวณโคนจอมปลวกให้ชุ่ม หรือใช้วิธีถากดินรอบจอมปลวก ให้กระจายรอบๆ บริเวณโคนจอมปลวกให้สม่ำเสมอ จึงรดน้ำ จุลินทรีย์จาวปลวกให้ชุ่มทั่วบริเวณ แล้วนำใบไม้ เศษหญ้า หรือฟางข้าวคุลมให้มิด รดน้ำให้ชุ่ม รอจนกว่าสภาพอากาศ ในช่วงฤดูฝน จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเหมือนฝนจะตก  เมื่อสังเกตุคือ เห็ดโคนมักจะเกิดในวันโกน หรือก่อนวันขึ้น 15 ค่ำ โดยวิธีการนี้จะทำให้มีเห็ดโคนเกิดขึ้นมากกว่าปีละครั้ง

ใช้ย่อยสลายฟางข้าวในแปลงนา

โดยใช้จุลินทรีย์จาวปลวกแบบเข้มข้น จำนวน 10 ลิตรต่อไร่ ปล่อยไปตามน้ำหรือฉีดพ่นให้กระจาย ทั่วแปลงนา ระดับน้ำในแปลงนาต้องท่วมฟางข้าวประมาณ 1 ฝ่ามือ หมักทิ้งไว้ 5-7 วัน จึงสามารถปั่นทำเทือกนาได้ ฟางข้าวจะเปื่อยขาด ไม่ติดตัวปั่น ปั่นง่าย ทำให้ประหยัดน้ำมัน หากจะให้ฟางเปื่อยเร็วกว่านี้ ให้ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยน้ำ หมักจากปลา เทใส่ไปพร้อมกับน้ำที่สูบเค้าแปลงนา จะทำให้จุลินทรีย์จาวปลวกย่อยสลายฟางข้าวอย่างรวดเร็ว ทำให้ ดินร่วนซุย อุ้มน้ำ ดินมีรูอากาศ ทำให้ไส้เดือนดินและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยให้ข้าว เจริญคติบโตแข็งแรง ใบเขียวเค้ม

ใช้ป้องกันเชื้อราในพืช

หรือรักษาสภาพของเมล็ดพืชให้สดอยู่คสมอ วิธีใช้ น้ำจุลินทรีย์จาวปลวก 1 ส่วน ต่อ น้ำ 10 ส่วน ฉีดพ่นพืชผัก 3 วัน/ครั้ง ไม้ดอกไม้ประดับ สัปดาห์ละครั้ง ไม้ผลยืนต้น ใช้คดือนละครั้ง

ที่มา : จักรภฤต บรรเจิดกิจ. จิตวิญญาณในธุลี มหัศจรรย์จุลินทรีย์จาวปลวก. เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง จุลินทรีย์จาว ปลวก วันที่ 7 มีนาคม 2558 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. สุมาลีพิชญางกูร. เห็ดโคนและลูกผสมฟิวแสนท์. . บริษัท สามเจริญพาณิชย์ปกรุงเทพ) จำกัด. กรุงเทพฯ. 2547. อุทัยวรรณ แสงวณิช, ผศ. ดร. ค้าอธิบายเรื่องเห็ดโคน.  สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. เห็ดโคนกับปลวกและการ เพาะเลี้ยงเห็ดโคน. 


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ปลูกไผ่กิมซุงหรือไผ่ตรงลืมแล้ง หน่ออวบใหญ่ รสชาติอร่อย

