ปลาช่อนผัดเผ็ด จัดจ้านครบรส เผ็ดอร่อยต้องลอง

ปลาช่อนผัดเผ็ด จัดจ้านครบรส เผ็ดอร่อยต้องลอง

ปลาช่อนผัดเผ็ด

ปลาช่อนผัดเผ็ด


สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมีเมนูเกี่ยวกับปลาช่อนมาให้ลองทำกันค่ะ ซึ่งเป็นเมนู ปลาช่อนผัดเผ็ด ที่รสชาติจัดจ้านครบรส เผ็ดอร่อยลงตัว แบบบ้านๆ ทำง่ายๆ เครื่องปรุงไม่เยอะ เครื่องแกงน้อย มีอะไรก็ใส่แบบนั้นก็ได้ ไม่มีเครื่องผัดเผ็ดเราก็สามารถทำเมนูปลาช่อนผัดเผ็ดนี้ได้ เมนูปลาช่อนผัดเผ็ด แบบบ้าน ทำง่ายๆ เป็นเมนูที่ทุกภาค รู้จักและต้องเคยทำกันรับประทานกันอย่างแน่นอน ปลาช่อนผัดเผ็ดเป็นเมนูที่จะทานเป็นกับข้าว หรือทานเป็นกับแกล้มก็ได้ เรามาลงมือทำปลาช่อนผัดเผ็ด แบบบ้านๆ กันค่ะ

วัตถุดิบ

  • ปลาช่อน ( หั่นท่อน ) 1 ตัว
  • พริกขี้หนู 10 เม็ด
  • พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด
  • กระเทียมจีน ( ปลอกเปลือกแล้ว ) 5 กลีบ
  • ใบกระเพรา 1 กำ
  • ใบมะกรูด ( ฉีก ) 5 ใบ
  • น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ( สำหรับล้างปลาช่อน ) 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วยเล็ก

เครื่องปรุงรส

  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

  • ล้างปลาช่อนให้สะอาด แล้วนำปลาช่อนมาคลุกกับเกลือให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างน้ำให้สะอาดพักไว้
  • โคลกกระเทียม พริกขี้หนู และพริกขี้หนูแห้ง ให้ละเอียด เสร็จแล้วพักไว้
  • ล้างใบกระเพรา และ ใบมะกรูดให้สะอาด เด็ดออกจากก้านแล้วพักไว้
  • ตั้งกระทะไฟกลางๆ พอกระทะเริ่มร้อนให้ใส่น้ำมันลงไป
  • แล้วตามด้วยพริกแกงที่เราโคลกไว้ ลงไปในกระทะ จากนั้นผัดให้มีกลิ่นหอม แล้วจึงใส่ปลาช่อน ลงไปผัด
  • ผัดปลาช่อนให้สุกพอประมาณ จึงใส่น้ำสะอาดลงไปในกระทะ ผัดปลาช่อนให้เข้ากับน้ำเล็กน้อย แล้วปล่อยให้น้ำเดือดจนปลาช่อนเริ่มสุก
  • จึงปรุงรส ด้วยน้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาลทราย ผงปรุงรส และใส่ใบมะกรูดฉีก ลงไปในขั้นตอนนี้ได้เลย
  • ผัดปลาช่อนให้เข้ากันอย่างเบามือ ปล่อยให้เดือดอีกครั้งและน้ำในกระทะเริ่มงวดลง
  • ชิมรสชาติ ตามที่ต้องการ แล้วใส่ใบกระเพราเป็นอันดับสุดท้าย ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง
  • ปิดไฟ ตักปลาช่อนผัดเผ็ดใส่จาน พร้อมรับประทาน

เรียบเรียง : นงนุช

ขอบคุณที่มา : Sarakaset.com


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ปลาช่อนทอดราดพริก กรอบนอกนุ่มใน สูตรเข้มข้นอร่อยแน่นอน

ปลาช่อนทอดราดพริก กรอบนอกนุ่มใน สูตรเข้มข้นอร่อยแน่นอน

ปลาช่อนทอดราดพริก

ปลาช่อนทอดราดพริก


สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีเมนูเกี่ยวกับปลามาให้ลองทำกันค่ะ ปลาที่ว่านั้นคือปลาช่อนนั่นเอง เมนูปลาช่อนทอดราดพริก ที่มีรสชาติ เผ็ด หวาน เค็ม ตามสไตล์บ้าน ปลาช่อนนั้นถือว่าเป็นปลาที่หาทานได้ไม่ยาก มีทั้งจากแหล่งธรรมชาติ และ ปลาเลี้ยง ปลาช่อนทอดราดพริก ถือเป็นเมนูที่มีประโยชน์ทางด้านสารอาหารค่อนข้างเยอะ เป็นแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติที่ดี เนื้อปลาช่อนมีสารที่เป็นส่วนหนึ่งของคอลลาเจน มีฤทธิ์ในการห้ามเลือดและระงับความเจ็บปวดได้คล้ายมอร์ฟีน

ปลาช่อน มีชื่อเรียกตามภาษาถิ่นในแต่ละภาคว่า “ปลาหลิม” ในภาษาเหนือ “ปลาค้อ” หรือ “ปลาก๊วน” ในภาษาอีสาน และเมื่อไม่นานมานี้มีการค้นพบว่าเนื้อปลาช่อนมีสารที่เป็นส่วนหนึ่งของคอลลาเจน มีฤทธิ์ในการห้ามเลือดและระงับความเจ็บปวดได้คล้ายมอร์ฟีน จึงเหมาะอย่างยิ่งแก่การปรุงเป็นอาหารของผู้ป่วยหรือผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด

นอกจากนี้แล้วในหลายพื้นที่ของไทย เช่น อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์, อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงในพื้นที่ตำบลหัวดวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตรและอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ มีความเชื่อของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั้นว่า ปลาช่อนสามารถขอฝนได้ โดยต้องทำตามพิธีตามแบบแผนโบราณ ซึ่งจะกระทำกันในช่วงเกิดภาวะแห้งแล้ง ด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์เบื้องหน้าองค์พระประธาน และมีการโยงสายสิญจน์กับอ่างที่มีปลาช่อน 9 ตัว และสวดคาถาปลาช่อน เชื่อกันว่าระหว่างทำพิธี หากปลาช่อนดิ้นกระโดดขึ้นมา เป็นสัญญาณว่าฝนจะตกลงมาในเร็ววันนี้ นอกจากนี้แล้ว ที่อินเดียก็มีความเชื่อและพิธีกรรมที่คล้ายคลึงแบบนี้เหมือนกัน

