เคล็ดลับพัฒนาบุคลิกภาพให้โดดเด่น

เคล็ดลับพัฒนาบุคลิกภาพให้โดดเด่น

เคล็ดลับพัฒนาบุคลิกภาพให้โดดเด่น

บุคลิกภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การทำงาน และการดำเนินชีวิตโดยรวม การมีบุคลิกภาพที่ดีจะช่วยให้เราดูน่าเชื่อถือ น่าประทับใจ และเป็นที่ยอมรับจากผู้อื่น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองให้ดีอยู่เสมอ

เคล็ดลับพัฒนาบุคลิกภาพให้โดดเด่น มีดังนี้

1. สร้างความมั่นใจ

ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี เราสามารถสร้างความมั่นใจให้กับตนเองได้ด้วยการเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง ฝึกฝนทักษะต่าง ๆ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ นอกจากนี้เราควรมองโลกในแง่บวก ยิ้มแย้มแจ่มใส และแสดงออกอย่างมั่นใจ

2. ดูแลบุคลิกภายนอก

บุคลิกภายนอกเป็นสิ่งแรกที่ผู้อื่นจะมองเห็น ดังนั้นจึงควรดูแลบุคลิกภายนอกให้ดูดีอยู่เสมอ การแต่งกายควรสะอาดเรียบร้อย เหมาะสมกับกาลเทศะ รูปร่างควรสมส่วน สุขภาพแข็งแรง และควรดูแลรักษาบุคลิกภาพอื่น ๆ เช่น หน้าตา ผิวพรรณ เล็บ และผม เป็นต้น

3. ควบคุมอารมณ์

การควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง ไม่ควรแสดงอารมณ์รุนแรงหรือพลุ่งพล่านจนเกินไป ควรควบคุมอารมณ์ของตนเองให้เป็นกลาง ใจเย็น และอดทน

4. พัฒนาทักษะการสื่อสาร

ทักษะการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น เราสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารของตนเองได้ด้วยการพูดจาชัดเจน น้ำเสียงไพเราะ ฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ และถามคำถามเพื่อแสดงความสนใจ

5. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

มนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เราสามารถพัฒนามนุษยสัมพันธ์ของตนเองได้ด้วยการรู้จักใส่ใจผู้อื่น มีน้ำใจ และช่วยเหลือผู้อื่นตามโอกาส

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จะช่วยให้เรามีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เรามีบุคลิกภาพที่น่าดึงดูดและน่าเชื่อถือมากขึ้น นอกจากนี้เราควรเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ

7. เป็นแบบอย่างที่ดี

การเป็นแบบอย่างที่ดีจะช่วยให้ผู้อื่นมองเราในแง่ดี เราสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้ด้วยการประพฤติตนตามหลักศีลธรรมและจริยธรรม ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพ และปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ของสังคม

การพัฒนาบุคลิกภาพให้โดดเด่นนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เราสามารถเริ่มต้นพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองได้ตั้งแต่วันนี้ โดยเริ่มจากเคล็ดลับข้างต้น เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถมีบุคลิกภาพที่ดีและเป็นที่ยอมรับจากผู้อื่นได้อย่างแน่นอน

ขอให้คุณพัฒนาบุคลิกภาพให้โดดเด่นและประสบความสำเร็จในชีวิต!


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน คืออะไร? ทำไมเกษตรกรยุคใหม่ถึงนิยมใช้

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน คืออะไร? ทำไมเกษตรกรยุคใหม่ถึงนิยมใช้

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินคืออะไร?

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน (Vermicompost หรือ Vermicast) คือวัสดุที่ได้จากการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุ เช่น เศษผัก เศษผลไม้ เศษใบไม้ หรือมูลสัตว์ ผ่านกระบวนการย่อยโดย ไส้เดือนดิน เช่นพันธุ์แอฟริกันไนท์ครอว์เลอร์ (African Nightcrawler) หรือไส้เดือนพันธุ์ไทย

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ “มูลของไส้เดือน” ที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์มีชีวิต เอนไซม์ และธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืช เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และฮอร์โมนพืชตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยบำรุงต้นไม้ให้เจริญเติบโตได้ดี

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน(Vermicompost) หมายถึง เศษซากอินทรีย์วัตถุต่างๆ รวมทั้งดินและจุลินทรีย์ที่ไส้เดือนดินกินเข้าไปแล้วผ่านกระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุเหล่านั้นภายในลำไส้ของไส้เดือนดิน แล้วจึงขับถ่ายเป็นมูลออกมาทางรูทวาร ซึ่งมูลที่ได้จะมีลักษณะเป็นเม็ดสีดำ มีธาตอาหารพืชอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ในปริมาณที่สูงและมีจุลินทรีย์จำนวนมาก ซึ่งในกระบวนการผลิตปุ๋ยหมักโดยใช้ไส้เดือนดินขยะอินทรีย์ที่ไส้เดือนดินกินเข้าไป และผ่านการย่อยสลายในลำไส้แล้วขับถ่ายออกมา มูลไส้เดือนดินที่ได้เรียกว่า “ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน”

คุณสมบัติของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของปุ๋ยหมักไส้เดือนดินมีลักษณะเป็นเม็ดร่วนละเอียด มีสีดำออกน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก มีความจุความชื้นสูงและมีประมาณอินทรียวัตถุสูงมาก ซึ่งผลจากการย่อยสลายขยะอินทรีย์ที่ไส้เดือนดินดูดกินเข้าไปภายในลำไส้ และด้วยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดินจะช่วยให้ธาตุอาหารหลายๆ ชนิดที่อยู่ในเศษอินทรียวัตถุเหล่านั้นถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ เช่น เปลี่ยนไนโตรเจน ให้อยู่ในรูป ไนเตรท หรือ แอมโมเนีย ฟอสฟอรัสในรูปที่เป็นประโยชน์ โพแทสเซียมในรูปที่แลกเปลี่ยนได้ และนอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชชนิดอื่นและจุลินทรีย์หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อดิน รวมทั้งสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิดที่เกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ในลำไส้ของไส้เดือนดินอีกด้วย

การใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินและน้ำหมักมูลไส้เดือนดินในการปลูกพืชจะส่งผลให้ดินมีโครงสร้างดีขึ้น คือทำให้ดินกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น มีความโปร่งร่วนซุย รากพืชสามารถชอนไชและแพร่กระจายได้กว้าง ดินมีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ทำให้จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์บริเวณรากพืชสามารถสร้างเอนโซม์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้เพิ่มชึ้น นอกจากนี้จุลินทรีย์ดินที่ปนออกมากับมูลของไส้เดือนดินยังสามารถสร้างเอ็นไซม์ฟอสฟาเตสได้อีกด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มประมาณฟอสฟอรัสในดินให้สูงขึ้นได้

