บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ หลังคาทรงปั้นหยา

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ หลังคาทรงปั้นหยา

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย


สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีแบบบ้านสวยมาฝากกันเพื่อเป็นไอเดีย สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านเพื่อเป็นแนวทาง ซึ่งแบบบ้านที่เรานำเสนอนั้น ล้วนคัดสรรมาเป็นอย่างดี สามารถสร้างได้จริง และเหมาะกับไลฟสไตล์ของแต่ละท่านอย่างแน่นอนคะ วันนี้ทางทีมงานมี บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก ตกแต่งด้วยโทนสีเทา ดูเรียบง่ายแต่สวยงาม เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการไอเดียสำหรับสร้างบ้านที่แสนอบอุ่น เราลองไปชมกันเลยครับ

ผลงานและรูปภาพ | ห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภี คอนสตรัคชั่น
สถานที่ก่อสร้าง : อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ยกพื้นสูง สวยงามด้วยหลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องสีเข้ม ตัวบ้านภายนอกเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีขาวเป็นหลัก ฐานตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อน หน้าบ้านมีระเบียงขนาดพอเหมาะ ประตูเลือกใช้ประตูไม้บานใหญ่สวยงามรับกับตัวบ้าน

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

ผนังภายนอกทาด้วยสีขาว มุมเสาทาด้วยสีชมภูอ่อนๆ ฐานของบ้านมีการใช้อิฐเพิ่มช่องระบายอากาศและตกแต่งด้วยบัวปูนสีขาว มีการเทปูนซีเมนต์เป็นทางเดินโดยรอบตัวบ้าน เพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

เข้ามาดูด้านในกันบ้างดีมากกว่านะครับ สำหรับการตกแต่งพื้นทั้งหลังนั้นเน้นโทนสีขาว ไม่ว่าจะเป็นหกระเบื้องพื้น ฝาผนังเรียบไม่มีลวดลาย และก็ฝ้าเพดานเล่นระดับสวย ที่มีโคมไฟสุดคลาสสิคติดตั้งไว้อยู่ด้วยครับ

ในส่วนของห้องน้ำตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องสีขาวเป็นหลัก ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยกระเบื้องสีดำและกระเบื้องลายอิฐโทนสีน้ำตาลอ่อน พื้นปูด้วยกระเบื้องกันลื่นสีเทา ติดตั้งสุขภัณฑ์พร้อมใช้งาน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับแบบบ้านที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ หวังว่าคงจะถูกใจและนำไปเป็นไอเดียในการสร้างบ้านในฝันของคุณได้ สำหรับบ้านหลังนี้มี ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง งบประมาณในการก่อสร้าง 1,000,000 บาท ผลงานการก่อสร้างของห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภีคอนสตรัคชั่น ทั้งนี้เราเป็นเพียงผู้แชร์แบบบ้านเท่านั้นไม่ได้รับออกแบบหรือรับก่อสร้างบ้านแต่อย่างใด หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้ได้เลยครับ

สอบถามได้ที่โดยตรง ตามที่อยู่ด้านล่างได้เลยนะครับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภีคอนสตรัคชั่น
ต.น้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
สนใจสอบถามรายละเอียด inbox หรือ 084-6158214
line id : E24FSM


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ทันสมัยน่าอยู่

บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ทันสมัยน่าอยู่

บ้านสไตล์โมเดิร์น


สำหรับใครที่มองหาแบบบ้านสวยๆ สไตล์โมเดิร์น วันนี้เรามี บ้านสไตล์โมเดิร์น สมัยใหม่ ดีไซน์สวย เรียบง่าย ซึ่งบ้านที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่เน้นความเรียบง่าย รู้สึกมีความเป็นส่วนตัว โดยเป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างจากทาง กิจเจริญไพบูลย์ ก่อสร้าง หากใครชอบบ้านสไตล์นี้เราลองไปชมกันเลยครับ

บ้านสไตล์โมเดิร์น

สำหรับบ้านสวยหลังนี้ เป็นแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ทันสมัย ขนาดของบ้านคือ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 โถงรับแขก 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ และระเบียงด้านหน้าสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อน ซึ่งใช้งบประมาณในการสร้างพร้อมเข้าอยู่ 1.35 ล้านบาท ผลงานจาก ทีมงาน กิจเจริญ ไพบูลย์ ก่อสร้าง ที่ได้สร้างบ้านหลังนี้ไว้ ณ บ้านสว่างอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

โรงจอดรถที่สร้างไว้ด้านข้าง มีขนาดกว้าง สามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน ที่พื้นปูทับด้วยกระเบื้องอย่างดี ออกเป็นโทนสีเทา แต่งเสาที่เป็นโครงสร้างด้วยสีฟ้าที่สดใส ฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้ที่ฝ้าเพดาน และโซนหลังมีประตูไม้

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

ภายในบ้านตกแต่งโทนสีขาวเช่นเดียวกับตัวบ้าน เสริมความหรูหราด้วยฝ้าหลุมและโคมไฟวงกลมให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายตา เข้ากับบรรยากาศในบ้านได้ดีมากๆ

ห้องครัวนั้น เป็นครัวที่ทันสมัย น่าเข้าใช้งาน พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องมันวาวสีน้ำตาล ผนังทาทับด้วยสีเหลืองครีม เคาน์เตอร์ยาวที่สร้างไว้ติดผนัง ทั้งสะดวกต่อการใช้งานและประหยัดพื้นที่ ผนังบริเวณนั้นกรุทับด้วยกระเบื้องลายอิฐสีขาว

สำหรับห้องน้ำนั้น ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องลายโทนสีน้ำตาลดำ ผนังภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเทาตัดดำด้านบนกระเบื้องเป็นสีขาวสว่างตา ในห้องมีการติดตั้งตู้เคาน์เตอร์พร้อมติดตั้งอ่างล้างหน้าและกระจกส่องหน้ากรอบที่ดูเข้ากันอย่างดี ประห้องน้ำเลือกใช้ประตูไม้สีสรรสวยงาม

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของท่าน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

โทร. 0661210255, 0964053657
LINE ID: nirabon26

ขอบคุณที่มา | เพจ กิจเจริญ ไพบลูย์ ก่อสร้าง


ทางเว็บเป็นเพียงสื่อกลางในการแบ่งปันไอเดียแต่งบ้านและผลงานของทีมช่างต่างๆให้เพื่อนๆ ได้ชมเท่านั้น มิได้รับสร้างบ้านหรือออกแบบบ้านใดๆ ทั้งสิ้น (หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงตามข้อมูลในแต่ละบทความ)


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก ชั้นครึ่ง สวยงามโดดเด่น ทันสมัย

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก ชั้นครึ่ง สวยงามโดดเด่น ทันสมัย

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก เป็นดีไซน์บ้านที่กำลังได้รับความนิยมในการก่อสร้างเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน เป็นบ้านได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านสไตล์ยุโรปตอนเหนือ เอกลักษณะของบ้านสไตล์นอร์ดิก จะได้รับในเรื่องของความอบอุ่น เรียบง่าย เป็นรูปแบบของบ้านที่มีความสวยงามและน่าอยู่

แบบบ้านสไตล์โมเดิลนอร์ดิก ทันสมัยพื้นที่ใช้สอยลงตัว บ้านพักอาศัยขนาดกลางที่มีงานดีไซน์ที่สวยงาม บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้น  ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ครัว 1 ซักล้าง ฐานของบ้านถูกยกขึ้นสูงเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมกับมีการปรับองค์ประกอบให้บ้านสามารถรับลมได้ดีจากหน้าต่างหลายบาน ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบจากบ้านนอร์ดิกดั้งเดิม เพื่อให้เหมาะกับเมืองร้อน  ตัวบ้านเน้นโทนสีขาว ตัด ส้ม ที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเย็นตา