ปลูกไผ่กิมซุงหรือไผ่ตรงลืมแล้ง หน่ออวบใหญ่ รสชาติอร่อย

ปลูกไผ่กิมซุงหรือไผ่ตรงลืมแล้ง

ปลูกไผ่กิมซุงหรือไผ่ตรงลืมแล้ง


เมื่อเราพูดถึงไผ่นั้น หลายๆคนมักนึกถึงอาหารที่ทำจากหน่อไม้ไผ่ เพราะแต่ล่ะเมนูนั้นก็ถือได้ว่า รสชาติไม่ธรรมดากันเลยที่เดียว เช่น แกงหน่อไม้ หมกหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ หรือนำมาทานคู่กับน้ำพริกกะปิก็อร่อยเหมือนกัน แต่ว่าหน่อไม้นั้นก็มีอีกมากมายหลากหลายชนิดเช่นกัน และรสชาติที่ได้ก็จะแตกต่างกันออกไปอีก จึงได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ ไผ่ เพื่อให้ได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง ไผ่อีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาปลูกกัน เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นผี่ทนสถาพแล้งได้ดี นั้นก็คือ ไผ่กิมซุง หรือ ไผ่ตรงลืมแล้ง แต่ให้หน่อที่อวบใหญ่ น้ำหนักดี ที่สำคัญอร่อยเป็นที่ต้องการของตลาดด้วย ส่วนจะมีขั้นตอนวิธีการปลูกยังไงนั้น เดียวเราจะพาไปเรียนรู้พร้อมๆ กันครับ

ไผ่กิมซุง หรือ ไผ่ตรงลืมแล้ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า DENDROCALAMUS ASPER BACKER อยู่ในวงศ์ GRAMINEA ลำต้นสูงได้กว่า 15 เมตร. ลำต้นเป็นข้อหรือปล้อง ระหว่างข้อหรือปล้องยาวประมาณ 30-50ซม. ลักษณะของข้อนูนเห็นได้ชัดเจน สีของลำไผ่ตงลืมแล้งเขียวเข้มเป็นมันไม่มีขน เนื้อในลำต้นจะตันหรือเกือบตัน อาจมีรูเล็กๆไม่กลวงเหมือนลำไผ่ทั่วไป น้ำหนักเฉลี่ยของหน่ออยู่ประมาณ 1.5-3.0 กิโลกรัม/หน่อ เนื้อของหน่อที่รับประทานได้มีประมาณ 75% ของหน่อ สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ทนต่อสภาวะต่างๆได้ดี ไม่เปลืองสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ทำให้ปลอดจากสารเคมี และ ปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยดีที่สุดสำหรับการปลูกไผ่ตงลืมแล้ง ใช้เวลาสั้นในการเก็บเกี่ยวผลผลิต(ประมาณ1ปี) ปลูกง่าย โตไว รายได้ดี (คืนทุนเร็ว ความเสี่ยงน้อย)

ปลูกไผ่กิมซุงหรือไผ่ตรงลืมแล้ง

การเตรียมพื้นที่ปลูกไผ่กิมซุง

การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่นั้นควรเตรียมพื้นที่ไว้ตั้งแต่ฤดูแล้งซึ่งจะทำงานได้สะดวกสบายและสามารถลงมือปลูกได้ทันทีเมื่อถึงช่วงฤดูฝน โดยในพื้นที่ที่เป็นแผ่นพื้นที่ลุ่มมีน้ำขังอยู่ในพื้นที่นั้นให้ทำการไถกลบหรือว่าตัดต่อออกให้หมดเพื่อปรับสภาพพื้นที่ให้เลือกเหมาะแก่การปลูก รวมไปถึงการไถควนเพื่อกำจัดวัชพืช ในบางพื้นที่ที่สามารถให้น้ำได้ตลอดทั้งปีนั้นก็สามารถที่จะปลูกไผ่ได้ตลอดทั้งปีเช่นกันสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นควรปลูกตั้งแต่ฝนเริ่มตกจนไปถึงปลายเดือนมิถุนายนหากคนทิ้งช่วงนั้นควรให้น้ำช่วย เพื่อไม่ให้ต้นไผ่ตายในช่วงฤดูแล้ง หลุมที่ใช้ในการปลูกไผ่ตรงหรือไข่ลืมแล้งนั้นควรมีขนาดกว้างคูณยาวคูณลึกไม่น้อยกว่า 50 * 50 * 50 เซนติเมตร ให้ใช้ปุ๋ยหินฟอสเฟต 1 กระป๋องนม หรือ ประมาณ 300-500 กรัม ต่อหลุมและผสมปุ๋ยคอกเก่าที่สลายตัวแล้วประมาณหนึ่งบุ้งกี๋ หรือประมาณ 1 กิโลกรัม และยาฆ่าแมลงฟูดิดาน 1-1.5 ช้อนแกง หรือประมาณ 10-15 กรัม คลุกเคล้ากับดินให้ทั่วแล้วกบกลับคืนลงไปในหลุมในระดับดินที่สูงกว่าเดิมเล็กน้อยเผื่อสำหรับดินยุบตัวลงภายหลัง