ประโยชน์และความสำคัญของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

  • ส่งเสริมการเกิดเม็ดดิน
  • เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุแก่ดิน
  • เพิ่มช่องว่างในดินให้การระบายน้ำและอากาศดียิ่งขึ้น
  • ส่งเสริมความพรุนของผิวหน้าดิน ลดการจับตัวเป็นแผ่นแข็งของหน้าดิน
  • ช่วยให้ระบบรากพืชสามารถแดร่กระจายตัวในดินได้กว้าง
  • เพิ่มขีดความสามารถในการดูดซับน้ำในดิน ทำให้ดินชุ่มขึ้น
  • เพิ่มธาตุอาหารพืชให้แก่ดินโดยตรงและเป็นแหล่งอาหารของสัตว์และจุลินทรีย์ดิน
  • เพิ่มศักยภาพการแลกเปลี่ยนประจุบวกของดิน
  • ช่วยลดความเป็นพิษของธาตุอาหารพืชบางชนิดที่มีปริมาณมาเกินไป เช่น อลูมินัม และแมงกานีส
  • ช่วยเพิ่มความต้านทานในการเปลี่ยนแปลงระดับความเป็นกรด-เบส (Buffer capacity) ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่เร็วเกินไปจนเป็นอันตรายต่อพืช
  • ช่วยควบคุมปริมาณไส้เดือนฝอยในดิน เนื่องจากการใส่ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะทำให้มีปริมาณจุลินทรีย์ที่สามารถขับสารพวกอับคาลอยด์และกรดไขมันที่เป็นพิษต่อไส้เดือนฝอยได้เพิ่มขึ้น

การใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินเป็นส่วนผสมของวัสดุปลูกและวัสดุเพาะกล้าพืช

นอกจากการนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินไปใช้เป็นปุ๋ยแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมของวัสดุปลูกและวัสดุเพาะกล้าพืชได้ วัสดุปลูกพืชหรือสัสดุเพาะกล้าพืชทีมีส่วนผสมของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะมีธาตุอาหารพืชอยู่ในปริมาณที่เจือจางและอยู่ในรูปพร้อมใช้ ซึ่งจะค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับต้นกล้าพืชในการเจริญเติบโตระยะแรกได้อย่างเหมาะสม ประกอบกับปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินมีโครงสร้างที่โปร่งเบาระบายน้ำและอากาศได้ดี และจุความชื้นได้มาก ดังนั้นต้นกล้าพืชจะสามารถเจริญเติบโตออกรากและชอนไชได้ดีมาก ในการนำมาปลูกพืชจำพวกได้ประดับจะส่งเสริมให้พืชออกดอกได้ดีมากเนื่องจากจุลินทรีย์ในปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินสามารถสร้างเอนไซม์ฟอสฟาเตสได้ จึงทำให้วัสดุปลูกนั้นมีปริมาณของฟอสฟอรัสเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้พืชออกดอกได้ดียิ่งขึ้น

คุณสมบัติของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน ที่นำมาใช้เป็นวัสดุปลูกพืชจะแตกต่างกันตามวัสดุที่นำมาใช้ผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน แต่โดยทั่วไปแล้วโครงสร้างของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินที่ได้จะมีลักษณะที่คล้ายกัน คือจะมีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชอยู่ในรูปที่พืชสามารถดูดไปใช้ได้ มีส่วนประกอบของธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมเกือบทุกชนิดที่พืชต้องการ

ในการนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินมาใช้เป็นวัสดุปลูก ควรจะนำมาผสมกับวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ ก่อน เนื่องจากปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะประกอบด้วยอินทรียวัตถุเป็นส่วนใหญ่ และมีอนุภาคของดินอยู่น้อย ดังนั้นในการนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินที่ได้มาผสมกับวัสดุปลูกชนิดอื่นๆ จะได้ผลดีกว่าและสิ้นเปลืองน้อยกว่าการใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินเพียงอย่างเดียว ซึ่งในการปลูกพืชสวนประดับสามารถนำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินมาเจือจากได้หลายระดับ

ข้อดีของวัสดุปลูกที่มีส่วนผสมของปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน

  • ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินสามารถช่วยเก็บความชื้นและปลดปล่อยออกมาให้พืชอย่างช้าๆ เมื่อพืชต้องการยืดระยะเวลาการให้น้ำแก่พืชได้นานขึ้น
  • กรณีใช้ผสมดินที่เป็นดินเหนียวจะช่วยเพิ่มอากาศในดิน ทำให้ดินร่วนซุย และช่วยในการถ่ายเทน้ำและอากาศได้สะดวก
  • กรณีผสมดินที่เป็นดินทรายจะช่วยเพิ่มเนื้อดิน ช่วยให้ดินเก็บรักษาความชื้น และธาตุอาหารในดิน ลดการชะล้างธาตุอาหารของน้ำ
  • ลดปัญหาการสลายตัวของธาตุอาหาร เป็นตัวปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างช้าๆ ทำให้ประหยัดปุ๋ย
  • ปกป้องดินไม่ให้มีสภาพโครงร้างแน่นเข็งและช่วยเติมอินทรียวัตถุในเนื้อดิน ช่วยให้ดินร่วนซุย รากพืชสามารถแพร่ขยายได้กว้าง
  • ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจะมีสาวนประกอบของกรดฮิวมิคซึ่งเป็นตัวกักเก็บธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชหลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) เหล็ก (Fe) และทองแดง (Cu) ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่ในโมเลกุลของกรดฮิวมิค อยู่ในรูปพร้อมใช้ และจะถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อพืชต้องการ

ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินคือของดีจากธรรมชาติที่ได้จากไส้เดือน มันช่วยทำให้ดินดีขึ้น ปลูกอะไรก็งาม ใส่แล้วพืชแข็งแรง โตไว ผลผลิตก็ดี แถมยังไม่มีสารเคมีตกค้างให้ต้องกังวล เหมาะกับคนที่อยากปลูกผักกินเอง หรือจะทำขายแบบอินทรีย์ก็ได้ผลดี

ทุกวันนี้เกษตรกรหลายคนเริ่มหันมาใช้กันเยอะ เพราะมันช่วยลดต้นทุน ช่วยฟื้นฟูดิน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ถ้าใครกำลังมองหาวิธีปลูกพืชแบบปลอดภัยและยั่งยืน ลองใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดูครับ ของเขาดีจริง ไม่ต้องง้อปุ๋ยเคมีเลย


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปรับแนวคิดมาทำเกษตรอินทรีย์ ปีเดียวปลดหนี้ 7 แสน

ปรับแนวคิดมาทำเกษตรอินทรีย์ ปีเดียวปลดหนี้ 7 แสน

นายสุธรรม จันทร์อ่อนเคยเป็นผู้ทำการเกษตรแบบธรรมชาติ โดยเพาะปลูกพืชผักตามฤดูกาล และหันมาปรับเปลี่ยนเป็นการเพาะปลูกแบบเกษตรเชิงเดี่ยว ตามคำเชิญชวนของบริษัทเอกชน โดยปลูกฝ้าย ปลูกอ้อย เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งสร้างรายได้ดีในช่วงแรกแต่สุดท้ายเกิดมีหนี้สิน เนื่องจากกิจกรรมทางการเกษตรแต่ละอย่างมีต้นทุนที่สูง ประกอบกับในกระบวนการผลิตยังมีการใช้สารเคมีในปริมาณสูง

เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมากและมีคุณภาพ ส่งผลให้มีสุขภาพไม่ดี และเป็นหนี้จากการทำเกษตรเชิงเดียวเพื่อส่งออกเจ็ดแสนกว่าบาท จึงหันกลับมายึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยทำการเกษตรแบบอินทรีย์ มีการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนเพื่อวิเคราะห์ตนเอง จนสามารถปลดหนี้สินได้สำเร็จภายในระยะเวลา 1 ปี และดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นระยะเวลา 17 ปี สามารถเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่น