ผลงานและรูปภาพ : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก

โดยลักษณะของบ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นครึ่ง ออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับสไตล์นอร์ดิกได้อย่างลงตัว โครงสร้างของบ้านหลังนี้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงจั่ว มุงด้วยกระเบื้องโทนสีเทา ตกแต่งผนังด้วยโทนสีขาวครีมตัดด้วยโทนสีเทา เพิ่มความสวยงามด้วยไม้เทียม ช่วยให้บรรยากาศของบ้านดูอบอุ่น ติดตั้งประตูหน้าต่างด้วยบานกระจกใส ด้านล่างมีใต้ถุนสำหรับจอดรถ

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก

บ้านสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก

ห้องโถงในภาพนี้ให้บรรยากาศแบบ โมเดิร์นนอร์ดิก ที่ทั้งโปร่ง สบาย และดูอบอุ่นอย่างลงตัว พื้นกระเบื้องลายหินอ่อนโทนขาวสะอาดตา ช่วยให้พื้นที่ดูกว้างและสว่างมากขึ้น ส่วนเพดานหลุมดีไซน์เรียบ พร้อมไฟดาวน์ไลท์และโคมไฟลอยทรงทันสมัย ทำให้ห้องดูลุคพรีเมียมแบบเรียบง่าย

ผนังและบัวพื้นสีเทาอ่อนเข้ากันอย่างพอดี ทำให้ภาพรวมของห้องดูนุ่มละมุนตามแบบนอร์ดิก ไม่แข็งหรือทึบจนเกินไป ด้านข้างเป็นกระจกบานใหญ่เกือบเต็มผนัง เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ผ้าม่านสองชั้นสีเทาเข้มและผ้าโปร่งสีขาวช่วยเพิ่มความอบอุ่นและความเป็นส่วนตัว โดยยังคงความสว่างของห้องไว้ครบถ้วน

บริเวณบันไดใช้โทนสีอ่อนและราวจับสเตนเลส เข้ากับสไตล์โมเดิร์นได้ดี ทำให้มุมนี้ดูเรียบร้อยและใช้งานได้สะดวก ภาพรวมทั้งห้องดูโล่ง โปร่ง เป็นระเบียบ พร้อมตกแต่งต่อได้ง่าย จะวางเฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมอล หรือเพิ่มโทนไม้ให้อุ่นขึ้นก็เข้ากันทั้งหมด

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบผลงานจากทาง ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์ สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อหรือinbox
Facebook : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

การขยายพันธุ์พืชด้วย การตอนกิ่ง แบบง่ายๆ

การขยายพันธุ์พืชด้วย การตอนกิ่ง แบบง่ายๆ

การตอนกิ่ง

การตอนกิ่ง


วิธีตอนกิ่ง เป็นวิธีขยายพันธุ์ ที่ใช้กับพืชได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง มะเฟือง มะนาว เลมอน ส้ม ลิ้นจี่ มะเดื่อฝรั่ง ทับทิม ชมพู่ มะม่วง นิยมทำบาดแผลด้วยการควั่นกิ่งจะออกรากได้ง่ายที่สุด นิยมทำในฤดูฝน เพราะไม่ต้องคอยรดน้ำ โดยเลือกตอนกิ่งแก่ที่เจริญในปีที่แล้วหรือในปีเดียวกันก็ได้ แต่ต้องเป็นกิ่งที่แข็งแรง ไม่อ่อน หรือแก่เกินไป เลือกกิ่งที่เจริญตั้งขึ้น จะออกรากดีกว่ากิ่งที่ทอดเอียงในแนวระนาบ หรือกิ่งที่ห้อยลง แล้วทำแผลบนกิ่งให้ชิดใต้ข้อ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้

  • เลือกกิง เลือกกิ่งที่สมบูรณ์ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปปราศจากการทำลายของโรคและแมลง
    การตอนกิ่ง
  • ควั่นกิ่ง ควั่นรอบกิ่งเป็นวงแหวน 2 วง ความห่างของวงแหวนเท่ากับความยาวของเส้นรอบวงของกิ่งที่ทำการตอน
    การตอนกิ่ง
  • ลอกเปลือก ลอกเปลือกที่ควั่นออก
    การตอนกิ่ง
  • ใช้สันมีดขูดเมือก ใช้สันมีดขูดส่วนที่เป็นเมือกลื่นออกให้หมดโดยขูดจากด้านบนลงมาด้านล่าง
    การตอนกิ่ง
  • ตุ้มตอน นำตุ้มตอน (ขุยมะพร้าวที่แช่น้ำ แล้วบีบให้หมาดๆอัดลงในถุงพลาสติกผูกปากถุงให้แน่น) กรีดตรงกลางตามความยาว

  • แหวกตุ้มตอน แหวกตุ้มตอนให้แยกออก

  • หุ้มตุ้มตอน นำตุ้มตอนไปหุ้มรอยควั่นให้มิด

  • มัดตุ้มตอน มัดตุ้มตอนด้วยเชือกฟางให้แน่น

  • ออกราก ประมาณ 30-45 วัน ตัดกิ่งตอน เมื่อรากงอกเป็นจำนวนมากและมีสีเหลืองหรือสีน้ำตาล

  • แกะถุง ตัดเชือกฟางและแกะถุงพลาสติกออก

  • ชำกิ่งในภาชนะ นำกิ่งตอนไปขำในภาชนะ กระถางหรือถุงพลาสติกปักไม้ค้ำยันยึดให้แน่น เพื่อรอการปลูกหรือจำหน่ายต่อไป

ข้อดี ของการขยายพันธุ์พืชด้วยการตอนกิ่ง

  • สามารถใช้กับพืชที่ออกรากยาก ที่ไม่สามารถใช้ตัดชำได้ แต่เกิดรากได้ดีด้วยการตอนกิ่ง
  • ได้กิ่งพันธุ์ที่ไม่กลายพันธุ์
  • การปฏิบัติและบำรุงรักษาง่ายและ สามารถประหยัดค่าใช้จ่าย และพืชบางชนิดออกรากได้ง่าย
  • เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ทั้งกลางแจ้ง และในเรือนเพาะชำ

ข้อเสีย ของการขยายพันธุ์พืชด้วยการตอนกิ่ง

  • กิ่งตอนไม่มีรากแก้ว ปลูกแล้วจะโค่นล้มได้ง่าย เมื่อมีพายุแรง เช่น ลิ้นจี่ และลำไย เป็นต้น
  • ต้องเสียเวลาในการตัดกิ่งมาปักชำก่อน เพื่อให้ต้นแข็งแรงก่อนนำไปปลูก
  • สามารถขยายพันธุ์ได้น้อย เพราะต้องใช้ขนาดกิ่งโตพอสมควร
  • ต้องใช้ต้นไม้จำนวนมาก ทำให้ต้องปลูกในเนื้อที่มีมากกว่าการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่น ๆ และต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ที่มา : สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดพัทลุง


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordics) โปรง โล่ง สบาย ทันสมัยสวยงาม

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordics) โปรง โล่ง สบาย ทันสมัยสวยงาม

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic) กำลังเป็นแบบบ้านที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เป็นแบบบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบสแกนดิเนเวีย คือกลุ่มประเทศสวีเดิน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวมีหิมะตกหนักนั้นทำให้แบบบ้านนอร์ดิกนั้นมักจะมีหลังคาทรงสูงแหลมเพื่อให้หิมะสามารถไหลลงจากหลังคาได้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นแล้วหากหิมะค้างบนหลังคาจะทำให้โครงสร้างบ้านรับน้ำหนักมากและอาจจะทำให้หลังคาบ้านถล่มลงมาได้เลย