จะเห็นได้ว่าปลาช่อนนั่นมีประโยชน์มากมาย และหาซื้อ หาทานได้ไม่ยาก ฉะนั้นวันนี้เรามาทำเมนูปลาช่อนทอดราดพริก กันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ

  • ปลาช่อนขนาด 7 – 8 ขีด ประมาณ 1 ตัว ** หั่นเป็นท่อนๆ **
  • พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช สำหรับทอด และผัดเครื่องพริกแกง
  • เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูด หั่นฝอย 4 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วยน้ำจิ้ม

เครื่องปรุงรส

  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ ปลาช่อนทอดราดพริก

  • ขั้นตอนแรก ล้างปลาด้วยน้ำให้สะอาด แล้วนำเกลือมาคลุกเคล้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 2 – 3 นาที แล้วล้างน้ำออกให้สะอาด ให้หมดคราบลื่นๆ ล้างน้ำหลายครั้ง เสร็จแล้วให้หั่นปลาช่อนเป็นท่อนๆ ตามขนาดที่ต้องการ แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ล้างใบมะกรูดให้สะอาด แล้วนำมาหั่นซอย เสร็จแล้วพักไว้
  • ล้างพริกชี้ฟ้าให้สะอาด แล้วนำมาให้เฉียงๆ เสร็จแล้วพักไว้
  • ขั้นตอนต่อไป คือการทอดปลาช่อน ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป รอให้น้ำมันร้อน แล้วค่อยนำปลาช่อนที่หั่นเตรียมไว้ ลงทอดในกระทะ ช่วงแรกอย่าเพิ่งพลิกปลารอให้ปลาช่อน มีสีเหลืองทองก่อน แล้วค่อยพลิกกลับด้าน ทอดปลาช่อนให้มีสีเหลืองทองทั้งสองด้าน เสร็จแล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
  • เสร็จแล้วเทน้ำมันจากการทอดปลาช่อนออก เหลือไว้เล็กน้อย เพื่อใช้ในการผัดพริกแกง
  • หลังจากเทน้ำมันออกแล้ว ตั้งกระทะไฟกลางๆ ใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอม เสร็จแล้ว ปรุงรสด้วย น้ำมันหอย น้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ผงปรุงรส ผัดให้เข้ากัน แล้วชิมรสชาติ ตามที่ต้องการ
  • เสร็จแล้ว นำปลาช่อนทอด ใส่ลงไปในกระทะ ผัดให้เข้ากันกับเครื่องพริกแกง
  • เสร็จแล้ว ให้ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอย และ พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง ลงไป ผัดให้เข้าอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่จาน พร้อมรับประทาน

อ้างอิง : วิกิพีเดีย
เรียบเรียง : นงนุช


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

(วิดีโอ) เพาะเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้ขั้นต่ำ เดือนละ 20,000 บาท

(วิดีโอ) เพาะเลี้ยงหนอนนก สร้างรายได้ขั้นต่ำ เดือนละ 20,000 บาท l เกษตรกรไทย สร้างรายได้


        หนอนนก (Mealworm of Yellow mealworm) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tenebrio molitor Linnaeus วงศ์ Tenebrionidae อันดับ Coleoptera เป็นตัวอ่อนของแมลงปีกแข็ง ที่มีชื่อว่า Meal-Beetle หรือด้วงหนอนนก ลักษณะตอนเป็นหนอนมีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ผอมยาวเป็นรูปทรงกระบอกขนาดของหนอนเมื่อโตเต็มที่มีความกว้างลำตัว 0.28-3.2 มม. ยาว 29.35 มม. มีน้ำหนัก 0.2-0.24 กรัม ส่วนตัวเต็มวัยเป็นแมลงปีกแข็ง สีดำ ธรรมชาติของหนอนนก ไม่ชอบอากาศร้อนสภาพที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิควรอยู่ระหว่าง 25 ถึง 35 องศาเซลเซียส ต้องมีความชื้นสูงหนอนนกมีคุณค่าทางโภชนาการสูงซึ่งประกอบด้วยโปรตีน 17-19% ไขมัน 7-14% จึงนิยมนำมาใช้เป็นอาหาร นก ไก่ ปลาสวยงาม ปลาดุก กบรวมไปถึงสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อย่างแพร่หลาย

      ตัวเมียที่โตเต็มวัยความยาวประมาณ 1.5-1.8 เชนติเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้เมื่อใช้มือบีบที่บริเวณก้นของตัวผู้จะเห็นติ่งแหลม 2 ติ่ง ตัวเมียที่โตเต็มวัย 1 ตัว มีอายุการวางไข่ประม น 40-50 วัน โดยวางไข่วันละ 1-2 ฟอง ซึ่งไข่จะมีความกว้าง 0.8-1.8 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1.5-2.0 มิลลิเมตร

วงจรชีวิตของหนอนนก

หนอนนกมีการเจริญเติบโต 4 ระยะ คือ

  • ระยะไข่ ตัวเต็มวัยวางไข่สีขาวขุ่น กลมรี ผิวเรียบ ติดอยู่ตามพื้น มีเศษอาหารปกคลุม อายุไข่ 7 วัน
  • ระยะตัวอ่อน ตัวอ่อนลอกคราบ 13 ครั้ง เมื่อลอกคราบใหม่ๆ จะมีสีขาว แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ตัวอ่อนมีอายุประมาณ 3 เดือน
  • ระยะดักแด้ หลังจากหนอนลอกคราบครั้งสุดท้าย จะกลายเป็นดักแด้สีขาว ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ดักแด้มีอายุ 7 วัน
  • ระยะตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยเมื่อออกจากดักแด้ จะมีปีกสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีดำ เริ่มผสมพันธุ์เมื่ออายุ 6-7 วัน หลังจากนั้น 3-4 วัน ก็จะเริ่มวางไข่ ตัวเต็มวัยมีอายุประมาณ 60-80 วัน สามารถเก็บไข่ได้ถึง 11 ครั้ง