วิธีการปลูกและระยะปลูกที่เหมาะสม

ปลูกไผ่กิมซุงหรือไผ่ตรงลืมแล้ง

ระยะเวลาที่เหมาะกับการปลูกไผ่อยู่ในช่วงฤดูฝน คือระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายนเนื่องจากช่วงระยะเวลาที่เริ่มปลูกใครต้องการน้ำมาก การปลูกในช่วงฤดูฝนจึงลดค่าใช้จ่ายในการรดน้ำได้เป็นอย่างมากและเป็นระยะเวลาที่มีการเจริญเติบโตได้ดีที่สุดด้วย สำหรับระยะปลูกและจำนวนกล้าไผ่ต่อพื้นที่ควรมีระยะการปลูกประมาณ 4 * 4 เมตรหรือประมาณ 100 กอต่อไร่หลุมที่ปลูกมีขนาดประมาณ 30 * 30 * 50 เซนติเมตรขนาดเล็กควรรองก้นอยู่คอกเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตได้ดีและอัตราการรอดตายสูงขึ้นด้วย

แมลงศัตรูของกอไผ่

สำหรับแมลงศัตรูของไผ่ที่สำรวจพบและมีการระบาดอยู่ในขณะนี้ได้แก่

  • แมลงประเภทเจาะใส่หน่อและป้องอ่อน เป็นแมลงที่มีอันตรายสำคัญมากที่สุดโดยเฉพาะในระยะที่ไทยกำลังเจริญเติบโตจากหน่ออ่อนเป็นลำต้น แมลงจำพวกนี้จะเข้าไปทำลายกัดกินเนื้อเยื่อที่อ่อนของป้องภัยในการหุ้มหน่อที่กำลังเจริญเติบโต จะทำให้หน่อและปลายยอดอ่อนเน่าและหักตายแมลงพวกนี้ได้แก่ด้วงวงปีกแข็ง
  • เพลี้ยแห้ง เป็นมะเร็งที่ชอบเกาะอยู่ตามหน่ออ่อนหรือตามใบอ่อนเพื่อดูดน้ำเลี้ยงจะมองเห็นเป็นก้อนเหมือนแป้งทำให้กราบใบและยอดเหล็กงอชนะการเจริญเติบโต

สำหรับการป้องกันและกำจัด

การกำจัดและควบคุมโดยใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชคือเมื่อพบว่ามีการระบาดของแมลงในแปลงไผ่ให้เราใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช เช่น มาลาไธออน หรือเซฟวิน ผสมน้ำราดที่หลุมและราก

การตัดแต่งกอ

ไผ่กิมซุงหรือไผ่ตงลืมแล้งนั้นก็มันเหมือนต้นไม้ทั่วๆไปต้องมีการตัดแต่งหลังจากการเก็บเกี่ยวหน่อในช่วงฤดูฝนโดยแต่งกอในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนมกราคม ควรตัดแต่งกอให้สะอาดโดยดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ตัดกิ่งไผ่ที่เป็นโรคและแก่ออกเพื่อให้กอไผ่โล่งโปร่ง
  • กอไผ่ที่อายุ 3 ปีขึ้นไป ให้เลือกตัดลำที่แก่อายุเกิน 3 ปีขึ้นไปออกเพื่อขายหรือเอาไปใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมโดยเลือกลำที่สมบูรณ์ไว้ประมาณ 15-20 ลำต่อกองก็เพียงพอ เพื่อที่จะเลี้ยงกอและเลี้ยงหน่อที่ออกใหม่ การตัดออกนี้ควรตัดจากลำต้นที่อยู่กลางกอออก เพื่อจะได้โปร่งและขยายออกกว้างขึ้น

วิธีทำให้ไผ่ออกหน่อนอกฤดู ออกหน่อทั้งปี

วิธีจัดการต้นไผ่ให้ออกหน่อนอกฤดู โดยภูมิปัญญาชาวบ้านที่เหมาะแก่เกษตรกรที่ต้องการบังคับให้หน่อไม้ออกในช่วงที่เราต้องการ เช่น ช่วงฤดูแล้งชึ่งเป็นช่วงที่หน่อไม้ทั่วไปจะไม่ค่อยมี