เกษตรอินทรีย์ คือการทำการเกษตรด้วยวิธีที่เน้นหลักธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมีสารกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าหญ้า/แมลง รวมถึงสารเคมีอื่น ๆ ซึ่งผลผลิตที่ได้จากการทำ เกษตรอินทรีย์ จะมีความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เกษตรอินทรีย์ดีอย่างไร

โดยใช้หลักการ ถ้าดินดี พืชก็ย่อมแข็งแรงสมบูรณ์ต้านทานโรคและแมลงได้ดี ซึ่งแนวทางเกษตรอินทรีย์จะไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเลย แต่เน้นวิธีการฟื้นบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุเป็นการปรับสมสมดุลและหมุนเวียนธาตุอาหารกลับคืนสู่ดินไปพร้อมกัน เพื่อเป็นอาหารพืชอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีของการทำเกษตรอินทรีย์

  • ปลอดภัยต่อเกษตรกรเพราะงดใช้สารเคมีต่างๆ
  • ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
  • ดินและน้ำ กลับมาอุดมสมบูรณ์ สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศคืนสู่สมดุล
  • ลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงที่มีราคาสูง
  • ใช้เมล็ดที่ผลิตโดยกระบวนการทางธรรมชาติ เป็นการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่น และได้เมล็ดพันธุ์ราคาถูก
  • หมุนเวียนทรัพยากรจากธรรมชาติที่เหลือทิ้งกลับมาใช้โดยไม่ สูญประโยชน์ เช่น ฟางข้าว มูลสัตว์ เศษใบไม้ ฯ
  • ลดการเสื่อมสภาพของดิน และลดมลพิษทางดิน น้ำ อากาศ
  • ผลผลิตของเกษตรอินทรีย์ มีรูปร่างดีสมส่วน มีสีสวยเป็นปกติ มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ มีโครงสร้างของเนื้อนุ่มกรอบแน่น มีรสชาติดี ไม่มีสารพิษตกค้างเก็บรักษาได้ทนทาน ให้สารอาหารที่มีพลังชีวิต
  • เน้นไปที่การทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และสามารถปลูกจิตสำนึกการรักธรรมชาติให้กับตนเองและเด็กรุ่นใหม่

ที่มา : วินัย ไตรมาศ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไก่  โรงงานปุ๋ยใกล้บ้าน ที่ทำเองได้ง่ายๆ

ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไก่  โรงงานปุ๋ยใกล้บ้าน ที่ทำเองได้ง่ายๆ

ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไก่

ถ้าพูดถึง ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ชาวบ้านนิยมกันมาก เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง “ปุ๋ยมูลไก่” หรือภาษาบ้านๆ ก็คือ “ขี้ไก่” นั่นเอง โดยเฉพาะใครที่เลี้ยงไก่ไว้เยอะๆ บอกเลยว่าเหมือนมี โรงงานปุ๋ยส่วนตัว อยู่ในบ้าน เพราะมูลไก่ถือเป็นปุ๋ยคุณภาพสูงที่หาได้ง่าย ไม่ต้องเสียเงินซื้อเหมือนปุ๋ยเคมี

มีคนเฒ่าคนแก่เคยบอกว่า มูลไก่เค็มกว่ามูลควาย ฟังดูอาจจะขำๆ แต่ความจริงแล้ว มูลไก่มีธาตุอาหารเข้มข้นกว่าหลายชนิดจริง โดยเฉพาะ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และ โพแทสเซียม (K) ซึ่งเป็นอาหารหลักของพืชทุกชนิด ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใบเขียว ดอกงาม ผลดก

ทำไมปุ๋ยมูลไก่ถึงถูกนำมาทำ “ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด”?

เมื่อก่อนชาวบ้านจะเอามูลไก่มาใส่แปลงผักหรือสวนแบบสดๆ เลย แต่ข้อเสียคือ กลิ่นแรงมาก และ จับด้วยมือโดยตรงค่อนข้างเปื้อน แถมเก็บไว้นานไม่ได้ เพราะความชื้นและเชื้อราจะทำให้เสียคุณภาพ

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการผลิต ทำให้สามารถแปรรูปมูลไก่เป็น ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด ซึ่งมีข้อดีคือ ใช้ง่าย เก็บได้นาน และไม่มีกลิ่นแรง เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เลี้ยงไก่เอง หรือคนที่อยากใส่ปุ๋ยโดยไม่ต้องสัมผัสกับของสดๆ

ปุ๋ยมูลไก่ จัดเป็น ปุ๋ยอินทรีย์ ชั้นเยี่ยมชนิดหนึ่ง เนื่องจาก ประกอบด้วยธาตุอาหาร ที่หลากหลาย จึงทำให้คนมีความต้องการจะพัฒนา เพื่อนำเข้ามาสู่เศรษฐกิจการเกษตรมากขึ้น เลยกลายมาเป็น ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด

ทำไมต้องทำ ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด

ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด เกิดขึ้นมาได้ ก็ด้วยความทันสมัยของ อุปกรณ์ต่างๆ ทำให้คนคิดอะไรได้ง่ายมากขึ้น เพราะบางทีคนก็ แหยงๆ ในการที่จะเอามือไป จับมูลไก่หว่าน ในสวนโดยตรง จึงทำให้ต้องการอำนวยความสะดวกตรงนี้ ขึ้นมาช่วยคนที่ยังไม่กล้าแตะต้องโดยตรง

สำหรับเราๆ หากมีไก่เลี้ยงอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหรอกครับ แต่ที่พูดถึงส่วนที่อัดเม็ด ก็เพราะคิดว่า เป็นทางเลือกหนึ่ง ของคนที่ ไม่ได้เลี้ยงไก่ หรือ ไม่อยากให้มือเปรอะเปื้อน เท่านั้นครับ

ข้อดีของ ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด มีอะไรบ้าง

ปุ๋ยขี้ไก่ ปุ๋ยอินทรีย์ ใกล้ตัว เป็นสิ่งที่ถูกพัฒนากระบวนการผลิต จนทำให้สะดวกต่อผู้ใช้เป็นอย่างยิ่ง มาดูข้อดีของมันกันเถอะ