เพาะเลี้ยงหนอนนก

การเพาะเลี้ยงผลิตขยายหนอนนก

วัสดุอุปกรณ์

  • ภาชนะสำหรับใช้เลี้ยง ได้แก่ กล่องพลาสติกใส กะละมัง ถาด
  • ตะแกรงตาถี่สำหรับร่อนหนอนเล็ก ตะแกรงตาขนาดมุ้งลวดสำหรับหนอนใหญ่ และตะกร้าสำหรับร่อนตัวเต็มวัย
  • กระดาษสำหรับวางไข่
  • รำข้าวสาลี สำหรับเลี้ยงตัวเต็มวัยให้วางไข่ และเลี้ยงหนอนเล็ก
  • อาหารไก่เล็ก โดยธรรมชาติหนอนนกจะกินรำข้าวสาลีเป็นอาหาร แต่เนื่องจากรำข้าวสาลีมีราคาแพง จึงใช้อาหารไก่เล็ก เลี้ยงในระยะที่เป็นตัวหนอน
  • อาหารเสริม ได้แก่ ผักและผลไม้ เช่น มะละกอดิบ แตงกวา เปลือกแตงโม เป็นต้น
  • ชั้นวางเลี้ยง
  • สถานที่เลี้ยง หรือห้องเลี้ยง ควรเป็นที่ที่สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนจนเกินไป สามารถป้องกันหนู มด จิ้งจก นก อึ่งอ่าง กิ้งก่า จิ้งเหลน ไม่ให้เข้าไปกินหนอนได้

วิธีการเพาะเลี้ยง

  • ก่อนทำการเลี้ยง ให้ทำความสะอาดห้องเลี้ยง เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้น้ำยาถูพื้นชนิดฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดพื้นห้องและชั้นวางเลี้ยง เพราะหากห้องเลี้ยงหรือชั้นวางเลี้ยงไม่สะอาด จะเป็นสาเหตุให้หนอนนกติดเชื้อและตายอย่างรวดเร็ว หากเป็นห้องเลี้ยงที่สามารถปิดมิดชิดได้ ก่อนนำหนอนนกเข้าในห้องเลี้ยง ควรทำการรมห้องด้วยฟอร์มาลีนผสมด่างทับทิม อัตราส่วน ด่างทับทิม 10 กรัม ต่อ ฟอร์มาลีน 20 ซีซี ต่อพื้นที่ 5 ตารางเมตร ใช้เทปขนาด 2 นิ้ว ปิดทับขอบประตูและหน้าต่าง เพื่อป้องกันไอระเหยออกมานอกห้อง รมทิ้งไว้ 3-4 คืน เนื่องจากฟอร์มาลีนเป็นสารอันตราย เมื่อผสมเสร็จแล้วจะกลายเป็นไอระเหย มีพิษต่อเยื่อบุจมูกและตา จึงควรรีบออกจากห้องทันทีที่ผสมรวมกัน
  • นำหนอนนก มาเลี้ยงในกล่องหรือกะละมัง โดยเลี้ยงด้วยอาหารไก่ เมื่อหนอนกินอาหารไก่หมดแล้ว ใส่ผักหรือผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้หนอนกินบ้าง หนอนกินอาหารจะถ่ายมูลออกมา ใช้ตะแกรงร่อนเอาหนอนออก หนอนจะติดบนตะแกรง ส่วนมูลหรือขี้หนอนจะลอดผ่านตะแกรงลงไป นำหนอนมาเลี้ยงในภาชนะใหม่และใส่อาหารไก่เพิ่ม และให้ผักหรือผลไม้เป็นอาหารเสริม หมั่นเลือกหนอนที่ตายออก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หนอนนกจะลอกคราบและโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดักแด้ ก่อนเข้าดักแด้ หนอนจะเริ่มหดสั้น ไม่กินอาหาร และ นอนนิ่งๆ
  • เลือกดักแด้ออกมาใส่ในภาชนะใหม่ ไม่ต้องให้อาหาร เนื่องจากดักแด้ไม่กินอาหาร ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน ดักแด้จะมีสีเข้มขึ้น แล้วตัวเต็มวัยจะออกมาจากดักแด้
  • แยกตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์ไปเลี้ยงในภาชนะใหม่ที่รองพื้นด้วยกระดาษขาว (หรือไม่รองก็ได้) ใส่รำข้าวสาลีก่อนใส่ตัวเต็มวัย ให้ผักผลไม้บ้าง เพื่อเป็นอาหารเสริมและทดแทนน้ำ
  • เลี้ยงตัวเต็มวัยประมาณ 9 -10 วัน ตัวเต็มวัยจะเริ่มวางไข่บนกระดาษ ร่อนเอาตัวเต็มวัยออก หากให้วางไข่บนกระดาษ ให้เก็บรวบรวมแผ่นไข่มาวางในภาชนะเป็นชั้นๆ โรยด้วยรำข้าวสาลีที่ร่อนเอาตัวเต็มวัยออกแล้ว หากให้วางไข่บนถาด ให้เทรำข้าวสาลีพร้อมตัวเต็มวัยออกมาร่อนตัวเต็มวัย แล้วเทรำข้าวสาลีกลับลงในถาดเดิมที่มีไข่ติดอยู่ พยายามเก็บรวบรวมไข่ทุกวัน หรือ วันเว้นวัน เพื่อให้ได้หนอนนกรุ่นเดียวกัน
  • ตัวเต็มวัยที่เก็บไข่แล้ว ให้นำไปใส่ในกล่องเลี้ยงเพื่อให้วางไข่ต่อไป โดยให้รำข้าวสาลีเป็นอาหาร และให้ผักผลไม้เป็นอาหารเสริม
  • ประมาณ 7 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวหนอน ในช่วงแรกหนอนจะโตช้า ปล่อยให้หนอนกินอาหารจากรำข้าวสาลีเดิมที่มีอยู่ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเพิ่มอาหาร คอยร่อนเอาขี้หนอนออกประมาณ 10-15 วัน/ครั้ง หลังจากมีอายุ 1 เดือน หนอนจะโตเร็วขึ้น เมื่อหนอนลอกคราบ ให้ร่อนขี้หนอนด้วยตะแกรงตาถี่ หลังจากร่อนขี้หนอนออกแล้ว จึงเริ่มให้อาหารไก่แทนรำข้าวสาลี และให้ผักผลไม้เป็นอาหารเสริม
  • หนอนอายุประมาณ 2-3 เดือน สามารถนำออกจำหน่ายได้