ในขณะที่ตลาดผู้บริโภคต้องการหน่อไม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าใครสามารถผลิตหน่อให้ออก นอกฤดูได้ก็จะสร้างรายได้ไม่น้อยเลยที่เดียว และ วันนี้เรามีสูตรปลูกไผ่ให้ออกหน่อนอกฤดู 2 สูตร มาฝากเพื่อนๆกัน แต่ละสูตรทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

สูตรที่ 1 คุณ Liam Khetpukhiaw

โดยเราเริ่มจากการสางกอไผ่ให้เหลือสัก กอละ 3 – 4 ลำ  โดยเน้นเอาไว้เฉพาะกอที่เพิ่งออกมาใหม่ๆ เลย แล้วก็ใ ส่ปุ๋ย 25 – 7 – 7 ปริมาณ 3 กำ/กอ แล้วใส่ปุ๋ยธรรมชาติอีก ครึ่งกระสอบ/กอ แล้วหาฟางมาคลุมหนา 1 ฟุต และรดน้ำทุกวัน จนครบ 1 เดือน ไผ่ก็จะออ กหน่อมาให้เราได้เก็บผลผลิต

สูตรที่ 2 โดย คุณนิยม บุญเสนอ

สูตรนี้เป็นสูตรของ คุณนิยม บุญเสนอ เกษตรกร อ. เบ็ญจลักษณ์ จ. ศรีสะเกษ ปลูกไผ่เลี้ยงมาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2547 เนื่อง จากไปเห็นเกษตรกร ที่จังหวัดบุรีรัมย์ปลูกแล้วมีรา ได้ดี จึงสนใจแ ล ะได้ซื้อพันธุ์ มาทดลองปลูก ใช้ระยะการปลูกเพียง 8 เดือน ก็สามารถออกหน่อเก็บผลผลิตได้

สำหรับเคล็ดลับนี้  คือ ในช่วงกลางเดือน มกราคม รดน้ำติดต่อ กัน 3 วัน เป็นการบำรุงไผ่ และใส่ปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยคอก โดยโรยรอบๆกอเลย ตามด้วยการรดน้ำต่อไป อีกประมาณ 1 เดือน ไผ่จะออ กหน่อ ซึ่งจะสามารถเก็บขายได้เลย ซึ่งปัจจุบัน คุณนิยมปลูกอยู่ 3 ไร่ เก็บหน่อได้ 40 กก. / วัน นับอาชีพที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นอย่างดี

แหล่งที่มา : withikaset.com


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่

เกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่

เกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่

ระบบเกษตรผสมผสาน  ( Integrated  farming  system )

เป็นระบบเกษตรที่มีการปลูกพืชและมีการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกันโดยที่กิจกรรมการผลิตแต่ละชนิด เกื้อกูลประโยชน์ต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในไร่นาอย่างเหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุด มีความสมดุลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และเกิดการเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ การเกื้อกูลกันระหว่างพืชและสัตว์ เศษซากพืช และผลพลอยได้จากการปลูกพืชจะเป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์ และผลพลอยได้จากการเลี้ยงสัตว์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพืชเช่นกัน

ระบบเกษตรผสมผสานเป็นระบบเกษตรกรรมที่จะนำไปสู่การเกษตรยั่งยืนโดยมีรูปแบบที่ดำเนินการมีลักษณะใกล้เคียงกับระบบไร่นาสวนผสม และทำให้ผู้ปฏิบัติมีความสับสนในการให้ความหมายและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง

ระบบไร่นาสวนผสม (Mixed/Diversefied/Polyculture Farming System) เป็นระบบการเกษตรที่มีกิจกรรมการผลิตหลาย ๆ กิจกรรมเพื่อตอบสนองต่อการบริโภคหรือลดความเสี่ยงจากราคาผลิตผลที่มีความไม่แน่นอนเท่านั้น   โดยมิได้มีการจัดการให้กิจกรรมการผลิตเหล่านั้นมีการผสมผสานเกื้อกูลกัน เพื่อลดต้นทุนการผลิต และคำนึงถึงสภาพแวดล้อมเหมือนเกษตรผสมผสานการทำไร่นาสวนผสมอาจมีการเกื้อกูล กันจากกิจกรรมการผลิตบ้าง แต่กลไกการเกิดขึ้นนั้นเป็นแบบ “เป็นไปเอง” มิใช่เกิดจาก “ความรู้ ความเข้าใจ” อย่างไรก็ตามไร่นาสวนผสม สามารถพัฒนาความรู้ความสามารถของเกษตรกรผู้ดำเนินการให้เป็นการดำเนินการในลักษณะ ของระบบเกษตรผสมผสานได้