  • ไม่มีกลิ่นเหม็น
    เนื่องปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด ได้ผ่านกระบวนการ ในการผลิต มาหลายแบบ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น อบไอน้ำ ดูดกลิ่น ดูดความชื้น อบแห้ง เป็นต้น ทำให้กลิ่นของมูลไก่ ดั้งเดิมลดน้อยลงไปมาก
  • เก็บได้นาน
    โดยทั่วไปแล้ว มูลไก่ มูลวัว ที่เรามีกัน เก็บไว้ได้ไม่นานนัก ประมาณ 2-3 เดือน ก็ย่อยสลาย กระสอบขาดละ แต่พอเขาทำ อัดเม็ด แล้ว ทำให้สามารถเก็บได้นานมากขึ้น ครึ่งปีก็ยังได้เลยครับ
  • ไม่เป็นเชื้อรา
    เนื่องจาก โดยทั่วไปแล้ว ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ด มักจะมีการ ใส่สารป้องกันเชื้อรา จึงทำให้ตัวปุ๋ยเอง ไม่มีเชื้อรา แล้วยังมีผลพลอยได้ต่อ พืชผักของเราด้วย นั่นคือ ไม่มีเชื้อราขึ้น โดยเฉพาะ สวนยางพารา ซึ่งเรากลัวกันมากเรื่อง เชื้อรา ถ้าใช้แบบนี้แล้วสบายใจได้ไม่น้อยเลยครับ
  • ใช้สะดวก ให้ผลนาน
    เนื่องจากได้รับการอัดเม็ด ทำให้เม็ดปุ๋ย แน่น เมื่อหว่านปุ๋ยแล้ว ย่อยสลายช้า ทำให้ปุ๋ยมูลไก่นี้ จะค่อยๆ ให้ธาตุอาหารแก่พืช ผัก ทำให้ได้กินปุ๋ยได้นานๆ นั้นเอง
  • เป็นมิตรต่อหน้าดิน
    เนื่องจาก ปุ๋ยมุลไก่อัดเม็ด เป็นปุ๋ยอินทรีย์ จึงป็นประโยชน์ต่อหน้าดิน ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น โดยทำให้ดินโปร่งร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และปลดปล่อยธาตุอาหารที่ถูกตรึงไว้ในดิน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นประโยชน์ที่อิงแอบกันได้เป็นอย่างดี
  • ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
    เป็นผลต่อเนื่องมาจากข้อที่ 5 พอดินดีแล้ว ก็ทำให้พืชผักได้กินธาตุอาหารได้เต็มที่ อย่างที่ทราบกันแล้ว โดยเฉพาะ สวนยางพารา ถ้าได้รับปุ๋ยอินทรีย์แล้ว ก็จะสามารถให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 20% เลยทีเดียว ทำให้ได้น้ำยางมากขึ้น และได้ผลผลิตนานขึ้นด้วย

มูลไก่สด vs มูลไก่อัดเม็ด ใช้แบบไหนดี ?

  • มูลไก่สด – เหมาะกับคนที่เลี้ยงไก่อยู่แล้วและไม่รังเกียจเรื่องกลิ่น ใช้ได้ทันทีหลังหมักหรือผึ่งให้แห้ง จะได้ธาตุอาหารเต็มๆ
  • มูลไก่อัดเม็ด – เหมาะกับคนที่ไม่มีไก่เลี้ยง หรืออยากเก็บปุ๋ยได้นาน ใช้ง่าย ไม่เปื้อนมือ

เคล็ดลับการใช้ปุ๋ยมูลไก่ให้ได้ผลดี

        ผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอื่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายของธาตุอาหาร ใส่ปุ๋ยช่วงดินชื้น หรือหลังรดน้ำ เพื่อให้ปุ๋ยค่อยๆ ละลาย สำหรับพืชที่อ่อนไหวต่อความเค็ม เช่น ผักสลัด ควรใช้ในปริมาณน้อยหรือหมักก่อนใส่

ปุ๋ยมูลไก่ ไม่ว่าจะเป็นแบบสดหรืออัดเม็ด ต่างก็มีคุณค่าและประโยชน์ต่อพืชอย่างมาก อยู่ที่ว่าเราสะดวกใช้แบบไหน ถ้าเลี้ยงไก่เองก็ประหยัดไปอีก แต่ถ้าอยากสะดวกก็เลือกแบบอัดเม็ด ช่วยให้ทั้งพืช ดิน และคนใส่ปุ๋ยมีความสุขกันถ้วนหน้า


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น หลังคาทรงปีกนก ดีไซน์สวย เรียบง่าย ไม่ตกยุค

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น หลังคาทรงปีกนก ดีไซน์สวย เรียบง่าย ไม่ตกยุค

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

วันนี้เราจึงขอพากทุกท่านไปรู้จักกับบ้านหลัง บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ที่ภายในประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องพระ มีพื้นที่ใช้สอย 155 ตารางเมตร ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างอยู่ที่ 2,170,000 บาท บ้านหลังนี้ตกแต่งภายในอย่างสวยงามน่าอยู่ ก่อสร้างที่ อ.ภาชี จ.อยุธยา จากทีมงาน สร้างบ้านสระบุรี&รวยก่อสร้าง รายละเอียดจะเป็นยังไงและสวยขนาดไหนไปดูพร้อมๆ กันเลยครับ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ลักษณณะภายนอกของบ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียวสไตลโมเดิร์น ตัวบ้านยกพื้นสูงเล็กน้อย ออกแบบหลังคาให้เป็นทรงเพิงหมาแหงนซ้อนระดับมุงด้วยเมทัลชีท จากนั้นติดตั้งฝ้าเพดานชายคาสีขาวแบบมีรูระบายอากาศ แล้วเลือกใช้ไม้ฝาสีน้ำตาลกรุผนังใต้ชายคา

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ส่วนตัวบ้านฉาบเรียบและทาทับด้วยเทาอ่อน ต่อหลังคายื่นมาด้านหน้าเพื่อใช้เป็นเฉลียง เป็นหลังคาที่มุงด้วยเมทัลชีท ส่วนประตูหน้าบ้านเป็นบานไม้สีน้ำตาล มีลวดลายที่สวยงาม คงทน และหน้าต่างกับประตูห้องนอนที่มีระเบียงด้านหน้า ใช้เป็นบานกระจกสีทึบ โดยออกแบบขอบให้เป็นสีขาว ตัดกับสีดำได้อย่างลงตัว

ภายในของบ้าน เปิดประตูเข้ามาจะเห็นกับห้องโถงยาว จุดที่เหมาะสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อนร่วมกัน หรือรองรับแขกที่มาเยือน กระเบื้องปูพื้นที่มันวาว แลดูน่าสัมผัส ผนังฉาบเรียบทาสีขาวอย่างเรียบง่าย สำหรับฝ้าหลุมสีขาว มีการแต่งขอบ และติดตั้งโคมไฟที่ส่องแสงสว่างทั่วห้อง

บัญชีราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน ปีงบประมาณ 2563 โดย กลุ่มออกแบบและก่อสร้าง สำนักอำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน >> https://www.yotathai.com/passadu/cost-build-63

เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบผลงานจากทางทีมงาน รวยก่อสร้าง สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ย้ำเลยครับว่ามีบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับลูกค้าที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อ
ติดต่อสอบถาม หรือ จองคิวงานล่วงหน้า ได้ที่ โทร 0636191556


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ดีไซน์สวยทันสมัย

บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ดีไซน์สวยทันสมัย

บ้านสไตล์มินิมอล

สวัสดีทุกท่าน วันนี้เรามีแบบบ้านสวยที่นำมารีวิวให้ชมกันเป็น บ้านสไตล์มินิมอล 2 ชั้น ที่โดดเด่นโทนสีขาว ทันสมัยสไตล์มินิมอล เป็นบ้าน 2 ชั้น ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม. ผลงานออกแบบก่อสร้างจาก WN house รับสร้างบ้าน เชียงใหม่ บ้านหลังนี้มีขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 โถงมัลติฟังชัน 1 โรงจอดรถ 1 ห้องเก็บของ + ซักรีด านที่ชอบบ้านสไตล์นี้ เชิญชมรายละเอียดภายในบ้านดูได้ครับ

ที่มา | WN house รับสร้างบ้าน เชียงใหม่

บ้านสไตล์มินิมอล

หลังนี้เป็นบ้านสไตล์นอร์ดิกโทนสีขาวสวยเด่น เน้นหน้าต่างบานกระจกช่วยรับแสงสว่างจากภายนอกเข้าไปด้านในช่วยให้ภายในบ้านสว่างโปร่งโล่ง