เพาะเลี้ยงหนอนนก

ศัตรูของหนอนนก

ศัตรูพืชของหนอนนก ได้แก่ มอดแป้ง มด แมลงสาบ ที่อาจจะติดมากับอาหาร ดังนั้น ควรนำอาหารไปแช่แข็งประมาณ 7 วัน หรืออบอาหารที่อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติก่อนนำมาเป็นอาหารหนอนนก ศัตรูอื่นๆ ได้แก่ จิ้งจก นก และหนู

ต้นทุนการเลี้ยงหนอนนก

การผลิตหนอนนก 1 กิโลกรัมใช้ต้นทุนประมาณ 70 บาท ใช้เวลาการผลิต 8-9 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันหนอนนกราคากิโลกรัมละ 150-200 บาท (ขึ้นอยู่กับตลาด)

หากท่านใดสนใจการเลี้ยงขยายพันธุ์ “หนอนนก” สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร โทรศัพท์ 0 2579 7813-4 ในวัน เวลาราชการ

ที่มา Youtrube | เกษตรกรไทย สร้างรายได้
คนต้นเรื่อง :
คุณประทุมมา ปัญญาทิพย์(ขิม) 

สถานที่ถ่ายทำ : ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่
ติดต่อฟาร์ม :064-254 7898 เฟสบุ๊ค : เกษตรกิจการ์เด้น รับผลิต เพาะต้นกล้า หนอนนก หนอนยักษ์ ปลีก-ส่ง เชียงใหม่


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก ผสานงานดีไซน์แบบโมเดิร์นอย่างลงตัว

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก ผสานงานดีไซน์แบบโมเดิร์นอย่างลงตัว

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

งานดีไซน์ของบ้านแนวนอร์ดิก เป็นบ้านที่ดูเรียบง่ายสวยงาม ขณะเดียวกันก็ให้ความทันสมัยอีกด้วย จึงถูกใจใครหลายคน แต่ด้วยความที่บ้านแนวนี้เป็นบ้านจากเมืองหนาว จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับองค์ประกอบหลายส่วนเพื่อให้เหมาะกับเมืองร้อน

ซึ่งวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชม บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style) ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถงรับแขก พร้อมคลอสกลางไว้จัดสวน เป็นศูนย์กลางเชื่อม ระหว่างห้องต่างๆๆ เข้าด้วยกัน โดยใช้ธรรมชาติเป็นตัวของคนในครอบครัว ตัวบ้านยกพื้นสูง เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก  W88 Architect  สถานที่ก่อสร้าง บ้านจันทร์ ต.บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เราไปชมบ้านหลังนี้กันเลย

ผลงานและรูปภาพ : W88 Architect Co.,Ltd.
เรียบเรียงโดย : Kasetbanna.com

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

บ้านหลังนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์นทรงหลังคาหน้าจั่วที่ผสมผสานเส้นสายเรขาคณิตอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกทันสมัยและโปร่งโล่งตั้งแต่แรกเห็น ตัวบ้านใช้โทนสีขาวและครีมเป็นหลัก ทำให้บรรยากาศดูสะอาดตา สบาย และสว่างขึ้นตามธรรมชาติ

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

ด้านหน้าตัวบ้านออกแบบเป็นเฉลียงกว้าง พร้อมหลังคาทรงกล่องสีขาวตัดกับฝ้าไม้โทนอบอุ่น ช่วยเพิ่มความมีมิติและทำให้พื้นที่หน้าบ้านใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งพักผ่อน วางต้นไม้ หรือใช้เป็นมุมต้อนรับแขก

บริเวณซ้ายมือมีผนังกระจกบานใหญ่ตั้งแต่พื้นถึงเพดาน ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้าสู่ภายในบ้านได้เต็มที่ ให้ความรู้สึกโปร่งกว้าง และเพิ่มความหรูหราแบบมินิมอล อีกทั้งยังช่วยเชื่อมต่อบรรยากาศภายในบ้านกับวิวธรรมชาติด้านนอกได้อย่างสวยงาม

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

ประตูไม้บานใหญ่บริเวณทางเข้าเป็นจุดเด่นที่ทำให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น ตัดกับโทนสีขาวได้อย่างพอดี เสริมด้วยผนังลวดลายไม้ด้านข้างช่วยสร้างความสมดุลระหว่างความโมเดิร์นและความเป็นธรรมชาติ

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

ภายในห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องที่เป็นโทนสีเทา และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง ซึ่งน่าใช้งานมากๆ

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

เรามาดูภายในบ้านซึ่งเป็นห้องโถงนั้นเลือกใช้กระเบื้องลายไม้โทนสีน้ำตาลตัดกับประตูทางเข้าที่เป็นกระจกขนาดใหญ่

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก

ภายในห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องที่เป็นโทนสีเทา และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง ซึ่งน่าใช้งานมากๆ

บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) เน้นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง ในส่วนเรื่องราคา สามารถสอบถามได้จากข้อมูลด้านล่างหรือหากมีข้อสงสัยประการใดสามารถติดต่อทีมงานผู้สร้างได้ทันที

ช่องทางการติดต่อ

W88 Architect Co.,Ltd.
โทร | 095-6696880
Design I w88architect


หมายเหตุ: ทางเว็บ ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา ดีไซน์สวยโดดเด่น

บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา ดีไซน์สวยโดดเด่น

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

สวัสดีครับ วันนี้เรามี บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม มาฝากกันอีกเช่นเคย  บ้านสไตล์ร่วมสมัยหรือ Contemporary Style เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นรูปแบบที่มีความทันสมัย เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสวยงามและอบอุ่น บ้านสไตล์ร่วมสมัยมักใช้วัสดุสมัยใหม่ เช่น กระจก เหล็ก คอนกรีต ร่วมกับวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน เพื่อให้เกิดความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน

สำหรับบ้านหลังนี้ เป็นบ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยาฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก 1 ห้องพระ พร้อมที่จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ก่อสร้าง 220 ตร.ม. ตัวบ้านปลูกสร้างที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านที่กำลังมองหาแนวทางในการสร้างบ้านหรือออกแบบบ้านในอนาคต ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : Art-HOME : รับสร้างบ้านตามงบประมาณ
เรียบเรียง : Kasetbanna.com

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

บ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านขนาดชั้นครึ่งที่ตัวบ้านถูกยกขึ้นสูงด้านหนึ่ง โดยตัวบ้านมีดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่เข้ากับยุคสมัย ผนังภายนอกถูกตกแต่งชั้นล่างในโทนสีขาว ในขณะที่ส่วนชั้นบนนั้นถูกตกแต่งด้วยเหล็กดำตัดสีของตัวบ้านที่เป็นสีขาว งานหลังคาเป็นหลังคาทรงปั้นหยาที่มุงด้วยกระเบื้องลอน

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

เมื่อเรามองจากด้านหน้าจะเห็นเฉลียงหน้าบ้านปูกระเบื้องสีเทาเรียบโทนอ่อน ประตูทางเข้าหลักใช้บ้านไม้สีน้ำตาลเข้มแต่งกระจกลวดลายสวยงาม

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้าน เราก็จะพบกับห้องโถงหลักของบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง โดยมีการตกแต่งในโทนสีขาวกับน้ำตาลผ่านผนังสีขาว ในขณะที่พื้นห้องและบานหน้าต่างเลือกใช้โทนสีน้ำตาล

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

บันไดทางขึ้นชั้นสองใช้ลูกนอนลายไม้สีน้ำตาล ทำราวจับด้านซ้ายมือ ผนังฝั่งขวามือเป็นช่องกระจกช่วยรับแสงในเวลากลางวัน

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

สำหรับห้องครัวนั้น เป็นพื้นที่ขนาดกลางทีี่เน้นความโปร่งโล่ง ภายในตกแต่งพื้นและผนังด้วยแผ่นกระเบื้องลวดลายสวยงาม มาพร้อมเคาน์เตอร์ครัวแบบติดผนัง

ห้องน้ำนี้กรุกระเบื้องผนังโทนสีขาวดำ ก่อผังกั้นส่วนห้องอาบน้ำไว้ด้านใน

บ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นรูปแบบบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นรูปแบบที่มีความทันสมัย เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสวยงามและอบอุ่น เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการบ้านที่สวย ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งาน

ที่มา | Art-HOME : รับสร้างบ้านตามงบประมาณ

  • สำนักงานใหญ่ พิกัด ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
  • สาขาเชียงราย พิกัด ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
  • 086-439 5475 / 086-445 6811
  • Line@397zlrci, https://lin.ee/CXyTdNl

หมายเหตุ: ทางเว็บไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

สูตรก้อยเนื้อ ก้อยขม อาหารอีสาน รสเด็ด อร่อยนัวถึงเครื่องครบรส

สูตรก้อยเนื้อ ก้อยขม อาหารอีสาน รสเด็ด อร่อยนัวถึงเครื่องครบรส

ก้อยขม

สูตรก้อยเนื้อ ก้อยขม


ก้อยเนื้อ หรือ ก้อยขม  เป็นเมนูอาหารอีสานรสเด็ด อีกเมนูหนึ่ง ด้วยรสชาติที่นัวครบเครื่องจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานบุญหรือประเพณีต่างๆ จะทานดิบหรือทานสุกก็ได้ ที่สำคัญนั้นทำไม่ยากเลย พร้อมแล้วมาดูวิธีทำกันเลย!

ส่วนผสม

  • เนื้อวัว
  • เครื่องในวัว
  • เลือดวัว
  • ดีวัว หรือ ขี้เพลี้ย (ส่วนที่กรณีทำให้ก้อยขม)
  • ข้าวคั่ว
  • พริกป่น
  • น้ำปลา
  • มะนาว
  • ผงชูรส (ไม่ใส่ก็ได้)
  • ต้นหอม ,ผักชีฝั่ง, ใบสะระแหน่, ใบมะกรูด

ก้อยขม

ขั้นตอนการทำ ก้อยเนื้อ ก้อยขม

  • เริ่มจากการนำเนื้อวัวที่สับให้ละเอียดจนได้ที่แล้วใส่ภาชนะเตรียมไว้ ตามด้วยครื่องในผ้าขี้ริ้ว และตับ ซอยเป็นชิ้นเล็กๆพอดี จากนั้นนำรวมใส่ภาชนะกับเนื้อแล้วคลุกให้เข้ากัน
  • นำส่วนผสมและเครื่องปรุงทั้งหมดใส่ภาชนะผสม ใส่พริกป่น น้ำปลา และข้าวคั่ว ปริมาณความแซ่บตามต้องการ คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้ว เติมเลือด และดีวัวเล็กน้อย(ไม่ใส่ก็ได้กรณีไม่ชอบ) เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
  • นำก้อยเนื้อตักใส่ชาม ตกแต่งด้วยสะระแหน่ มีเครื่องเคียงเป็นกระเทียมไทย พริกขี้หนู แตงกวา กะหล่ำปลี และข้าวเหนียว พร้อมเสิร์ฟ ครับบ

สำหรับเมนูง่าย ก้อยเนื้อ หรือ ก้อยขม นั้นสำหรับท่านไดที่ไม่ทานดิบก็สามารถนำมาทำให้สูกได้ซึ่งรสชาติก็ยังคงแซ่บเหมือนเดิมครับ ครั้งต่อไปจะมีเมนูอะไรมาแนะนำอีก เพื่อไม่ให้พลาดอย่างลืมติดตามไว้นะครับ และถ้าเพื่อน ๆ ทำแล้วอย่าลืมโพสต์รูปมาอวดกันด้วนะครับ

ที่มาถาพประกอบ : เสี่ยว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วิธีปลูกหญ้าหวานอิสราเอล สำหรับเลี้ยงสัตว์