ระบบเกษตรผสมผสานเป็นการจัดระบบของกิจกรรมการผลิตในไร่นา ได้แก่ พืช สัตว์ ประมง ให้มีการผสมผสานอย่างต่อเนื่องและเกื้อกูลในการผลิตซึ่งกันและกัน โดยการใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ในไร่นา เช่น ดิน น้ำ แสงแดดอย่างเหมาะสมเกิดประโยชน์สูงสุด มีความสมดุล  ของภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและเกิดผลในการเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติด้วย

หลักการของเกษตรแบบผสมผสานมี 4 ประการคือ

  • ประกอบด้วยกิจกรรมการผลิตตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป อาจเป็นการผสมผสาน ระหว่างพืชกับพืช สัตว์กับสัตว์ หรือสัตว์กับพืช
  • กิจกรรมการผลิตแต่ละชนิดจะต้องเกื้อกูลกันเป็นวงจร โดยพิจารณาจาก การหมุนเวียนการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับอาหาร อากาศและพลังงาน
  • ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
  • ใช้แรงงานคนเป็นหลัก โดยเป็นแรงงานที่มีอยู่ภายในครอบครัว ครอบครัวเกษตรกรต้องมีความใจเย็นและเข้าใจ มีความอดทนมุมานะในการทำกิจกรรมอย่าง ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งต่างจากที่เคยทำในการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ทำเสร็จแล้วก็เสร็จเลย แต่การทำ เกษตรแบบผสมผสานต้องให้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ระบบเกษตรผสมผสานเป็นระบบที่สามารถจะแก้ปัญหาการว่างงานของประชากรและลดความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพทางการเกษตรของเกษตรกรได้เป็นระบบที่ต้องมีการวางแผน มีการจัดการทรัพยากรการผลิตใน ระดับไร่นาสวนผสม และการจัดการในด้านเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทุน แรงงาน และการตลาด โดยการสรุปได้ดังนี้

เกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่

ด้านการวางแผนการผลิต  เกษตรกรต้องสามารถวางแผนการผลิตภายในฟาร์มของตัวเองได้อย่างถูกต้องโดยองค์ประกอบความรู้เขาและรู้เราที่สำคัญในการวางแผน ได้แก่

  • ต้องมีพื้นที่ถือครองของตนเอง การเช่าที่ดินจากผู้อื่นมาดำเนินการ เกษตรกรจะไม่กล้าที่จะวางแผนลงทุนอย่างถาวร เพราะเกรงว่าเมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งแล้วอาจจะถูกบอกเลิกได้
  • ต้องทราบข้อมูลพื้นฐานภายในฟาร์มของตัวเองเป็นอย่างดี ข้อมูลดังกล่าว ได้แก่ ข้อมูลทางด้านลักษณะพื้นที่ ดิน แหล่งน้ำ ซึ่งนับว่ามีความสำคัญ จะสามารถช่วยในการวางแผนภายใน ฟาร์มไดอย่างถูกต้อง
  • ต้องมีความรู้และประสบการณ์ในด้านเทคโนโลยีการผลิตพืชหลายชนิด  เช่น ข้าว พืชไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น พืชผัก การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ การปศุสัตว์ และการประมง ถ้าขาดความรู้ในกิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่ง จำเป็นต้องไปขวนขวายหาความรู้ โดยการไปศึกษาดูงาน รวมทั้งเข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่สามารถให้ความรู้นั้นได้
  • ต้องมีทุนเริ่มต้นและทุนหมุนเวียนภายในฟาร์มพอสมควร ซึ่งการมีทุนสำรองไว้จะสามารถให้การวางแผนดำเนินกิจกรรมที่ผสมผสานกันเป็นไปอย่างเหมาะสม
  • ต้องเป็นผู้มีความมานะอดทน ขยันขันแข็ง และมีแรงงานที่พอเพียงเหมาะสมกับกิจกรรมภายในฟาร์ม ทั้งนี้เพราะการทำการเกษตรจะเห็นผลสำเร็จได้ต้องใช้เวลาและประสบการณ์ ในการแก้ปัญหา ซึ่งจะมีอยู่ตลอดเวลา และสามารถปรับเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลาเพื่อให้แก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์