บ้านสไตล์มินิมอล

บ้านสไตล์มินิมอล

บรรยากาศการจัดแต่งแสงไฟทั้งภายในและภายนอกตัวบ้านในยามค่ำคืนสวยงามอบอุ่น

มีโรงจอดรถทางด้านซ้ายมือของภาพแยกจากตัวบ้านหลัก และด้านบนหลังคาเป็นระเบียงอเนกประสงค์สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหรือทำกิจกรรมของครอบครัว

บ้านสไตล์มินิมอล

ภายในห้องนั่งเล่น ถูกตกแต่งในบรรยากาศที่อบอุ่นและเรียบง่ายในแบบมินิมอล ผนังให้โทนสีขาวเคียงคู่ไปกับพื้นและเฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาล

ชั้นสองของบ้านถูกออกแบบให้เป็นลักษณะของห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งใช้พื้นที่เป็นห้องนอนในแบบเปิดโล่ง ซึ่งก็ให้บรรยากาศที่ดูสบาย ๆ

ภายในห้องน้ำจะมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายทั้งจากการตกแต่งในโทนสว่างและอบอุ่น ทั้งยังมีหน้าต่างบานใหญ่ที่ช่วยรับแสงจากภายนอกเข้ามาภายในบ้านอีกด้วย

บ้านสองชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง ก่อสร้างที่ จ.เชียงใหม่ ผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย WN house รับสร้างบ้าน เชียงใหม่ ในส่วนเรื่องราคา สามารถสอบถามได้จากข้อมูลด้านล่างหรือหากมีข้อสงสัยประการใดสามารถติดต่อทีมงานผู้สร้างได้ทันที

ช่องทางการติดต่อ

ที่อยู่ | หจก.วรชานนท์ ก่อสร้าง เลขที่ 309 หมู่2 ต.สันพระเนตร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
โทร | 081 783 4479
เมล์ | wn_house@hotmail.com
เว็บ | wn-house.com


หมายเหตุ: ทางเว็บ ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ต้มยำกุ้งน้ำข้น อาหารไทยยอดฮิต รสชาติอร่อย

ต้มยำกุ้งน้ำข้น อาหารไทยยอดฮิต รสชาติอร่อย

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

สวัสดีคะ วันนี้แอดมีเมนูเกี่ยวกับอาหารทะเลมาฝากค่ะ นั่นคือเมนูต้มยำกุ้งน้ำข้นนั่นเอง ต้มยำกุ้งน้ำข้น เป็นเมนูอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน ทั้งรสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ครบในจานเดียว และยังเป็นเมนูที่ชาวต่างชาตินิยมชมชอบอีกด้วย เมนูต้มยำกุ้งน้ำข้นเป็นเมนูที่จะทานกับข้าวสวย หรือ จะทานเป็นกับแกล้มก็ได้ ซึ่งเมนูต้มยำกุ้งน้ำข้น นั้นเป็นอาหารไทยที่หาทานได้ง่าย หรือจะทำทานเองที่บ้านก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะสมัยนี้ถ้าใครทำไม่เป็นหรือ ทำไม่อร่อย ก็มีตัวช่วยอย่างเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปและห้างสรรพสินค้า มีให้เลือกซื้อมากมาย วันนี้แอดเลยจะมาใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูปสำหรับทำต้มยำน้ำข้นกันค่ะ

เรามาลงมือทำและตรียมวัตถุดิบ สำหรับทำต้มยำกุ้งน้ำข้นกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ ต้มยำกุ้งน้ำข้น

  1. กุ้ง 400 กรัม
  2. ปลาหมึก 3 ตัว
  3. ผงปรุงรส ต้มยำน้ำข้น 2 ห่อ
  4. น้ำสะอาด 700
  5. ข่าหั่นแว่น 5 แว่น
  6. ตะไคร้ หั่นทุบ 2 ต้น
  7. ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  8. หัวหอมแดงทุบ 3 หัว
  9. เห็ดฟาง 15 หัว
  10. พริกแดง หันเฉียง 3 เม็ด
  11. ผักชีฝรั่งหั่นท่อน 2 ต้น

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

ขั้นตอนการทำต้มยำกุ้งน้ำข้น

  1. ตัดหนวดกุ้ง แล้วล้างกุ้งให้สะอาดพักไว้
  2. ล้างปลาหมึกให้สะอาด หั่นเป็นแว่นๆ ตามขนาดที่ต้องการ เสร็จแล้วพักไว้
  3. ล้างเห็ดฟางให้สะอาด หั่น 4 เสร็จแล้วพักไว้
  4. ล้างตะไคร้ให้สะอาด เสร็จแล้วทุบพอแตก แล้วหั่นเป็นท่อนๆ พักไว้
  5. ล้างข่าให้สะอาด แล้วหั่นเป็นแว่นๆ พักไว้
  6. ล้างใบมะกรูด ให้สะอาด แล้วฉีกเตรียมไว้
  7. พริกแดง หั่นเฉียง เตรียมไว้
  8. ปลอกเปลือกหัวหอมแดง แล้วล้างให้สะอาด ทุบพอแตกเตรียมไว้
  9. ล้างผักชีฝรั่งให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ เสร็จแล้วพักไว้
  10. ตั้งหม้อ เปิดไฟกลางๆ เทน้ำลงไปในหม้อ จากนั้นรอให้น้ำเดือด จึงใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดฉีก หัวหอมแดงทุบลงไป รอเดือดอีกครั้ง แล้วหรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน จากนั้นให้เทผงปรุงรส ต้มยำกุ้งน้ำข้นลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน ปรับเป็นไฟกลางอีกครั้ง แล้วจึงใส่เห็ดฟางลงไป รอให้เห็ดฟางสุก จึงใส่กุ้ง และ ปลาหมึกลงไป รอให้กุ้งและปลาหมึกสุกดีแล้ว ให้ใส่พริกแดงหั่นเฉียง และ ผักชีฝรั่งหั่นท่อนลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยพร้อมทานค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง : พลังเกษตร, Youteube : Tomjoke Foodtv

เรียบเรียงโดย : นงนุช


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน และผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน และผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน (Vermiculture)เป็นการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากไส้เดือนดิน โดยเฉพาะผลผลิตที่ได้คือปุยหมักมูลไส้เดือน (vermicom posting) เป็นการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่หรือเป็นการจัดการทำให้สภาพแวดล้อมในระบบนิเวศเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การใช้ไส้เดือนเป็นตัวหลักในการจัดการเศษของเสียเพื่อเปลี่ยนให้เป็นวัสดุที่ มีสารอาหารพืชสูงและพร้อมที่จะเป็นประโยชน์ต่อพืช โดยใส่ลงในพื้นที่การเกษตรเพื่อเป็นการปรับปรุงโครงสร้างของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ หรือเพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าทางการค้าเป็นวัสดุในการปลูกไม้ดอกไม้กระถางหรือเป็นวัสดุสำหรับปลูกพืชอื่นๆอย่างหลากหลาย