บ้านสไตล์นอร์ดิก

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชม แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style) ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถงรับแขก 2 จอดรถ พร้อมพื้นที่ดาดฟ้า บรรยากาศธรรมชาติน่าอยู่มากๆ ครับ สถานที่ก่อสร้าง อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ว่าแล้วไปดูกันเลยครับ

ที่มาและรูปภาพ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภีคอนสตรัคชั่น

บ้านสไตล์นอร์ดิก

สำหรับลักษณะการออกแบบเป็นบ้านพักอาศัยแบบชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิกผสมแนวมินิมอลหลังคาแบบทรงจั่วมุงด้วยหลังคากระเบื้องฝ้าชายคาแบบเรียบสีขาว ฐานตัวบ้านยกระดับพื้นสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ผนังภายนอกโทนีขาวตกแต่งเพิ่มเติมด้วยงานระแนงสีดำ ผนังภายคาแบบกระจกบ้างส่วน ประตูทางเข้าบ้านเป็นแบบกระจกขนาดใหญ่และใช้หน้าต่างแบบกระจก มีระเบียงบริเวณด้านบนหลังคาโรงจอดรถ สำหรับทำกิจกรรมครอบครัว

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บันไดทางขึ้นบนดาดฟ้าชั้นลอยนั้น เลือกใช้เป็นบันไดเหล็ก โทนสีดำตัดกับตัวบ้านที่เป็นโทนสีขาว เพิ่มความโดดเด่นชัดเจน เป็อนอีกหนึ่งสถานที่พักสำหรับครอบครัวในการจัดกิจกรรมต่างๆ

บริเวณด้านบนของดาดฟ้าปูด้วยกระเบื้องลายขาวดำสีสันสวยงามสำหรับครอบครัว

เรามาดูภายในบ้านซึ่งเป็นห้องโถงนั้นเลือกใช้กระเบื้องลายไม้โทนสีน้ำตาลตัดกับประตูทางเข้าที่เป็นกระจกขนาดใหญ่

ภายในห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องที่เป็นลายสีไม้ตัดขาว และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง ซึ่งน่าใช้งานมากๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับแบบบ้านที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ หวังว่าคงจะถูกใจและนำไปเป็นไอเดียในการสร้างบ้านในฝันของคุณได้ สำหรับบ้านหลังนี้เจ้าของผลงานการก่อสร้างคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภีคอนสตรัคชั่น ทั้งนี้เราเป็นเพียงผู้แชร์แบบบ้านเท่านั้นไม่ได้รับออกแบบหรือรับก่อสร้างบ้านแต่อย่างใด หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด วงศ์สารภีคอนสตรัคชั่น
ต.น้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่
สนใจสอบถามรายละเอียด inbox หรือ 084-6158214
line id : E24FSM


บทความอื่นที่น่าสนใจ

(คลิป)สร้างความสุขสร้างแหล่งอาหารทำ เกษตรผสมผสาน พื้นที่ 1 ไร่

(คลิป)สร้างความสุขสร้างแหล่งอาหารทำ เกษตรผสมผสาน พื้นที่ 1 ไร่


เกษตรผสมผสาน และไร่นาสวนผสม ความคุ้มค่าของเกษตรกร

ปัจจุบันอาชีพเกษตรกรรมยังคงมีความสำคัญกับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความโชคดีอย่างหนึ่งคือ เมื่อโลกพัฒนามากขึ้น ความทันสมัยต่าง ๆ รวมถึงแนวคิดดี ๆ ก็เกิดขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างประโยชน์ให้กับบุคลากรในอาชีพได้อย่างเห็นผล เกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม จึงถือเป็นอีกวิธีดี ๆ ที่จะช่วยสร้างความคุ้มค่าให้กับเกษตรกรให้ใช้งานพื้นที่เพาะปลูกของตนเองได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งใครที่สนใจในเรื่องนี้ลองไปทำความรู้จักแบบชัดเจนกันเลย

เกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม คืออะไร

เกษตรผสมผสาน และไร่นาสวนผสม เป็นการนำเอาส่วนผสมของการทำอาชีพเกษตรกรมารวมไว้อย่าน้อย 2 ประเภทขึ้นไป หรืออธิบายให้ง่ายกว่านั้นก็คือ การที่เกษตรกรทำงานมากกว่า 2 ชิ้นขึ้นไปภายในพื้นที่และช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งถ้าแยกความหมายของเกษตรผสมผสานก่อน ก็จะให้ข้อมูลได้ว่า เป็นการทำเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ บนพื้นที่หนึ่ง ซึ่งมีมากกว่า 2 ประเภทขึ้นไปไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชคนละชนิด การเลี้ยงสัตว์คนละประเภท เพื่อให้เกิดการเกื้อกูลระหว่างกัน และสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรมากที่สุด ทั้งนี้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานห่วงโซ่ที่มีความสัมพันธ์กันด้วย จะได้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย รวมถึงไม่ยุ่งยากในการดูแล ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น การปลูกข้าวแล้วข้างคันนามีการทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา, การเลี้ยงไก่เอาไว้บนบ่อปลา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นแนวทางของเกษตรผสมผสานที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับผู้ทำได้จริง บนพื้นฐานแห่งการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ขณะที่ไร่นาส่วนผสมเองก็จะเน้นการปลูกพืชเป็นส่วนใหญ่แต่ไม่จำเป็นต้องปลูกในช่วงเวลาเดียวกันเสมอไป เช่น ช่วงฤดูข้าวก็มีการปลูกข้าวขายตามปกติ แต่เมื่อหมดการเก็บเกี่ยวไปแล้วอาจเปลี่ยนพื้นที่นาบริเวณนั้นเป็นไร่ถั่วลิสง, ไร่อ้อย, ไร่มันสำปะหลัง ฯลฯ เพื่อไม่เป็นการปล่อยพื้นที่ให้เกิดการรกร้างและขาดประโยชน์ไปโดยใช่เหตุ ส่วนใหญ่แล้วการทำไร่นาส่วนผสมจะเน้นดูเรื่องของความคุ้มค่าและราคาของพืชผลเป็นหลักสำคัญด้วย เช่น ปีนี้ราคามันสำปะหลังไม่ค่อยดี ก็อาจทำเป็นไร่ถั่วลิสงแทน เพราะสร้างรายได้มากกว่าเมื่อเทียบการลงทุนในปริมาณเท่า ๆ กัน เป็นต้น

นี่คือความหมายของเกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสมซึ่งจริง ๆ แล้วถ้ามองภาพให้กว้างขึ้นกว่านี้อีกจะพบว่า ทั้ง 2 ประเภทนี้มีความคล้ายคลังกันพอสมควรทีเดียว แก่นแท้ของความต้องการคือ พยายามทำให้เกิดความคุ้มค่าบนพื้นที่การเกษตรของตนเองมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างประโยชน์ในเชิงบวกด้วย ไม่ใช่แค่การมีพื้นที่แล้วทำตามความชอบ แต่ต้องอาศัยหลักการห่วงโซ่ และความต้องการของตลาดมาเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรดีบ้าง

เกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม สร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรในด้านไหนบ้าง

หลังจากเข้าใจความหมายและภาพรวมคร่าว ๆ ของทั้งเกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสมกันไปแล้ว คราวนี้จะมาแยกเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เห็นภาพแบบชัดเจนไปเลยว่าหากเลือกทำการเกษตรทั้ง 2 แบบนี้ จะเกิดความคุ้มค่าและประโยชน์ในด้านใดกับเกษตรกรบ้าง