ด้านการจัดการ เกษตรกรผู้ที่ดำเนินการระบบเกษตรผสมผสานจะประสบความสำเร็จได้ ควรจะต้องมีการจัดการ ที่เหมาะสมในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • เป็นผู้มีความสามารถจัดการวางแผนการใช้แหล่งน้ำที่มีอยู่ในการผลิตพืชชนิดต่าง ๆ การเพาะเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจ  การปศุสัตว์ และการประมง ได้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ดิน ทุน แรงงาน รวมทั้งการตลาด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างเพียงพอ อันประกอบด้วยรายได้ประจำวัน ประจำสัปดาห์ ประจำเดือน และรายได้ประจำฤดูกาล ในการนี้เกษตรกรควรจะมีการจัดการทำบัญชีฟาร์ม เพื่อแสดงรายรับ-รายจ่ายภายในฟาร์ม
  • เป็นผู้มีความรู้ความสามารถจัดการเทคโนโลยีสำหรับการผลิตพืชชนิดต่างๆการเพาะเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจการปศุสัตว์และการประมงได้เหมาะสมมีการหมุนเวียนนำสิ่งเหลือใช้ภายในฟาร์มมาใช้ประโยชน์ที่ ก่อให้เกิดการสนับสนุนเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง ลดการใช้สารเคมี ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ผลิตผล ที่ปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งจะนำไปสู่ระบบการเกษตรที่ยั่งยืน ประโยชน์ที่ได้รับของการเกษตรแบบผสมผสาน การเกษตรแบบผสมผสานเป็นรูปแบบหนึ่งของระบบเกษตรกรรมที่มีกิจกรรมตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไปในพื้นที่เดียวกัน และกิจกรรมเหล่านี้จะมีการเกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกันไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง ดังนั้น จึงเป็นระบบที่นำไปสู่ การเกษตรแบบยั่งยืน  (Sustainable Agriculture)  จึงก่อให้เกิดผลดี และประโยชน์ในด้านต่าง ๆ

รูปแบบของระบบเกษตรผสมผสาน

ระบบเกษตรผสมผสานนั้น แม้ว่าเกษตรกรจะมีการดำเนินการกันมาช้านานแล้วก็ตามแต่ลักษณะของการดำเนินการ ยังมีความแตกต่างกันไป แล้วแต่การจะนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาผสมผสานกันมากน้อยแค่ไหน และผสมผสานในรูปแบบใดก็ตามยังมีความหมายหลากหลาย การศึกษารายละเอียดเชิงวิชาการในด้านนี้ก็ยังมีไม่มาก เมื่อเปรียบเทียบ กับการศึกษาในด้านกิจกรรมเดี่ยว ๆ ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือปลาก็ตาม ฉะนั้นการกำหนดรูปแบบดำเนินการเกษตรผสมผสานก็จะมีหลายแบบเช่นกัน ทั้งนี้อาจจะยึดการแบ่งตามวิธีการดำเนินการลักษณะพื้นที่กิจกรรมที่ดำเนิน ทรัพยากร เป็นต้น