วิธีปลูกหญ้าหวานอิสราเอล สำหรับเลี้ยงสัตว์

หญ้าหวานอิสราเอล

หญ้าหวานอิสราเอล


สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เราจะมาพูดถึง หญ้าหวานอิสราเอล หรือ เนเปียร์อิสราเอล ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับเกษตรกรผู้ที่เลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น วัว ควาย จิ้งหรีด หรือ แม้แต่ตั๊กแตน เป็นต้น สำหรับหญ้าหวานอิสราเอล นั้นเหมาะอย่างยิ่งที่จะปลูกไว้สำหรับการเลี้ยงสัตว์ เพราะด้วยคุณค่าทางอาหารที่มีสูง ซึ่งจากการศึกษามา พบว่าหญ้าหวานอิสราเอลมีโปรตีนสูงถึง 20% เมื่อเทียบกับหญ้าเนเปียร์ทั่วไปที่มีโปรตีนเพียงแค่ 10% เท่านั้น  และเมื่อปลูกโตได้ที่แล้วสามารถตัดมาให้สัตว์กินได้เลยโดยไม่ต้องสับ สัตว์เคี้ยวง่าย หวาน กรอบ และติดใจ ด้วยมีรสชาติหวาน จึงเป็นที่มาของคำว่า หญ้าหวาน สำหรับสัตว์

สำหรับหญ้าหวานอิสราเอลนั้น เป็นหญ้าที่ให้ผลผลิตต่อไร่ที่ขั้นข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหญ้าเภทอื่น เมื่อใช้รูปแบบการปลูกแบบเดียวกัน มีการดูแลดินและน้ำดีที่เท่ากัน หญ้าหวานอิสราเอลจะให้ผลผลิตที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน รวมไปถึงคุณสมบัติเฉพาะของพืช ที่มีรสชาติหวาน ลำต้นกรอบ เป็นลักษณะเด่นที่สัตว์กินพืชส่วนใหญ่ต้องการ ประกอบกับสารอาหารที่อยู่มากมาย ดูจะคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์อีกหลายชนิด

อีกทั้งการใช้เป็นอาหารสัตว์ ก็ไม่จำเป็นต้องหั่นหรือสับเป็นชิ้นเล็ก แต่สามารถให้สัตว์กินทั้งต้นได้เลยโดยไม่มีผลเสียให้เหลือทิ้งเป็นเศษ ต่างจากหญ้าเลี้ยงสัตว์อีกหลายสายพันธุ์ที่สัตว์อาจกินเฉพาะใบและลำต้นที่เป็นยอดอ่อนเท่านั้น จึงต้องมีการสับการหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก จึงเป็นการลดต้นทุนของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง

วิธีปลูกหญ้าหวานอิสราเอล

วิธีปลูกก็ไม่ยากนัก ปลูกเหมือนกับการปลูกหญ้าเนเปียร์พันธุ์ท้องถิ่นได้เลย (ลักษณะเหมือนการปลูกอ้อย) คือการใช้ท่อนพันธุ์ดี อาจนำมาชุบน้ำยาเร่งรากก่อนปลูก หรือไม่ต้องก็ได้ และควรเตรียมดินให้พร้อม

ใช้วิธีปลูกโดยการนำท่อนพันธุ์มาวางไว้ในหลุม ไม่ต้องขุดหลุมลึกมากเกินไป ในหลุมสามารถใส่ท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์ได้ประมาณ 3-5 ท่อน แล้วแต่ขนาดหลุม (แต่ละกอควรให้ห่างกันประมาณ 1 เมตร) แล้วกลบดินบางๆ และใช้เศษหญ้าแห้งหรือฟางข้าวปิดทับปกคลุมหน้าดินเพื่อรักษาความชื้นไว้

หญ้าหวานอิสราเอล

ประมาณ 1-2 อาทิตย์ก็เริ่มแตกหน่อต้นอ่อน ไม่นานหญ้าเนเปียร์ก็งอกและแตกกอออก ระหว่างนี้ให้รดน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับความชื้นของดินโดยปกติจะชอบอากาศเย็น และความชื้นสูงจะงอกและเจริญเติบโตได้ดี

หญ้าหวานอิสราเอล หรือ หญ้าเนเปียอิสราเอล (Sweet Sorghum) เป็นพืชตระกูลหญ้าที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา มีลักษณะลำต้นสูง ใบสีเขียว ดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักยาว หญ้าหวานอิสราเอลมีรสหวาน นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่มแทนน้ำตาล เนื่องจากมีปริมาณแคลอรีต่ำ และไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ประโยชน์ของหญ้าหวานอิสราเอล มีดังนี้

  • ใช้เป็นอาหารสัตว์ หญ้าหวานอิสราเอลมีโปรตีนสูงถึง 20% สามารถใช้เลี้ยงสัตว์ได้หลากหลายชนิด เช่น วัว ควาย แพะ แกะ ม้า เป็ด ไก่ ปลา เป็นต้น

การปลูกหญ้าหวานอิสราเอลนั้นไม่ยาก สามารถทำได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย หญ้าหวานอิสราเอลเป็นพืชที่ทนแล้ง ทนร้อน เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ปลูกได้ตลอดปี ใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

ปัจจุบัน การปลูกหญ้าหวานอิสราเอลเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากเป็นหญ้าที่ปลูกง่ายและขยายพันธุ์เจริญเติบโตได้ไว

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ การผสมผสานที่ลงตัว เรียบหรู ดูดีทันสมัย

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ การผสมผสานที่ลงตัว เรียบหรู ดูดีทันสมัย

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

แบบบ้านที่ได้รับความนิยมมาเนิ่นนาน และไม่เคยตกเทรนด์ นั้นก็คือ ่บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ (Contemporary style) เป็นบ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานสไตล์โมเดิร์นและคลาสสิกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้บรรยากาศบ้านมีความร่วมสมัยของกลิ่นอายอดีตและปัจจุบัน ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและไม่น่าเบื่อ นอกจากนี้บ้านบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ (Contemporary style) ยังให้ความอบอุ่น ผ่อนคลาย เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ เน้นฟังก์ชันการใช้งานมากกว่าเน้นความหรูหรา เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย จึงเป็นบ้านที่สามารถอยู่อาศัยได้ยาวนานในทุกยุคทุกสมัย กล่าวได้ว่าสวยอมตะไม่ตกยุคนั่นเอง