  • การใช้พื้นที่ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ข้อแรกนี้ถือว่าชัดเจนในความหมายอยู่แล้วกับการเปลี่ยนพื้นที่เดิม ๆ ซึ่งเคยปลูกหรือเลี้ยงสัตว์แค่ชนิดเดียวมาเป็นเกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม เพราะจะช่วยให้ทุกพื้นที่ของเกษตรกรถูกใช้งานอย่างเหมาะสม คุ้มค่า ไม่ปล่อยแม้แต่จุดเล็ก ๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ไร้ประโยชน์

  • เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น

เมื่อมีการสร้างผลผลิตที่มากขึ้นแม้มีอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ย่อมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากกว่าเดิมแบบไม่ต้องมีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น จากเดิมที่ชาวนามีแค่การทำนา เมื่อหมดหน้านาก็ว่าง ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ก็สร้างรายได้จากการขายพืชไร่ชนิดอื่น ๆ แทน หรือ จากเดิมเป็นแค่สวนผักเล็ก ๆ แต่มีการเลี้ยงปลาเพิ่มในบ่อน้ำที่นำไปใช้รดน้ำผักทุกวัน แบบนี้ก็เท่ากับสร้างรายได้ 2 ช่องทางในเวลาเดียวกันไปเลย

  • สร้างแนวคิดวางแผนในการทำงานอย่างเหมาะสม

การจะเลือกทำเกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสมไม่ว่าชนิดใดก็ตามต้องมีการวางแผนให้รอบคอบก่อนเสมอ เพื่อเวลาลงมือทำไปแล้วจะพบว่าสอดคล้อง เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ เช่น ปลูกผักแต่ดันไปเลี้ยงไก่แบบนี้ก็มีโอกาสที่ไก่จะจิกผลผลิตตายหมด เป็นต้น การทำเกษตรในลักษณะที่ว่ามาจะช่วยให้รู้จักการวางแผนแบบเป็นขั้นตอน มองภาพออกว่าควรทำแบบไหน อย่างไร เพื่อให้ผลผลิตออกมาตรงกับที่ต้องการมากที่สุดนั่นเอง

เกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม ถือเป็นแนวทางดี ๆ ที่จะช่วยให้เกษตรกรทุกคนลืมตาอ้าปากได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ แต่ยังมีรายได้เพิ่มเติมจากเคยมีแค่ทางเดียวแล้วต้องไปหารับจ้างทำงานแบกหาม ได้อยู่บนพื้นที่ของตนเอง ตื่นเช้ามาทำในสิ่งที่รัก อยู่กับธรรมชาติ สร้างความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว อีกทั้งยังเห็นการเติบโตของผลผลิตที่เฝ้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่แรก อาจบอกว่าเป็นชีวิตแบบพอเพียงที่ไม่ต้องมีเงินรวยล้นฟ้า แต่มีความสบายใจในทุก ๆ วันที่ได้ทำและเลี้ยงชีพแบบที่น่าพึงพอใจ

ขอคุณที่มา : สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน), https://www.arda.or.th/knowledge_detail.php?id=45# , Youtrube : เกษตรอิสาน ยุคใหม

 


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านทรงโมเดิร์น สมัยใหม่ตกแต่งสวยงาม พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม.

แบบบ้านทรงโมเดิร์น สมัยใหม่ตกแต่งสวยงาม พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม.

แบบบ้านทรงโมเดิร์น

แบบบ้านทรงโมเดิร์น


สวัสดีเพื่อนๆ สำหรับผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านมองหาแบบบ้านสวยหรือไอเดียสำหรับสร้างบ้านในฝันสักหลังนั้น วันนี้เรามีแบบบ้านสวยหลังใหญ่มาฝากกันอีกหลัง ซึ่งบ้านหลังนี้ออกแบบเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ตัวบ้านยกพื้นสูงขั้นเล็กน้อย หลังคาแบบทรงแหงน ผนังภายในโทนสีเทาตกแต่งด้วยงานไม้สวยงามลงตัว หน้าบ้านมีระเบียงสำหรับพักผ่อน พร้อมด้วยโรงจอดรถ 2 คัน บ้านหลังนี้ผลงานออกแบบก่อสร้างโดย ขุนพิพัฒน์ ก่อสร้าง พิกัด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ติดตามชมความสวยงามกันต่อเลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : ขุนพิพัฒน์ ก่อสร้าง
สถานที่ก่อสร้าง : อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ

แบบบ้านทรงโมเดิร์น

สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ครัว, 1 โถง, 1 ระเบียงใหญ่ ขนาดพื้นที่ใช้สอย ราว 190 ตร.ม. สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง

แบบบ้านทรงโมเดิร์น

ภายในบ้านจัดสรรพืนที่ใช้สอยได้สวยงาม มาพร้อมกับโซฟารับประทานอาหาร ผนังห้องสีขาว ฝ้าเพดานแบบฝ้าหลุม ตกแต่งด้วยหลอดไฟ LED สีทอง และโคมไฟแบบแชนเดอเลียดวงกลมโตสวยงาม ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีขาว

บ้านหลังนี้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นบ้านอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้รับออกแบบหรือสร้างบ้านแต่อย่างใด เพียงแค่นำเสนอให้เป็นตัวอย่างเท่านั้น สำหรับใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ขุนพิพัฒน์ ก่อสร้าง

ชมรีวิวบ้านหลังนี้ทุกซอกทุกมุมได้ที่
>>> https://youtu.be/dmxJT3tAo4c


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) ลงทุนครั้งเดียวเลี้ยงได้นาน

การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) ลงทุนครั้งเดียวเลี้ยงได้นาน

การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู)

ด้วงงวงมะพร้าว เป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกในบางพื้นที่ต่าง ๆ กัน ได้แก่ ด้วงมะพร้าว ด้วงไฟ ด้วงสาคู หรือด้วงลาน เนื่องจากใช้ตันสาคูหรือต้นลานมาเป็นพืชอาหารสำหรับเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงมาเลี้ยงในกะละมัง และมีการพัฒนาสูตรอาหารจากเดิมที่ใช้แต่ท่อนลานหรือท่อนสาคูบด ปรับเปลี่ยนไปใช้กากมันสำปะหลังหมักยีสต์ การใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของข้าวโพดบด และพืชอาหารชนิดต่าง ๆ ที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง จึงทำให้การเลี้ยงด้วงขยายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย

ด้วงงวงมะพร้าวหรือด้วงสาคู ในประเทศไทย พบอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดเล็ก Rhynchophorus ferrugineus Olivier และ ชนิดใหญ่ Rhynchophorus vulneratus Panzer ซึ่งสามารถนำมาเพาะเลี้ยงได้ แต่ในประเทศไทยพบว่าด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) Rhynchophorus ferrugineus Oivier นิยมนำมาเพาะเลี้ยงเป็นส่วนใหญ่

ด้วงงวงมะพร้าว เป็นแมลงกินได้ที่มีการเลี้ยงเพื่อนำมาบริโภคเป็นอาหารมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีพืชประจำถิ่นซึ่งเป็นพืชอาหาร ได้แก่ ต้นสาคู และต้นลาน เป็นต้น แต่ในปัจจุบันการเลี้ยงไมได้มีเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ แต่ได้มีการเลี้ยงกระจายไปในหลายพื้นที่ของประเทศ