สายพันธุ์ของไส้เดือน

ในประเทศไทย นิยมเลี้ยงไส้เดือนอยู่ 3 สายพันธุ์ ได้แก่

  1. พันธุ์ Tiger Worm ลำตัวมีสีแดงสลับสีเหลืองเป็น ลายเสือ ลำตัวกลม มีขนาดเล็ก เป็นสายพันธุ์ที่มีความทนทาน ต่อสภาพอากาศ ทนอากาศหนาวได้ถึง 0 °C และทนความร้อน ได้ถึง 40 °C
  2. พันธุ์ Blue worm เป็นไส้เดือนสายพันธุ์เอเชีย ตัวผอมยาว ลำตัวสีม่วงเข้มประกายสีน้ำเงิน เป็นไส้เดือนที่ เลี้ยงง่าย สามารถกำจัดขยะอินทรีย์ ผลิตปุ๋ยหมัก และนิยม นำไปให้อาหารสัตว์น้ำ โดยเมือกจะมีกลิ่นหอมเหมือนดอกโมก
  3. พันธุ์ African Night Crawler (AF) มีสีน้ำตาล แดงปนเทา ตัวใหญ่ เคลื่อนไหวรวดเร็ว ชอบอุณหภูมิที่ ค่อนข้างร้อน สามารถผลิตมูลไส้เดือนได้เร็ว เป็นสายพันธุ์ที่ ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นที่ต้องการของตลาดจำหน่าย พันธุ์ไส้เดือน จึงทำให้มีราคาถูก ขายพันธุ์ได้ง่าย

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน

การเลี้ยงไส้เดือนมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้เลี้ยง ตั้งแต่แบบง่ายๆ ใช้วัสดุในท้องถิ่น ลงทุนน้อย ไปจนถึงการทำโรงเรือนผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่ลงทุนสูง เช่น เลี้ยงบนพื้นดินโดยทำกองเลี้ยงให้สูงจากพื้นเล็กน้อย หรือ ขุดร่อง เป็นแปลงลงบนพื้นดินปกติ หรือ ก่ออิฐฉาบปูนเป็นบล็อกเลี้ยงก็ได้ หรือถ้าผลิตปุ้ยขนาดใหญ่อาจสร้างโรงเรือนถาวร มีระบบการเลี้ยงที่เป็นระบบตั้งแต่การให้อาหารไปจนถึงการเก็บปุย สำหรับ หลังคากันแดด หรือฝน อาจทำด้วยวัสดุง่ายๆ เช่น มุงด้วยหญ้าคา ใบจาก หรือ ตาข่ายพรางแสงซาแรน) ไปจนถึงการใช้หลังคาที่มีโครงสร้างแข็งแรงอายุใช้งานได้นาน นอกจากนี้ยังสามารถเลี้ยงด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็ก ในครัวเรือน ซึ่งอาจประยุกตีใช้วัสดุที่มีอยู่ทั่วไปมาใช้ก็ได้ เช่น กะละมัง ถังพลาสติก ยางรถยนต์ วงบ่อปูนซีเมนต์ เป็นต้น

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน

ขั้นตอนการเลี้ยงไส้เดือนโดยทั่วไป อาจปฏิบัติได้ ดังนี้

  • เลือกพื้นที่เรียบหรือไม่มีหินหรือเศษแก้วที่เป็นอันตราย นำดินร่วนปูพื้นกว้างประมาณ 1 เมตร สูง 0.30เมตร ความยาวขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่และปริมาณของขยะหรือของเสีย ให้ความชื้นกับพื้นวัสดุให้พอชื้นไม่ต้องแฉะ
  • นำมูลวัวหรือเศษอินทรียวัตถุ โรยทับให้หนาประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วรดน้ำให้ ความชื้นอีกครั้ง
  • นำไส้เดือนท้องถิ่นมาปล่อยในกอง รดน้ำกองไส้เดือนทุกวัน
  • ไส้เดือนจะกินเศษอาหารและมูลวัวแล้วถ่ายมูลเป็นขุยบนกองเลี้ยง เก็บมูลทุกๆสัปดาห์แล้วนำมาตากในร่มไส้เดือน 1 กิโลกรัม จะผลิตขุยได้ประมาณ 10 กิโลกรัม ภายใน 45-60 วัน เมื่อวัสดุเพาะเลี้ยงหมดให้นำวัสดุเพาะเลี้ยงมาใส่ใหม่เหมือนขั้นตอนแรก โกยขุยไส้เดือนออกมากองข้างๆกองเดิมและเมื่อกองวัสดุเพาะเลี้ยงเดิมเริ่มแห้ง ไส้เดือนจะย้ายไปอยู่ด้านใต้ของกอง
  • เก็บส่วนบนของกอง 3 ใน 4 ส่วนของกอง แยกไส้เดือนแล้วใส่ไส้เดือนกลับไปในกองใหม่
  • ควรเปลี่ยนกองทั้งหมดภายใน 6 เดือน ทั้งนี้เมื่อกองเพาะเลี้ยงเริ่มแน่น ไส้เดือนไม่สามารถชอนไชได้  การเลี้ยงเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งปี ควรมีการสร้างกองไว้หลายๆกองและเก็บข้อมูลสลับกันไปได้ทั้งปี

สิ่งที่ควรคำนึง

  • กองเพาะเลี้ยงหรือกระบะต้องทำในที่ร่มเพื่อป้องกันแสงแดดและฝนและจะต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกใหม่
  • มูลวัวควรตากให้แห้งและควรบดก่อนนำมาใช้ การใช้มูลสัตว์ชนิดอื่นๆ ควรมีการผสมกับมูลวัวก่อน
  • ไส้เดือน 1 กิโลกรัม มีจำนวนประมาณ 1,000 ตัว ซึ่งไส้เดือน 1 กิโลกรัม จะกินอาหารได้ 5 กิโลกรัมต่อวัน
  • ไส้เดือน 10 กิโลกรัม จะกินอาหารได้ 1 ตันต่อเดือน และไส้เดือน 1,000 ตัว สามารถเลี้ยงในพื้นที่ขนาด 1 ตารางเมตร
  • ควรใช้ไส้เดือนสีเข้มที่พบบริเวณผิวหน้าดินถึงลึก 25 ชม. สำหรับเลี้ยงทำปุ๋ยมูลไส้เดือน
  • ระหว่างฝนตกให้นำมูลวัววางตามยาวของกองเพาะเลี้ยงป้องกันไส้เดือนหลบหนี

รูปแบบการเลี้ยงไส้เดือนด้วยภาชนะแบบต่างๆ (อานัฐ ตันโช, 2551)