สำหรับบ้านที่เราจะนำมาเสนออีกแล้วครับ เป็นไอเดียแบบบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ โทนสีอ่อน พร้อมระเบียงพักผ่อน ภายในประกอบด้วย ชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 พื้นที่อเนกประสงค์  ระเบียงใหญ่ๆ  เชิญชมรายละเอียดด้านในตัวบ้านกันครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | สิริประพันธ์ เฮ้าส์ รับสร้างบ้านครบวงจร ยโสธร ร้อยเอ็ด
เจ้าของบ้าน |
คุณกิติยา

เรียบเรียง | Kasetbanna.com

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ในส่วนของระเบียงด้านหน้าบ้านปูพื้นด้วยกระเบื้องโทนสีเทา พร้อมทั้งประตูบ้านนั้นใช้เป็นประตูกระจกบานขนาดใหญ่ หน้าต่างเลือกใช้เป็นบานกระจกวงกบอลูมิเนียม บันไดทางขึ้นหน้าบ้านขนาดใหญ่สะดวกสบายต่อการใช้งาน

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

เสาหน้าบ้านตกแต่งด้วยกระเบื้องหินอ่อนสวยงามเพิ่มความโดดเด่นมีมิติมากขึ้น และบนเสาหน้าบ้านยังเพิ่มโคมไปส่องสว่างเพิ่มเติม

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ลักษณะเด่นของบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

  • รูปทรงเรขาคณิตที่ชัดเจน
  • เส้นสายที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา
  • โทนสีเรียบๆ เช่น สีขาว สีดำ สีเทา หรือสีเอิร์ธโทน
  • เน้นการใช้วัสดุที่ทันสมัย เช่น กระจก โลหะ ไม้
  • เน้นการประหยัดพลังงาน

การตกแต่งบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่เน้นความเรียบง่ายและทันสมัย นิยมใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงเรขาคณิตที่ชัดเจน วัสดุที่ใช้มักเป็นวัสดุที่ทันสมัย เช่น กระจก โลหะ ไม้ โทนสีที่ใช้มักเป็นโทนสีเรียบๆ เช่น สีขาว สีดำ สีเทา หรือสีเอิร์ธโทน

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ฝั่งนี้ห้องด้านหน้าเป็นบานกระจกกว้าง ช่วยรับแสงและชมวิวด้านนอก ตกแต่งผนังด้านหน้าด้วยหินตกแต่งสีเทาดำ เพิ่มลูกเล่นให้กับตัวบ้านด้วยหินตกแต่งสีเทาเข้ม บริเวณรบอบตัวบ้านนั้นมีการเทพื้นปูนรอบๆกว้างประมาณ 70 CM  ทำให้ง่ายต่อการดูแลและการทำความสะอาด

เมื่อเราเข้ามาภายในตัวบ้านนั้น เราจะพบกับส่วนของห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งภายในบ้านนั้นเน้นโทนสีขาวอ่อน ๆ ตัดด้วยสีเข้ม ประตูห้องนอนเลือกใช้ประตูไม้ขนาดใหญ่ ทำให้บ้านภายในบ้านดูอบอุ่นละมุนตา ฝ้าเพดานออกแบบทำเป็นฝ้าหลุมทาสีขาว พร้อมกับติดตั้งโคมไฟแ ส่วนพื้นปูกระเบื้องลายหินอ่อน

ภายในห้องโถงสามารถเข้าออกได้จากประตูใหญ่ด้านหน้าและประตูบานเลื่อนด้านหลังเฉลียง มีพื้นที่มุมรับแขกกว้างขวาง แต่งฝ้าหลุมด้านบน ไฟซ่อนฝ้าสวยงาม

ห้องนอน  ตกแต่งคุมโทนสีเทาอ่อนตัดด้วยสีเข้มเหมือนกับโถงบ้าน พื้นปูกระเบื้องลายหินอ่อน ฝ้าเพดานใช้เป็นฝ้าสีขาวแผ่นเรียบ พร้อมกับมีหน้าต่างไว้ให้ระบายอากาศ

ห้องน้ำมีทั้งหมด 2 ห้อง แต่งด้วยกระเบื้องลายสีขาวตัดพื้นสีเทาสวยงาม มีช่องผนังสำหรับวางของใช้หรือของตกแต่ง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ออกแบบในสไตล์คอนเทมโพรารี่หลังนี้ เป็นบ้านที่ออกแบบได้อย่างสวยงามลงตัว เพียงพอต่อการใช้งาน เพื่อนที่สนใจ อยากได้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อทางช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | สิริประพันธ์ เฮ้าส์ รับสร้างบ้านครบวงจร ยโสธร ร้อยเอ็ด

ติดต่องานได้ตามรายล่ะเอียดด้านล่างเลยครับ
Tel ➤ 061 695 2366
Line ➤ @SRPHOUSE101 หรือ https://lin.ee/eHGiVx6
Office ➤ https://bit.ly/3uCp2HI
Instagram ➤ siripraphan_house


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านพักอาศัยชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์น ขนาด 4 ห้องนอน 2ห้องน้ำ ห้องโถงกว้าง

บ้านพักอาศัยชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์น ขนาด 4 ห้องนอน 2ห้องน้ำ ห้องโถงกว้าง

บ้านพักอาศัยชั้นเดียว

บ้านพักอาศัยชั้นเดียว


บ้านพักอาศัยชั้นเดียว หรือ บ้านสไตล์โมเดิร์น เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีการออกแบบที่เรียบง่าย เน้นความทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน บ้านสไตล์โมเดิร์นมักมีรูปทรงเรขาคณิตที่ชัดเจน เน้นการใช้เส้นตรงและรูปทรงสี่เหลี่ยมเป็นหลัก หลังคามักเป็นหลังคาแบนหรือหลังคาเพิงหมาแหงน วัสดุที่ใช้มักเป็นวัสดุสมัยใหม่ เช่น กระจก เหล็ก คอนกรีต เป็นต้น