วงจรชีวิตของด้วงงวงมะพร้าว

วงจรชีวิตของด้วงงวงมะพร้าว ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 150 – 259 วัน โดยระยะเวลาในแต่ละช่วงวัยและอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเลี้ยง อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ สามารถแบ่งวงจรชีวิตของด้วงงวงมะพร้าว ได้ 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะไข่ มีอายุ 2 – 3 วัน เริ่มจากปล่อยให้พ่อ – แม่พันธุ์เริ่มผสมพันธุ์ จากนั้นตัวเมียจะเริ่มไข่ โดยเฉลี่ยตัวเมียหนึ่งตัวจะให้ไข่ประมาณ 11 – 285 ฟองต่อตัว ใช้เวลาในการฟักไข่ประมาณ 1 – 6 วัน อุณหภูมิที่เหมาะสมมีเกณฑ์เฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 14 – 40 องศาเซลเชียส ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่
  • ระยะตัวอ่อนหรือระยะตัวหนอน มีอายุ 35 – 39 วัน หลังจากระยะวางไข่ ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ตัวหนอนจะใช้กรามกัดเปลือกไข่ออกมาเป็นตัวหนอนขนาดเล็กสีขาวใสทั้งตัว ระยะตัวอ่อนมีขนาดโดยความยาวเฉลี่ยประมาณ 8 – 9 มิลลิเมตร ความกว้างประมาณ 7 – 8 มิลลิเมตร แล้วจะค่อย ๆ เจริญเติบโต ทั้งนี้ระยะตัวอ่อนหรือระยะตัวหนอนอาจมีระยะเวลาแตกต่างกันไปอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพพื้นที่ ภูมิอากาศ อาหาร ซึ่งในบางพื้นที่อาจมีระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 24 – 128 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่
  • ระยะดักแด้ มีอายุ 20 – 30 วัน เมื่อตัวหนอนมีสีครีมเข้มขึ้น แสดงว่าตัวหนอนเริ่มเข้าสู่ตัวเต็มวัยจะเริ่มเป็นดักแด้ โดยเริ่มสร้างรังเข้าฝักดักแด้ใช้เวลาประมาณ 3 – 7 วัน อยู่ในรังประมาณ 6 วัน ตัวหนอนจะอยู่ในรังดักแด้จนถึงระยะตัวเต็มวัย ซึ่งระยะเข้าดักแด้ประมาณ 0 – 10 วัน ระยะออกดักแด้ประมาณ 5 – 10 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาเป็นดักแด้และอุณหภูมิที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่
  • ระยะตัวเต็มวัย มีอายุ 90 – 184 วัน ตัวเต็มวัยด้วงงวงมะพร้าว มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 22 – 35 มิลลิมตร ลักษณะโดยรวมทั้งตัวผู้และตัวเมีย ส่วนอกบางตัวมีสีน้ำตาลดำจนถึงเหลืองส้มและมีสีสด ส่วนอกด้านบนมีลายจุดสีดำกระจายบริเวณด้านบนของอกปล้องแรก ปีกมีสีน้ำตาลดำ ส่วนหัวมีงวงยาวเรียวลงไปทางปลายปาก และปากอยู่ตรงปลายสุดของงวง ปากเป็นประเภทปากกัด ตาอยู่ที่หัวมีสีดำ ที่งวงใกล้กับตา

การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู)

การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) ที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่ การเลี้ยงแบบดั้งเดิมโดยใช้ท่อนสาคูหรือท่อนลาน (แบบธรรมชาติ) และการเลี้ยงแบบพัฒนา (ใช้กะละมัง) โดยแต่ละแบบมีขั้นตอนการเลี้ยง ดังนี้

การเตรียมการก่อนการเลี้ยง

สถานที่เลี้ยง

  • การเลี้ยงแบบดั้งเดิม โดยใช้ท่อนสาคูหรือท่อนลาน (แบบธรรมชาติ)
    สถานที่เลี้ยงควรเป็นที่น้ำไม่ท่วมขัง บริเวณที่เลี้ยงสามารถวางตากแดดตากฝนได้ แต่ต้องมีกระดานทำจากกาบต้นไม้ที่เลี้ยงครอบปิด ปรับพื้นที่กำจัดมดและศัตรูของด้วง และต้องมีมุ้งหรือตาข่ายที่เหมาะสม ที่ทำจากวัสดุที่มีความคงทน เช่น อะลูมิเนียม พลาสติก เป็นต้น ซึ่งสามารถป้องกันด้วงเล็ดลอดออกไปได้
  • การเลี้ยงแบบพัฒนา (ใช้กะละมัง)
    สถานที่เลี้ยงควรเป็นที่ดอนน้ำไม่ท่วมขัง มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก โรงเรือนที่ก่อสร้าง มีขนาดที่เหมาะสมกับกำลังการผลิต ตัวอาคารโรงเรือนต้องมีความมั่นคง แข็งแรง ทนทาน มีหลังคากันแดดกันฝนได้ มีแสงสว่างเพียงพอ ใช้มุ้งหรือตาข่ายกันด้วงที่มีขนาดความถี่ที่เหมาะสม (ขนาดไม่น้อยกว่า 16 mesh) ที่ทำจากวัสดุที่มีความคงทน เช่น อะลูมิเนียม พลาสติก เป็นต้น เพื่อป้องกันตัวเต็มวัยเล็ดลอดออกไป และป้องกันสัตว์อื่นและสัตว์ที่เป็นศัตรูเข้าโรงเรือน

การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู)

วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู)

  • การเลี้ยงแบบดั้งเดิม โดยใช้ท่อนสาคูหรือท่อนลาน (แบบธรรมชาติ)
    • เตรียมท่อนสาคูหรือท่อนลานสำหรับใช้เลี้ยง ขนาดความยาวท่อนละ 50 เซนติเมตร ตั้งเรียงไว้บริเวณที่จะทำการเลี้ยงมีความห่างพอเหมาะแก่การดูแลและเข้าไปเก็บตัวหนอนได้สะดวก
    • พ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์
    • ฝักบัวหรือสายยางสำหรับรดน้ำ
  • การเลี้ยงแบบพัฒนา (ใช้กะละมัง)
    • กะละมัง ขนาดกว้าง x ยาว x สูง (38 x 38 x 15 เซนติเมตร) พร้อมฝาปิดพลาสติกแบบมีช่องระบายอากาศได้
    • ต้นสาคูบด ขุยมะพร้าว มันสำปะหลัง และเปลือกมะพร้าวสับ
    • กิ่งปาล์มสดและอ่อน ต้องมีต้นปาล์มในท้องถิ่นเพื่อลดต้นทุนการผลิต
    • เครื่องบดกิ่งปาล์ม
    • ถังพลาสติกทรงกระบอกขนาด บรรจุ 150 ลิตร สูง 95 เชนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 54 เชนติเมตร (95 x 54 เซนติเมตร) พร้อมฝ่าปิดสำหรับหมักปาล์มสดสับ
    • พ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์
    • อาหารผสม เช่น หัวอาหารที่ใช้เลี้ยงสุกร กากน้ำตาล รำข้าว และน้ำสะอาด
    • ฝักบัวหรือสายยางสำหรับรดน้ำต้นสาคูบด
    • ไม้ไผ่ผ่าชีกสำหรับวางแถวซ้อนกะละมัง