สรุป

การดำเนินการระบบเกษตรผสมผสานจะเป็นระบบการเกษตรที่ให้ผลผลิตกับเกษตรกรทั้งใน ด้านการมีอาหารเพียงพอแก่การบริโภค เป็นการเพิ่มงานและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจาก จากการดำเนินกิจกรรมหลัก ลดการเคลื่อนย้ายแรงงาน สามารถใช้ทรัพยากรภายในฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมไม่ให้เสื่อมโทรม รักษาสมดุลของธรรมชาติไว้ แต่อย่างไรก็ดีระบบการทำฟาร์มผสมผสานในแต่ละสภาพของท้องถิ่นจะมีความแตกต่างกันในด้านกิจกรรมที่จะมาดำเนินการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวางแผนการจัดการที่จะให้ประสบความสำเร็จ จะต้องสอดคล้องกับสภาพเงื่อนไขทางด้านกายภาพ ชีวภาพ เศรษฐกิจ สังคม ของเกษตรกรแต่ละรายซึ่งจะมีความแตกต่างกัน การดำเนินการการเกษตรแบบผสมผสานจะมีข้อได้เปรียบและข้อจำกัด ดังต่อไปนี้

เกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่

ข้อได้เปรียบของการทำการเกษตรแบบผสมผสาน คือ

    • ลดความเสี่ยงเนื่องจากความแปรปรวนของสภาพลมฟ้าอากาศ ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอนและการระบาดของศัตรู พืช
    • ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภายในฟาร์ม ได้แก่ ที่ดิน แรงงาน และเงินทุน
    • มีอาหารเพียงพอแก่การบริโภคภายในครัวเรือน และมีรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี
    • การใช้แรงงานสม่ำเสมอตลอดปี จึงทำให้ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคการเกษตรไปสู่ภาคอื่น ๆ
    • เกษตรกรจะมีเศรษฐกิจที่พอเพียง จึงเป็นผลให้มีสภาพความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
    • เป็นระบบการเกษตรที่เหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อย

ข้อจำกัดของการทำระบบเกษตรผสมผสาน คือ

  • เกษตรกรจะต้องมีที่ดิน ทุน แรงงาน ที่เหมาะสม
  • เกษตรกรจะต้องมีความมานะ อดทน และขยันขันแข็ง
  • ต้องมีการวางแผนและการจัดการทรัพยากรภายในฟาร์มตลอดจนเทคโนโลยีในการผลิต ที่เหมาะสมสอดคล้อง สอดคล้องกับระบบการตลาดในท้องถิ่นและในระดับภูมิภาค

เกษตรทฤษฎีใหม่  ( New  Theory  farming )

ป็นระบบเกษตร ที่เน้นการจัดการแหล่งน้ำและการจัดสรรแบ่งส่วนพื้นที่ทำการเกษตรอย่างเหมาะสมซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีข้าวปลาอาหารไว้บริโภคอย่างพอเพียงตามอัตภาพ อันจะเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรแล้วยังก่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่เมื่อ วันที่ 4 ธันวาคม 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ จึงเป็นหนทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นฐานรากของแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหากสร้างระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้ครึ่งหนึ่งหรือแม้แต่หนึ่งในสี่ของระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ก็จะสามารถทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงมากกว่าระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออกมากอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ พึงตระหนักก็คือแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นพระราชดำรัสที่อยู่ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงโดยให้ความสำคัญกับการผลิต เพื่อตอบสนองต่อความต้องการอาหารในครอบครัวและชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกดังนั้นการส่งเสริมการเกษตรทฤษฎีใหม่ใหม่ที่ดำเนินไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีการเกษตรหรือการนำทฤษฎีไปใช้ โดยไม่เข้าใจเนื้อหา และปรัชญาที่อยู่ลึกเบื้องหลังจะมีผลให้แนวทางการดำเนินการดังกล่าว ไม่ถูกจัดว่าเป็นเกษตรกรรมยั่งยืน

หลักการของ “ทฤษฎีใหม่”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน “ทฤษฎีใหม่”ให้ดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่มีขนาดเล็กประมาณ 15 ไร่ด้วยวิธีการจัดสรรที่ดินให้เหมาะสมกับการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผลเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ใช้จ่ายตลอดปี ซึ่งได้ ดำเนินการอย่างแพร่หลายในปัจจุบันซึ่งการพัฒนาตามแนวทาง “ทฤษฎีใหม่” นี้มีความจำเป็นต้องประยุกต์ใช้ในเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด  ทั้งนี้ ทฤษฎีใหม่ มี 3 ขั้น คือ