วันนี้เรามี แบบบ้านพักอาศัยชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม เป็นแบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 4 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 โถง, 1 ระเบียงใหญ่ สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง  ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก บริษัท ไนน์ตี้ไฟว์ คอนสตรัคชั่น ลำปาง จำกัด   จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : บริษัท ไนน์ตี้ไฟว์ คอนสตรัคชั่น ลำปาง จำกัด
เรียบเรียง : Kasetbanna.com

บ้านพักอาศัยชั้นเดียว

บ้านพักอาศัยชั้นเดียว

หลังคาบ้านที่เป็นทรงเพิงแหงน มุงด้วยเมทัลชีทอย่างดี ตามด้วยฝ้าชายคาสีขาวที่มีไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมฝังไว้ ตัวบ้านที่แต่งด้วยสีเทา เสริมด้วยบัวระแนงสีส้มที่สดใส ส่วนผนังใต้ชายคาที่กรุทับด้วยไม้ฝาเฌอร่า คาดด้วยบัวระแนงสีดำ ระเบียงหน้าบ้านปูพื้นด้วยกระเบื้องสีน้ำตาล และมีม้านั่งที่สร้างไว้เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อน

บ้านพักอาศัยชั้นเดียว

ประตูใหญ่ที่เปิดเข้าภายใน เป็นบานกระจกใสที่โดดเด่นด้วยขอบบัวสีขาว ห้องโถงกว้างที่เปิดประตูเข้ามาเจอ ปูพื้นด้วยกระเบื้องผิวมันสีน้ำตาล ผนังห้องนี้แต่งด้วยสีเขียวอ่อน ฝ้าเพดานโซนหน้าเป็นแบบหลุมที่มีไฟซ่อน และตรงกลางได้ประดับโคมไฟช่อที่ส่องแสงสว่างทั่วห้อง

ห้องนอน โทนสีของผนังเป็นสีเขียวแบบห้องโถง พื้นห้องยังคงปูทับด้วยกระเบื้องผิวมันสีน้ำตาล ส่วนฝ้าเพดานเป็นแบบเรียบสีขาวที่ฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้ แต่ละห้องสว่าง และน่าอยู่ หน้าต่างกระจกใสที่เป็นช่องทางระบายอากาศ มีบานมุ้งลวดติดตั้งไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายเข้ามาได้

ห้องครัว พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องอย่างดี รวมถึงเคาน์เตอร์ครัวและผนังบริเวณนั้น บนเคาน์เตอร์ได้ติดตั้งอ่างล้างจานแบบ 2 ช่อง ส่วนในขณะที่ประกอบอาหาร ก็มีทั้งหน้าต่างและประตูหลังบ้านที่เป็นช่องทางระบายอากาศ

ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้มีขนาดกว้างพอเหมาะ ทั้งพื้นและผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยมีลวดลายและโทนสีที่เข้ากัน ที่ฝ้าเพดานฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้ ตามจุดต่างๆของห้องติดตั้งสุขภัณฑ์ที่หลากหลาย และอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้คือหน้าต่างระบายอากาศ

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของท่าน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ขอบคุณที่มา: เพจ รับสร้างบ้านลำปาง ภาคเหนือ บริษัท ไนน์ตี้ไฟว์ คอนสตรัคชั่น ลำปาง จำกัด


ปล. งบประมาณในการสร้างบ้านแต่ละหลังที่แตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ก่อสร้าง คุณภาพหรือเกรดของวัสดุ การว่าจ้างช่างฝีมือหรือผู้รับเหมา ฯลฯ ดังนั้น ข้อมูลของบ้านหลังนี้จึงมีไว้เพื่อเป็นตัวอย่างให้ศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถนำไปเป็นมาตรฐานในการสร้างบ้านอื่นๆ ที่มีสภาพปัจจัยที่แตกต่างกันได้


บทความอื่นที่น่าสนใจ

เกษตรแปลงจิ๋ว 1 ไร่ เริ่มต้นใหม่ได้ 8 เดือน พื้นที่น้อยเน้นคุณภาพ!!

เกษตรแปลงจิ๋ว 1 ไร่ เริ่มต้นใหม่ได้ 8 เดือน พื้นที่น้อยเน้นคุณภาพ!!


เกษตรแปลงจิ๋ว คือ การทำเกษตรบนพื้นที่จำกัด โดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างรอบบ้าน ระเบียง ดาดฟ้า หรือแม้แต่ในกระถาง โดยใช้หลักวิชาการทางการเกษตรอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย

เกษตรแปลงจิ๋วเป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น มีพื้นที่ทำการเกษตรน้อยลง ประกอบกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและอาหารปลอดภัยที่ทวีความรุนแรงขึ้น เกษตรแปลงจิ๋วจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

ประโยชน์ของการทำเกษตรแปลงจิ๋ว

       ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษและสิ่งแวดล้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองและส่งเสริมให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม

หลักการทำเกษตรแปลงจิ๋ว

  • เลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์
  • เตรียมดินให้เหมาะสมกับพืชหรือสัตว์ที่จะปลูกเลี้ยง
  • เลือกพันธุ์พืชหรือสัตว์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศ
  • ดูแลรักษาพืชหรือสัตว์อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างการทำเกษตรแปลงจิ๋ว

  • การปลูกผักสวนครัว เช่น คะน้า ผักบุ้ง แตงกวา มะเขือเทศ โหระพา
  • การปลูกดอกไม้ เช่น ดาวเรือง บานชื่น เยอบีร่า
  • การปลูกไม้ประดับ เช่น ต้นกระบองเพชร ต้นเฟิร์น ต้นหมากเหลือง
  • การเพาะเห็ด เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดหอม เห็ดนางรม
  • การเลี้ยงปลา เช่น ปลานิล ปลาทับทิม ปลาดุก
  • การเลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อ

เกษตรแปลงจิ๋วเป็นแนวทางการทำเกษตรที่สามารถทำได้ง่าย เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหาร และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับตนเองและครอบครัว

ที่มา : Youtrube ชาวสวน ยุคใหม่


บทความอื่นที่น่าสนใจ