การเลี้ยงทั้งแบบดั้งเดิมและแบบพัฒนา หากเป็นการเลี้ยงในพื้นที่ที่ปลูกพืชตระกูลปาล์ม ผู้เลี้ยงจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยตรวจสอบโรงเรือนและภาชนะที่ใช้เลี้ยงเป็นประจำสม่ำเสมอไมให้มีช่องทางที่ด้วงสามารถเล็ดลอดออกไปได้ หากพื้นที่โดยรอบหรือพื้นที่ข้างเคียงกับโรงเลี้ยงเป็นพื้นที่ปลูกพืชตระกูลปาล์มตั้งแต่ 3 ไร่ขึ้นไป โดยมีรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตรเจ้าของฟาร์มจะต้องจัดหากับดักฟิโรโมนมาติดตั้งบริเวณภายนอกโรงเรือนเพื่อป้องกันตัวเต็มวัยที่อาจเล็ดลอดออกจากโรงเรือนไม่ให้เข้าไปทำลายพืชตระกูลปาล์ม ซึ่งเป็นพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจสำคัญไม่ให้ได้รับความเสียหาย

เรามาดูขั้นตอนการเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) กันว่าเป็นอย่างไร

  • ขั้นตอนการเลี้ยงแบบดั้งเดิม โดยใช้ท่อนสาคูหรือท่อนลาน (แบบธรรมชาติ)
    สำหรับการเลี้ยงแบบธรรมชาตินั้น เริ่มจากการนำท่อนสาคูหรือท่อนลานมาเป็นวัสดุและอาหารสำหรับเลี้ยงด้วง ขนาดความยาวของท่อน ท่อนละ 50 เซนติเมตร ตั้งเรียงไว้ บริเวณที่จะทำการเลี้ยงมีความห่างพอเหมาะแก่การดูแล และเข้าไปเก็บตัวหนอนได้สะดวก แล้วคัดเลือกพ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์ ตัวเต็มวัยที่แข็งแรง มีอวัยวะครบทุกส่วน นำมาปล่อย พ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์ ลงในท่อนสาคู จำนวนท่อนละ 6 ตัว โดยอัตราตัวผู้ 2 ต่อ ตัวเมีย 4 ตัวแ ปิดด้านบนของท่อนสาคูหรือท่อนลาน ด้วยกระดานทำจากกาบต้นไม้ที่เลี้ยงครอบปิด ทำการปรับพื้นที่กำจัดมด และศัตรูด้วงงวงมะพร้าว รดน้ำด้วยฝักบัวหรือสายยางรดน้ำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 40 – 45 วัน สามารถจับออกขายได้
  • ขั้นตอนการเลี้ยงแบบพัฒนา (ใช้กะละมัง) แบบการเลี้ยงโดยใช้อาหารผสมเอง
    เริ่มจากการเตรียมกะละมังพร้อมฝาปิดพลาสติก แบบมีช่องระบายอากาศ เพื่อใช้เป็นภาชนะเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว ตั้งเรียงไว้บริเวณที่จะทำการเลี้ยงมีความห่างพอเหมาะแก่การดูแล และเข้าไปเก็บตัวหนอน แล้วนำทางปาล์มน้ำมันสด มาลอกเปลือกออก แล้วนำไปใส่เครื่องสับบดจะได้ปาล์มสดละเอียดออกมาบดละเอียดไปฉีดน้ำสะอาด นำมาหมักในถังหมักทิ้งไว้จำนวน 3 วัน 3 คืน จากนั้นเทน้ำออก นำปาล์มสดละเอียดไปผสมกับ กากน้ำตาล น้ำ รำข้าว มันสำปะหลัง และอาหารสุกรผสมคลุกเคล้า ให้เข้ากันตามอัตราส่วนที่กำหนด ผสมแช่ทิ้งไว้ก่อน 20 – 30 นาที เพื่อให้อาหารสุกรละลายเข้ากัน นำส่วนผสมทั้งหมด ใส่เครื่องบด จะได้อาหารผสมสำหรับใช้เลี้ยง จากนั้นนำมาเทใส่กะละมัง แล้ว ปล่อยพ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์ ที่แข็งแรงสมบูรณ์ ลงในกะละมังเลี้ยง จำนวน 10 คู่ อัตรา ตัวผู้ 4 ต่อ ตัวเมีย 6 ตัว จากนั้นฉีดน้ำให้พอชุ่ม ปิดฝากะละมัง พ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์จะทำการผสมพันธุ์และวางไข่ ทิ้งไว้ประมาณ 25 – 30 วัน สามารถจับออกจำหน่ายได้

แนวทางการจัดการผลผลิต

ตัวหนอนด้วงงวงมะพร้าว

ก่อนการนำหนอนมาจำหน่ายเพื่อการบริโภค ต้องมีการจัดการเพื่อล้างสิ่งสกปรก ทั้งภายในลำไส้และภายนอก ตัวหนอนออกก่อน ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น

  • นำตัวหนอนเลี้ยงในกากมะพร้าวขูดเป็นเวลา 1-2 วัน โดยเปลี่ยนกากมะพร้าวทุกวัน หลังจากนั้นนำตัวหนอนมาล้างน้ำและแช่น้ำเกลือทิ้งไว้ 10 – 30 นาที จากนั้นจึงนำไปจำหน่ายต่อไป
  • นำตัวหนอนมาล้างน้ำ โดยแช่ในน้ำเปล่าเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง เปลี่ยนน้ำล้างประมาณ 4 รอบ (หรือจนกว่าตัวหนอนจะสะอาด) แล้วนำตัวหนอนมาแชในน้ำกะทิ (ผสมน้ำใบเตยเพื่อให้มีกลิ่นหอม) เป็นเวลา 1 คืน จากนั้นจึงนำไปจำหน่ายต่อไป

พ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์ด้วงงวงมะพร้าว

  • ควรมีการคัดเพศพ่อพันธุ์ และแม่พันธุ์แยกกันไว้ ในภาชนะปิด ระหว่างรอการผสมพันธุ์ เพื่อป้องกันการหลุดลอดออกไปสู่ธรรมชาติ

การเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู)

การแปรรูปด้วงงวงมะพร้าว

ด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) เป็นแมลงพื้นถิ่นที่นิยมเลี้ยงและบริโภคกันมากในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากมีพืชอาหารที่สำคัญคือ ต้นลานหรือต้นสาคู โดยจะเลี้ยงบนท่อนลาน หรือท่อนสาคู ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงแบบประยุกต์ คือการนำไปเลี้ยงในกะละมัง และนำต้นสาคูบดมาเป็นอาหารเลี้ยงในกะละมัง ทำให้สะดวกในการเลี้ยงมากขึ้น สามารถใช้พื้นที่ในการเลี้ยงที่จำกัด ต่อมาได้ขยายพื้นที่การเลี้ยงไปยังภาคอื่น ๆ ในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถขนส่งสาคูบดไปยังทุกภูมิภาคต่าง ๆ ได้สะดวก นอกจากนี้ยังสามารถใช้พืชอาหารอื่นทดแทนต้นสาคูและต้นลานได้ เช่น มันสำปะหลังเนื่องจากมีลักษณะเป็นแป้ง จึงนำมาผสมเป็นสูตรอาหารสำหรับด้วงได้สะดวกมากขึ้น และในปัจจุบันมีผู้คิดค้นสูตรอาหารสำหรับเลี้ยงอย่างหลากหลาย จึงทำให้สามารถเลี้ยงได้ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) นำมาปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น ทอด ปิ้ง คั่วเกลือ ผัด เป็นต้น

ด้วงสาคู

สำหรับช่องทางการตลาด มีการจำหน่ายผลผลิตผ่านตลาดท้องถิ่น ขายส่งให้ผู้รับซื้อจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์จำหน่ายให้คนขายพันธุ์ และไว้บริโภคเอง ตลาดต่างประเทศที่สำคัญ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เป็นต้น

ที่มา :  คู่มือการเลี้ยงด้วงงวงมะพร้าว (ด้วงสาคู) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