“ทฤษฎีใหม่”ขั้นที่หนึ่ง

การผลิตเป็นการผลิตให้พึ่งพาตนเองได้ด้วยวิธีง่าย ค่อยเป็นค่อยไปตามกำลัง ให้พอมีพอกินไม่อดอยาก โดยมีแนวทางสำคัญ ประกอบด้วย

  • ให้เกษตรกรมีความพอเพียง โดยเลี้ยงตัวเองได้ (Self Sufficiency) ในระดับชีวิตที่ประหยัดก่อน
  • ทั้งนี้ ต้องมีความสามัคคีในท้องถิ่น
  • มีการผลิตข้าวบริโภคพอเพียงประจำปีโดยถือว่าครอบครัวหนึ่งทำนา 5 ไร่ จะมีข้าวพอกินตลอดปี ข้อนี้เป็นหลักสำคัญของทฤษฎีนี้ “หากชาวนาต้องซื้อข้าวกิน ก็หมดสิ้นความเป็นเกษตรกรไทย”
  • ต้องมีน้ำ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่แต่ละแปลง (15 ไร่) ทำนา 5 ไร่ ทำพืชไร่หรือไม้ผล ฯลฯ 5 ไร่ (= 10 ไร่) จะต้องมีน้ำ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยสูตรคร่าวๆ แต่ละแปลงประกอบด้วย นา 5 ไร่ พืชไร่ และสวน ฯลฯ (เช่นไม้สร้างบ้าน สมุนไพร ไม้ใช้สอยไม้ไผ่ ไม้ผล เป็นต้น) 5 ไร่
  • สระน้ำ 3 ไร่ ลึก 4 เมตร ความจุประมาณ 19,000 ลูกบาศก์เมตร (19,200) ปล่อยปลาในสระน้ำ ที่อยู่อาศัยและอื่นๆ (โรงเห็ด เล้าสัตว์เลี้ยงแปลงไม้ดอก ฯลฯ) 2 ไร่  รวมประมาณ 15 ไร่ ถ้ามีที่ดินน้อยกว่านี้ เช่น 10 ไร่ ก็แบ่งตามสัดส่วนโดยประมาณ แต่ที่สำคัญต้องทำข้าวให้พอกินทั้งปี

“ทฤษฎีใหม่”ขั้นที่สอง 

ให้เกษตรกร รวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ ร่วมแรงร่วมมือกันในรูป กลุ่มหรือสหกรณ์ร่วมแรงร่วมมือกันในด้านต่างๆ คือ

  • การผลิต (พันธุ์พืช เตรียมดิน ชลประทาน ฯลฯ)
  • การตลาด (ลานตากข้าว ยุ้ง เครื่องสีข้าว การจำหน่ายผลผลิต)
  • การเป็นอยู่ (กะปิ น้ำปลา อาหาร เครื่องนุ่งห่มฯลฯ
  • สวัสดิการ (สาธารณสุข เงินกู้)
  • การศึกษา (โรงเรียน ทุนการศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)
  • สังคมและศาสนา ด้วยความร่วมมือของหน่วยราชการมูลนิธิและเอกชน

“ทฤษฎีใหม่”ขั้นที่สาม

ติดต่อร่วมมือกับแหล่งเงิน (ธนาคาร) และกับแหล่งพลังงาน (บริษัทน้ำมัน) เพื่อ

  • ตั้งและบริหารโรงสี
  • ตั้งและบริหารร้านสหกรณ์
  • ช่วยการลงทุน
  • ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ฝ่ายเกษตรกรและฝ่ายธนาคารกับบริษัทจะได้รับประโยชน์
      –  เกษตรกรขายข้าวและพืชผลการเกษตรในราคาสูง (ไม่ถูกกดราคา)
      –  ธนาคารกับบริษัทซื้อข้าวบริโภคในราคาต่ำ (ซื้อข้าวเปลือกตรงจากเกษตรกรและมาสีเอง)

แนวทางการทำ เกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ นั้นอาจจะต้องอาศัยองค์ความรู้ต่างๆ จากผู้ที่ประสบผลสำเร็จ และอาจจะมีระยะเวลาไม่เท่ากัน แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นแล้ว ความสำเร็บต้องมาแน่นอนครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :  ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี  60  หมู่ 3  ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 76120
โทร.0-3277-2852-3 โทรสาร.0-3277-2853   www.sarakaset.com


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