1 การเพาะเลี้ยงในถังน้ำหรืออ่างพลาสติก

  • เลือกถังน้ำหรืองอ่างพลาสติก สำหรับเพาะเลี้ยงไส้เดือน ควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 12 นิ้ว พร้อมหาอ่างสำหรับรองกันถังหรืออ่างเลี้ยง เจาะรูที่กันภาชนะเพื่อระบายน้ำมูลไส้เดือนและเจาะฝาปิดภาชนะเพื่อระบายอากาศแล้วนำเศษอิฐหรือก้อนหินเล็กๆ ใส่ในตาข่ายไนล่อนมัดเป็นตุ้มแบนๆ วางไว้ที่ก้นถัง เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวกและไม้อุดรูที่ก้นภาชนะ
  • ทำพื้นเลี้ยงโดยผสมดินร่วนกับมูลวัว อัตราส่วน 4:1 แล้วรดน้ำให้ความชื้น 80-90 เปอร์เซ็นต์ นำวัสดุพื้นเลี้ยงที่ผสมแล้วใส่ลงในภาชนะให้มีความหนาจากก้นภาชนะอย่างน้อย 3 นิ้ว แล้วนำไส้เดือนมาปล่อยลงหนาแน่นประมาณ 1 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (โดยพิจารณาจากปากภาชนะเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ใช้ไส้เดือน 1 กรัม)
  • ใส่มูลวัวตรงกลาง 1 กอง เพื่อเป็นอาหารไส้เดือนและป้องกันไส้เดือนหนีจากสภาพแวดล้อมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ควรนำน้ำยาล้างจานหรือสบู่มาทาที่บริเวณปากภาชนะ เพื่อป้องกันการเลื้อยหนีออกจากภาชนะเลี้ยงในระยะแรก
  • ปิดฝาภาชนะเพื่อรักษาความชื้นและกันแมลง หรือสัตว์ศัตรูอื่น ๆ แล้วนำภาชนะไปตั้งไว้บริเวณที่ร่ม ที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแดดหรือฝน
  • นำเศษอาหารหรือขยะอินทรีย์ให้ส้เดือนย่อยสลาย โดยให้บางๆ ป้องกันความร้อนจากการหมักหากไส้เดือนย่อยไม่ทัน ไส้เดือนอาจหนีออกจากภาชนะได้

การเพาะเลี้ยงไส้เดือน

2. การเลี้ยงไส้เดือนในวงบ่อซีเมนต์

  • หาวงบ่อปูนซีเมนต์ที่มีพื้นและรูระบายน้ำ นำวงบ่อไปไว้ในบริเวณที่ร่ม ไม่โดนแดดหรือฝน อากาศถ่ายเทสะดวก แล้วล้างวงบ่อด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ แล้วแช่ด้วยตันกล้วยทิ้งไว้ 3-5 วัน เพื่อลดความเค็มของปูนชีเมนต์
  • นำก้อนอิฐหรือก้อนกรวดใส่ตาข่ายไนล่อนมัดเป็นตุ้มวางไว้อุดบริเวณรูระบายน้ำด้านในวงบ่อใส่พื้นเลี้ยง (ดินร่วนผสมมูลวัวอัตรา 4 ต่อ 1) ใส่ในวงบ่อหนา 3 นิ้ว แล้วนำใส่ไส้เดือน 100 ตัว ต่อเส้นผ่าศูนย์กลางวงบ่อซีเมนต์ 1 เมตร
  • ทาสบู่หรือน้ำยาล้างจานบริเวณขอบบ่อเป็นแถบกว้าง 1-2 นิ้ว ป้องกันไส้เดือนหนี ทำการเติมมูลวัวและเศษขยะอินทรีย์บางๆ อย่าให้เกิดความร้อนจากการหมัก ปิดฝาบ่อด้วยวัสดุแผ่นเรียบที่หาได้ในพื้นที่ เช่น ไม้อัด ฟิวเจอร์บอร์ด ที่เจาะรูระบายอากาศ บริเวณฝา
  • คอยสังเกตพฤติกรรมการกินอาหารของไส้เดือนและอาจเติมขยะอินทรีย์ ให้มีปริมาณเหมาะสมกับการย่อยของไส้เดือน

การแยกมูลไส้เดือน

เมื่ออาหารในกะละมังใกล้หมด จะต้องแยกตัวและมูลไส้เดือนเพื่อนำตัวไส้เดือนไปเลี้ยงใน อาหารใหม่ และนำมูลไส้เดือนไปใช้ประโยชน์ต่อไป

การเก็บมูลไส้เดือนให้ใช้ตาข่ายที่ไส้เดือนสามารถลอดได้วางไว้บน bedding ใหม่ และใส่ bedding เก่าที่ต้องการแยกตัวและมูลไส้เดือนไว้ด้านบนตาข่าย ทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน ไส้เดือนจะย้ายไปอยู่ใน bedding ใหม่ จากนั้นนำไปผึ่งในที่ร่มให้มีความชื้นสัมพัทธ์ 35% สังเกตได้จากเมื่อใช้มือเก็บมูลไส้เดือนและ ไม่ติดมือ ไม่รู้สึกเปียก จากนั้นนำมาร่อนด้วยตะแกรง ขนาด 3 มม. จะได้มูลไส้เดือนและกากมูลไส้เดือน (มูลวัว ที่ไส้เดือนกินไม่หมด) หลังจากแยกตัวและมูลไส้เดือนแล้ว มูลไส้เดือนสามารถนำไปใช้หรือบรรจุถุงจำหน่ายได้ ส่วนตัวไส้เดือนและกากมูลไส้เดือน ให้นำไปใส่ในอาหารใหม่เพื่อเลี้ยงไส้เดือนต่อไป

ประโยชน์จากการเลี้ยงไส้เดือน

  1. ทำให้ระบบนิเวศเกิดความสมดุล
  2. ทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น
  3. ช่วยระบายน้ำและอากาศในดิน
  4. เพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารแก่ดิน
  5. เป็นดัชนีบ่งชี้การปนเปื้อนในดิน
  6. สร้างรายได้จากมูลและพันธุ์ไส้เดือน

     จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงไส้เดือน สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่รอบตัวมาใช้ในการเลี้ยงไส้เดือนได้ไม่ว่าจะ เป็นมูลสัตว์ กะละมัง เศษผัก ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ในครัวเรือนนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ นอกจากเป็นการกำจัด ขยะอินทรีย์ได้แล้ว ยังได้ประโยชน์มากมาย และสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พร้อมพื้นที่ใช้สอย

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พร้อมพื้นที่ใช้สอย

ซึ่งวันนี้เรามี บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม  มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  1 ห้องครัว 1 ห้องโถง สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง  ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง เป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 60 ซม. การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังคาเพิงแหงน

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยความเท่ ทันสมัย และใช้งานได้จริงในทุกพื้นที่ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง หรือผู้ที่ต้องการบ้านที่ดูโปร่งโล่ง อยู่สบาย และดูแลรักษาง่าย ภาพบ้านหลังนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ที่ผสานโทนสีทันสมัยเข้ากับรูปทรงหลังคาแบบเพิงหมาแหงนได้อย่างลงตัว จนทำให้บ้านดูสะดุดตาและน่าอยู่ตั้งแต่แรกเห็น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นหลังนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายที่ชัดเจนและรูปทรงเหลี่ยมแบบทันสมัย ตัวบ้านเลือกใช้โทนสีเทาอ่อน–เข้มตัดกับสีส้มที่ทำเป็นลวดลายกรุด้านหน้า ช่วยเพิ่มมิติและความสดใสให้บ้านดูมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะผนังด้านหน้าที่ใช้เส้นตั้งสีส้มเป็นลูกเล่น ทำให้ภาพรวมของบ้านดูมีเอกลักษณ์และไม่จำเจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

หลังคาเพิงหมาแหงนซ้อนระดับช่วยให้บ้านดูสูงโปร่งขึ้น พร้อมชายคาที่ยื่นออกมาปกป้องตัวบ้านจากแดดฝนได้ดี หน้าต่างกระจกบานเลื่อนทรงสี่เหลี่ยมติดตั้งรอบบ้าน ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้าภายในได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้บ้านดูสว่างและประหยัดพลังงาน