บทความอื่นที่น่าสนใจ

การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์ แบบละเอียด

การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์ แบบละเอียด

การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์

สวัสดีครับทุกท่าน ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์ แบบละเอียด “กุ้งฝอย” แต่เดิมนั้นพบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำต่าง ๆ แต่เนื่องจากสภาพ แวดล้อมในปัจุบันที่เสื่อมโทรมโดยการใช้สารเคมีต่างๆ ในนาข้าว หรือด้านการเกษตร ทำให้แหล่งน้ำต่างๆ ตามธรรมาชาติปนเปื้อนด้วยสารเคมี อีกทั้งการบุกรุกทำลายพื้นที่ เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างอื่นจึงส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัยของกุ้งฝอยในธรรมชาตินั้นลดน้อยลง แต่ขณะที่ความต้องการกุ้งฝอยเพื่อการบริโภคมีมากขึ้น ทำให้ราคากุ้งฝอยในท้องตลาดสูงขึ้นมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางของเกษตรผู้ที่ชอบเลี้ยงสัตว์นั้น สามารถหันมาเลี้ยงกุ้งฝอยได้ และวิธีที่ข้อนข้างนิยมเลี้ยงกันสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย นั้นก็คือ การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์ และในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมาดูขั้นตอนกันแบบละเอียดครับ

วิธีและขั้นตอนในการเตรียมบ่อซีเมนต์

เลือกวงบ่อซีเมนต์ ให้ตรงตามขนาดที่ต้องการหรือให้เหมาะสมกับพื้นที่เลี้ยง เพื่อความสะดวกสบายในการบริหารจัดการ เมื่อเลือกขนาดบ่อซีเมนต์สำหรับใช้เลี้ยงกุ้งฝอยได้แล้ว ก็ให้หาพื้นที่ ๆ เลี้ยง แล้วทำการปรับพื้นที่ให้เหมาะสมและวางแนวของบ่อซีเมนต์ ตามความชอบได้เลยครับ ตามด้วยทำการเทพื้นปูนต์ก้นบ่อให้เรียบร้อย ควรมีการวางระบบระบายน้ำออกด้วยเพื่อสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่

การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์

ใส่น้ำให้เต็มบ่อปูนแล้วตัดต้นกล้วย ใส่ลงไปแช่ในบ่อผ่าเป็นซึกกลางแล้วตัดเป็นท่อนๆ แช่ไว้ในบ่อประมาณ 15-25 วันเป็นอย่างน้อย เพื่อลดค่าความเป็นด่างของปูนต์ที่เราเทพื้น

เมื่อแช่ต้นกล้วยในบ่อครบกำหนดแล้ว ให้ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำที่เราแช่ต้นกล้วยจากออกจากบ่อปูนให้หมด ล้างทำความสะอาดให้ดี แล้ว ใส่น้ำลงไปให้เต็มบ่อปูน และใส่เกลือทะเล ลงไปในบ่อปูนประมาณ 1-2 กำมือ พักน้ำไว้ 1 วัน น้ำที่ใช้ถ้าเป็นน้ำปะปาก็จะมีดีกว่าน้ำบาดาล แต่ว่าก็จะมีข้อเสียคือมีคลอรีนเพราะฉนั้นจึงจำเป็นต้องแช่บ่อเพื่อให้คลอรีนเจือจาง และก็เปิดอ๊อกซิเจน เพื่อเพิ่มอากาศให้กับน้ำในบ่อปูน

การเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์

หลักจากเมื่อเราได้เตรียมบ่อเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็ให้เราหาพืชน้ำในท้องท้องถิ่นของเรามาลงบ่อเพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน แต่ก่อนที่เราจะนำพืชน้ำต่าง ๆ ที่หามาลงได้ลงในบ่อนั้นควรล้างให้สะอาด เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่ติดมากับพืชที่จะนำมาใส่ พร้อมทั้งเปิดอ๊อกซิเจน ช่วยเพิ่มอากาศในน้ำด้วย ในช่วงแรกๆ ที่กุ้งยังไม่ปรับตัวกับน้ำที่เราใช้เลี้ยง เพียงเท่านี้ก็เราก็เสร็จเรียบร้อยสำหรับขั้นตอนในการเตรียมบ่อซีเมนต์สำหรับเลี้ยงกุ้งฝอยแล้วครับ

ขั้นตอนต่อมาก็จะเป็นการหา พ่อและแม่พันธุ์ กุ้งฝอยที่เราจะนำมาปล่อยลงบ่อของเรากันครับ สำหรับกุ้งฝอยที่จะนำมาลงเลี้ยงนั้น หาได้ง่ายๆ ตามแหล่งธรรมชาติทั่วไป หรือเลือกซื้อตามตลาดที่แม่ค้าพ่อค้านำมาขาย ก็เลือกเอาที่ท้องมีไข่ มาเพาะเลี้ยงไม่เกิน 1 สัปดาห์ ลูกกุ้งก็จะออกมาเดินเต็มบ่อให้เราชื่นชมแล้ว คับถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

วิธีคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์

การแยกแม่พันธ์กุ้งฝอยนั้นก็ดูไม่ยากนักสำหรับมือใหม่ เมื่อเราได้กุ้งที่มาจากธรรมชาติหรือซื้อมากจากบ่อเพาะเลี้ยงอื่น ๆ ให้เราคัดกุ้งฝอยที่ท้องเริ่มมีไข่ แยกบ่อต่างหากไว้อีกบ่อเพื่อจะได้ขยายพันธ์ุ ซึ่งกุ้งฝอยนั้นจะผสมพันธ์ุกันตลอดทั้งปี และกุ้งฝอย 1 แม่ นั้นจะสามารถออกไข่ได้ ประมาณ 60-80 ฟอง เพราะฉนั้นแล้วจึงจำเป็นต้องคัดแม่กุ้งฝอยที่ท้องมีไข่ออกจากบ่อเดิม และเมื่อแม่กุ้งได้สลัดไข่ออกลงเดินแล้ว ต้องจับแยกแม่กุ้งออกจากบ่อทันทีด้วย เพราะแม่กุ้งจะกินตัวอ่อนของตัวเอง

จากนั้นจึงนำลูกกุ้งที่ อนุบาล มาแล้วประมาณ 1 เดือน ปล่อยลงในบ่อซีเมนต์ อัตรา 30,000-50,000 ตัว เลี้ยงประมาณ 2 เดือน ก็สามารถ จับขายได้ มีอัตรารอด 80% ที่สำคัญการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ ควรช่วยการหายใจด้วยระบบการเติมออกซิเจนด้วยและ ดูความแออัดของจะนวนกุ้งด้วยครับ

อาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งฝอย

ใช้รำละเอียดและปลาป่น อัตรา 3 ต่อ 1 โดยจากการศึกษาในตู้เพาะเลี้ยงพบว่า สามารถให้ผลผลิตกุ้งฝอยได้ดี และมีปริมาณผลผลิตมาก รวมทั้งมีการใส่ปุ๋ยคอกเสริมบ้างเพื่อสร้างน้ำเขียว

สำหรับระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงกุ้งฝอยนั้น จากการศึกษาพบว่า การเลี้ยงกุ้งฝอย หากสามารถปล่อยพ่อแม่พันธุ์ได้ทุกเดือนที่พบว่ากุ้งฝอยมีไข่แก่ บริเวณช่องท้องและเมื่อกุ้งวางไข่แล้ว จะผสมพันธุ์ได้ต่อไป เมื่อลูกกุ้งเล็ก ๆ เลี้ยง 3-4 เดือน จะได้ลูกกุ้งโตเต็มวัยสามารถช้อนขายได้ หรือจะช้อนขายเมื่อเห็นว่ากุ้งในบ่อเลี้ยงมีจำนวนมาก เพราะหากกุ้งมีจำนวนมากเกินไปจะทำให้กุ้งไม่โตและกินกันเองระหว่างการลอกคราบ

ระยะเวลาในการให้อาหารกุ้งฝอย

ควรเป็นวันที่ 2 หรือ 3 หลังจากที่ได้นำลงไปบ่อแล้ว สำหรับอาหารกุ้งก็จะมีลายอย่างด้วยกัน เพราะกุ้งฝอยเป็นสัตว์ประเภทที่เลื้ยงง่าย กินอาการได้กือบทุกอย่าง เช่น อาหารของกุ้งฝอย/ อาหารปลาดุก บดละเอียด รำ ผสม กับไข่แดงต้มลูก/อาการสำเร็จสำหรับกุ้ง/เต้าหู้หลอด การให้อาหารกุ้งฝอยไม่ควรให้เยอะ ให้แค่วันล่ะ 1 ครั้ง ช่วงเย็นๆก็พอ อาทารเสริมก็จะเป็นประเภท ไส้เดือนกับไรแดง

สูตรวิธีการช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อกุ้ง

  • EM 2 ช้อนแกง
  • กากน้ำตาล 2 ช้อนแกง
  • น้ำ 1 ลิตร

นำส่วนผสมมาหมักรวมกันตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็สามารถนำมาใช้งานได้

อัตราส่วนในการใช้ : อีเอ็ม 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ใส่บัวรดน้ำราดให้ทั่วบ่อ จะใช้หลังจากที่เติมน้ำลงไปก่อนปล่อยกุ้ง จะช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อ กุ้งโตเร็ว

ราคาและระยะเวลาในการจับจำหน่าย

ระยะ เวลาในการจับกุ้งฝอยเพื่อจำหน่าย ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนก็สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงได้ ทั้งนี้หาก เป็นการเลี้ยงในบ่อดินหรือตามสวนต่างๆจะสามารถ ใ ห้จำนวนการขยายพันธุ์ได้มากกว่าการเลี้ยงในบ่อปูนเพราะมีพื้นที่มากกว่า โดยอาหารกุ้งฝอยที่เลี้ยงในบ่อดิน สามารถให้ได้แบบเดียวกันกับการเลี้ยงในบ่อปูน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำหรับคนที่มีที่ดินว่างๆ อาจจะลองหันมาเลี้ยงกุ้งฝอยสร้างรายได้ดูบ้างก็ได้ อย่างไรก็ดีแม้จะเป็น อาชีพ ที่ดีแต่เกษตรกรก็ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงให้เข้าใจและเริ่มเลี้ยงแบบหาประสบการณ์ จาก น้อยไปหามาก เพื่อดูว่าอัตราการรอดเป็นอย่างไรระหว่างเลี้ยงมีปัญหาอะไรให้ต้องแก้ไข แม้ว่ากุ้งฝอยจะเลี้ยงไม่ยากแต่หากไม่เข้าใจในวิธีการเลี้ยงก็อาจทำให้เป็นการลงทุนที่เสียเวลาโดยประโยชน์ได้

เมนูกุ้งฝอยเด็ดๆ รสแซบ นั้นก็คือ เมนูก้อยกุ้งหรือกุ้งเต้น นั้นเอง

ก้อยกุ้ง

ส่วนผสม

  • กุ้งฝอยสดๆ ประมาณ 200 กรัม
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอยปรมาณ 2- 3 หัว
  • พริกขี้หนูแห้งคั่วป่นประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีและต้นหอมซอย อย่างล่ะประมาณ 2-3 ต้น

วิธีทำ

นำกุ้งฝอยมาล้างทำความสะอาด แล้วนำมาพักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นใส่กุ้งฝอยลงในหม้อผสมแล้วใส่น้ำมะนาว ตามด้วยข้าวคั่ว หอมแดง และพริกป่น เคล้าให้เข้ากัน ใส่ผักชีฝรั่งและต้นหอม เคล้าให้เข้ากันทั่ว ตักใส่จานเสิร์ฟ

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับวิธีการเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์ นั้นถือว่าไม่น่าจะยุ่งยากอย่างที่คิด เพื่อนๆ สามารถนำวิธีการไปปรับประยุกต์ใช้กันได้ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ รับลองเพื่อนๆ จะมีกุ้งฝอยไว้ทำเมนูอร่อยๆ ไว้รับประทานแน่นอนครับ สำหรับบทความนี้แอดก็ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ ไว้คร้้งหน้าจะมีบทความดีๆ เกี่ยวกับอะไรมาฝากก็ค่อยติดตามกันนะครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : www.withikaset.com, www.sarakaset.com

 


บทความอื่นที่น่าสนใจ

(คลิป) “กระจับเขาควาย” พืชเขาควายแห่งเมืองสุพรรณ | มหาอำนาจบ้านนา

(คลิป) “กระจับเขาควาย” พืชเขาควายแห่งเมืองสุพรรณ | มหาอำนาจบ้านนา

“กระจับเขาควาย” สุดยอดวัตถุดิบท้องถิ่นในจังหวัดสุพรรณบุรี จากเดิมเป็นวัชพืชที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก “พี่จุ๋ม” หนุ่มสุพรรณ ที่แต่เดิมบ้านทำไร่กระจับมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เขาได้ทำให้กระจับกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากการโพสต์ในโลกโซเชียลมีเดีย จึงทำให้เป็นน่าสนใจแก่ผู้พบเห็น และเขายังสร้างรายได้จากการปลูกกระจับ ทำการตลาดเพื่อส่งออกเป็นเจ้าแรกอีกด้วย กระจับนอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ในเรื่องของรสชาติก็ยังมีความอร่อยที่ลงตัวอีกตัว ติดตามชม

กระจับเขาควาย เป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดู ลักษณะเป็นกอลอยน้ำ ใบมี 2 แบบ คือ ใบใต้น้ำเป็นเส้นยาวคล้ายราก ส่วนใบลอยน้ำรูปคล้าย

รายละเอียด

ชื่อไทย : กระจับ
ชื่อสามัญ : Water chestnut
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Trapa bisphinosa Roxb.
ชื่อวงศ์ : TRAPACEAE

ลักษณะทั่วไป : เป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดู ลักษณะเป็นกอลอยน้ำ ใบมี 2 แบบ คือ ใบใต้น้ำเป็นเส้นยาวคล้ายราก ส่วนใบลอยน้ำรูปคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ขอบใบจักแหลม ผิวใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างมีสีแดง ก้านใบยาวตรงกลางพองออก ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาว ออกที่โคนก้านใบ มีกลีบดอก 4 กลีบ บานเหนือน้ำ เมื่อเป็นผลจะจมลงใต้น้ำ ผลหรือฝักกระจับมีสีดำขนาดใหญ่ เปลือกหนาแข็งเขางอโค้งคล้ายเขาควาย กระจับชนิดนี้มีปลายเขาแหลม

ประโยชน์ : เนื้อในของฝักใช้รับประทานได้ แต่ต้องต้มให้สุก เพราะอาจมีพยาธิใบไม้
ทางสวนบัวลัดดามีการเก็บสายพันธุ์กระจับไว้มากมายที่หายากมากขึ้นในปัจจุบันและเป็นที่ต้องการของตลาดและโครงการจัดสวนน้ำมากมายเราจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่รักในธรรมชาติเช่นคุณ

รายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2566 เวลา 16.05 – 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/LordsOfFarm


บทความอื่นที่น่าสนใจ