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บริเวณเฉลียงหน้าบ้านมีพื้นที่พอเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน หรือต้อนรับแขก พร้อมเสาและขอบผนังตัดด้วยโทนสีเข้ม ช่วยเพิ่มความขรึมและความโมเดิร์นให้ภาพรวมลงตัวยิ่งขึ้น ลานรอบบ้านเป็นพื้นที่โล่งเตรียมพร้อมสำหรับจัดสวน ทำสนามหญ้า หรือปรับเป็นลานอเนกประสงค์ในอนาคต

 

โดยรวมแล้ว บ้านหลังนี้ให้ความรู้สึกทันสมัย โปร่งสบาย และดูอบอุ่นน่าอยู่อย่างยิ่ง เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่ชอบความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ครบทุกองค์ประกอบของการพักผ่อนอย่างแท้จริง

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง

ติดต่อสำนักงาน

  • 084-6524890 (โก้)
  • 095-2478209,086-3475211
  • Line ID : 304asset , 0863475211

หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอนพื้นที่ใช้สอยรวม 214 ตารางเมตร

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยรวม 214 ตารางเมตร

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวัน กับการรีวิวแบบบ้านสวยๆ ที่ทางเราได้คัดสรรแบบบ้านมามากมายหลายแบบ ผลงานของผู้รับเหมาและช่างมืออาชีพจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย มารวมกันไว้ให้คุณได้รับชมกัน และในวันนี้เราก็มีแบบ บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 3 จอดรถ 1ห้องรับแขก 1รับประทานอาหาร 1 ครัวไทย พื้นที่ใช้สอยรวม 214 ตรม ผลงานโดย The Best Home รับสร้างบ้าน สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ ชมกันต่อเลยครับ

ขอบคุณข้อมูล | The Best Home รับสร้างบ้าน สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวหลังนี้ออกแบบสไตล์โมเดิร์นทันสมัยที่ดูเรียบหรูและเป็นระเบียบตั้งแต่แรกเห็น โครงสร้างตัวบ้านมีรูปทรงเหลี่ยมชัดเจน เน้นเส้นสายแนวตั้ง–แนวนอนที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและสะอาดตา หลังคาทรงเพิงหมาแหงนซ้อนระดับ ช่วยเพิ่มมิติให้บ้านดูโดดเด่นขึ้น พร้อมยังช่วยเรื่องการระบายน้ำฝนได้ดี

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ประตู–หน้าต่าง ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนกรอบสีขาว ขนาดใหญ่ ให้แสงธรรมชาติส่องเข้าไปภายในบ้านได้เต็มที่ กระจกเป็นโทนเขียวนิด ๆ แบบกันร้อน ดูสบายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าต่างแต่ละบานติดตั้งแบบจัดตำแหน่งสมมาตร ทำให้ด้านหน้าบ้านดูบาลานซ์และเป็นระเบียบ 

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

พื้นที่เฉลียงและบันไดทางขึ้น ด้านหน้ามี เฉลียงกว้าง พร้อมห้องโถงทางเข้า ทำให้บ้านดู welcoming และใช้งานได้จริง เช่นวางเก้าอี้พักผ่อน บันไดหน้าบ้าน ใช้กระเบื้องลายหินอ่อนเทาเรียบสวย ให้ความรู้สึกสะอาดหรูหรา ราวระเบียงเหล็กเส้นสีดำแบบโมเดิร์น ช่วยให้บ้านดูทันสมัยยิ่งขึ้น 

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ดีไซน์โดยรวม ซุ้มหน้าบ้านถูกออกแบบเป็นกรอบสี่เหลี่ยมล้อมบริเวณประตู ดูเหมือนเป็นกรอบภาพขนาดใหญ่ ทำให้จุดกลางบ้านเด่นขึ้น การเล่นระดับของหลังคาและผนังทำให้บ้านดูมีมิติ ไม่แบนเรียบ รอบบ้านเป็นพื้นที่โล่ง ปูด้วยลานคอนกรีตและหินลูกรัง เหมาะสำหรับจอดรถและใช้งานทั่วไป 

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

ห้องโถงภายในบ้านถูกออกแบบให้ดูกว้าง โปร่งสบาย ด้วยการใช้โทนสีสว่างเป็นหลัก ตั้งแต่พื้น ผนัง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสะอาดตาและทันสมัย เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่พักผ่อนของทุกคนในบ้าน 

พื้นและผนัง

  • พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาว–เทา ช่วยสะท้อนแสงให้ห้องดูกว้างขึ้น และเพิ่มความหรูหราแบบโมเดิร์น

  • ผนังทาด้วยสีขาวครีมเรียบง่าย สบายตา จับคู่กับบัวพื้นสีเทาอ่อน ทำให้พื้นที่ดูมีความอบอุ่นนุ่มนวล

 บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ห้องโถงให้ความรู้สึก กว้าง โปร่ง หรูแบบเรียบง่าย ด้วยการผสมผสานโทนสีอ่อนและลายไม้ธรรมชาติ ทำให้ใช้เป็นทั้งมุมนั่งเล่น ครอบครัว หรือพื้นที่รับแขกได้อย่างเหมาะสม เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นถูกเลือกให้เข้ากับโทนห้อง ทำให้ภาพรวมดูเป็นระเบียบและทันสมัยมาก 

ห้องครัวในภาพถูกออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่ทันสมัย เน้นโทนสีขาวที่ให้ความรู้สึกสะอาดตา ผสานกับลายไม้ธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้พื้นที่ เคาน์เตอร์ครัวจัดวางแบบรูปตัว L ต่อเนื่องไปจนถึงผนังอีกด้าน ทำให้มีพื้นที่เตรียมอาหารกว้างขวางและใช้งานคล่องตัว ตู้บิลท์อินสีขาวบานเรียบเข้ากับท็อปหินสีขาว ดูมินิมอลและเป็นระเบียบ ส่วนมือจับสีดำช่วยตัดโทนให้ห้องไม่ดูจืดจนเกินไป 

ผนังหลังเคาน์เตอร์ติดกระเบื้องลายอิฐสีขาวแบบ Subway ทำให้พื้นที่ดูทันสมัยและทำความสะอาดง่าย ด้านหน้าเป็นหน้าต่างบานใหญ่ช่วยรับแสงธรรมชาติเต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในครัวสว่างและปลอดโปร่ง พร้อมมู่ลี่ไม้สีน้ำตาลที่เข้ากันดีกับเฟรมไม้ของตู้ นอกจากนี้ยังมีเตาแก๊สแบบฝังและเครื่องดูดควันสแตนเลสดีไซน์โมเดิร์น รวมถึงไมโครเวฟบิลท์อินที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว ทำให้ครัวดูสะอาด ไม่รกรุงรัง และพร้อมใช้งานในทุกมื้ออาหาร 

ขอบคุณข้อมูล | The Best Home รับสร้างบ้าน สุราษฎร์ฯ นครศรีฯ

ทางเว็บไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราเพียงแชร์ให้ดูเป็นไอเดียกับสมาชิกและท่านผู้สนใจเท่านั้น ราคาก่อสร้างที่ลงเป็นราคาจากเจ้าของบ้านเท่านั้น ส่วนในราคาสร้างจริงอาจจะขึ้นอยู่กับการเลือกวัสดุในการก่อสร้างและราคาค่าแรงของพื้นที่ทำการก่อสร้างด้วย 


บทความอื่นที่น่าสนใจ