พาเที่ยว! วัดถ้ำผาแด่น อันซีนวัดสวยบนเนินเขา สวรรค์บนดิน จังหวัดสกลนคร

พาเที่ยว! วัดถ้ำผาแด่น อันซีนวัดสวยบนเนินเขา สวรรค์บนดิน จังหวัดสกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น

วัดถ้ำผาแด่น


วัดถ้ำผาแด่นเป็นวัดที่มีบรรยากาศคงความเป็นธรรมชาติสงบสงัดสะอาดสมเป็นสถานที่ขัดเกลาจิตใจมีสิ่งปลูกสร้างสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวเนื่องในศาสนาให้ได้สักการะกราบไหว้สวยงามเข้มขลัง




วัดถ้ำผาแด่น ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน บ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 17 กม. เป็นอีกหนึ่งใน สถานที่ที่ห้ามพลาดของสกลนคร ที่งดงามด้วยงานแกะสลักบนหน้าผาหินที่มีเอกลักษณ์วิจิตรศิลป์ สวยสดงดงามถ่ายทอดเรื่องราว พุทธประวัติ เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งในจังหวัดสกลนคร มีความเป็นมานับร้อยปี โดยมีชื่อตามทะเบียนสำนักพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2483

วัดถ้ำผาแด่น

สภาพธรรมชาติร่มรื่นมีต้นไม้ และโขดหินขนาดใหญ่ เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนา ซึ่งในอดีตได้มี พระเกจิอาจารย์ สายวิปัสสนาหลายองค์มาจำพรรษาปฏิบัติธรรม อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาจำพรรษาด้วย และเมื่อช่วงปี 2550 พระอาจารย์ปกรณ์ กนฺตวีโร เจ้าอาวาสคนปัจจุบัน ได้เข้ามาพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และพัฒนาเป็น สถานที่ท่องเที่ยว เชิงธรรมะ เพื่อดึงประชาชน และกลุ่มวัยรุ่นให้เข้าวัดมากขึ้น วัดตั้งอยู่บนภูเขาสูง ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น โดยมีการจัดพื้นที่ ให้สามารถชมทิวทัศน์และถ่ายรูป บริเวณศาลาผาแดงมองเห็นตัวเมืองสกลนครและทะเลสาบหนองหารได้แบบ 180 องศา

วัดถ้ำผาแด่น

จุดที่โดดเด่นสวยงามมาก เป็นองค์พญานาคปรกขนาดใหญ่ ที่เห็นวิวเขาสวยงามด้านหลังเป็นสีฟ้าของท้องฟ้าและสีเขียวของต้นไม้ กับองค์พระที่ตัดแสงสีสวยงาม

วัดถ้ำผาแด่น

ส่วนไฮไลท์ของ วัดถ้ำผาแด่น นั้นมีเยอะแยะมาก ไม่ว่าจะเป็น งานประติมากรรมแกะสลักหินทรายขนาดใหญ่ ภาพแกะสลักหินทรายพระพุทธสีหไสยาสน์ สวนดอกไม้และต้นไม้ต่างๆ องค์พญานาคปรกขนาดใหญ่ ที่มีรูปปั้นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ใต้เศียรพญานาค พร้อมถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเช็คอินกันเลยครับ

ขอบคุณภาพประกอบบทความจาก | Facebook H R พาเที่ยว




บทความอื่นที่น่าสนใจ

เที่ยว! เขื่อนลําปาว จุดชมวิวสวยพักผ่อนยามเย็น จังหวัดกาฬสินธุ์

เที่ยว! เขื่อนลําปาว จุดชมวิวสวยพักผ่อนยามเย็น จังหวัดกาฬสินธุ์

เขื่อนลําปาว

เขื่อนลําปาว


เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดินซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยาง มีบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด



ตั้งอยู่ตำบลลำปาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2506 สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อนมีการขุดทางเชื่อมระหว่างอ่างเก็บน้ำทั้งสองทำให้สามารถเก็บน้ำได้ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงช่วยบรรเทาอุทกภัยและใช้ประโยชน์ทางการเกษตรเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และมีหาดดอกเกดเป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชน

เขื่อนลําปาว

ไฮไลท์จุดเช็คอิน

  • หาดดอกเกด เล่นบานาโบ้ท เจทสกี เล่นน้ำ ที่นั่งชิลหลบร้อน
  • จุดชมวิวสันเขื่อน วิวมุมสูง ชาวประมงหาปลา
  • จุดผันน้ำ มีลำธารร้านค้าขายอาหารอีสานแซ่บๆ
  • น้ำตกหาดแม่ยาง ลำธารลับๆสงบเงียบ
  • สะพานเทพสุดา
  • แหลมโนนวิเศษ จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ล่องแพ

ข้อมูล เขื่อนลําปาว กาฬสินธุ์

  • ที่อยู่ : ตำบลลำคลอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/g7PjAGafBEkXq5dr6
  • เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

ขอบคุณรูปภาพสวยๆ จาก  Facebook/สายันต์- ก้อย เพชรรัตน์


บทความอื่นที่น่าสนใจ

พาเที่ยว! วัดวังคำ วิจิตรงามล้ำสถาปัตยกรรมล้านช้าง จังหวัดกาฬสินธุ์

พาเที่ยว! วัดวังคำ วิจิตรงามล้ำสถาปัตยกรรมล้านช้าง จังหวัดกาฬสินธุ์

วัดวังคำ


เมื่อเราพูดถึงจังหวัด กาฬสินธุ์ นั้น ด้านสถานที่ท่องเที่ยวนั้นจัดได้ว่าเป็นลอง จังหวัดอื่นๆ แต่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว บ้างสถานที่ที่จัดได้ว่า สวยไม่เป็นรองจังหวัดไหนเลย ซึ่งในวันนี้เราจะพา ทุกท่านมาชมอีกหนึ่งวัดสวย ในจังหวัดกาฬสินธุ์กันครับ นั้นก็คือวัดวังคำ วัดไทยที่จำลองแบบจาก วัดเชียงทอง ในหลวงพระบางมาเป็นต้นแบบ มากาฬสินธุ์ทั้งที ต้องไม่พลาดครับ

วัดวังคำ

    วัดวังคำ ตั้งอยู่บ้านนาวี ตำบลสงเปลือย เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยชาวบ้านนาวีและหมู่บ้านใกล้เคียง ประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเขตวิสุงคามสีมาแก่วัดวังคำ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2545 สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของวัดวังคำ ได้แก่ “สิมไทเมืองวัง” คือพระอุโบสถรูปทรงศิลปะล้านช้างที่มีความอ่อนช้อยงดงาม โดยพระอุโบสถมีหลังคามุข 3 ชั้น มีฉัตรตรงกลาง 9 ยอด หลังคาโค้งยาวลงมา ผนังด้านหลังพระอุโบสถมีรูปต้นโพธิ์ลวดลายประดับด้วยกระจกสีมีความงดงามมาก ลักษณะคล้ายกับวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)



    ต่อมาในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (12 สิงหาคม พ.ศ. 2547) ประดิษฐานที่หน้าบันสิมไทเมืองวัง นอกจากนี้ยังมีเจดีย์สีทององค์ใหญ่กลางวัด รูปแบบเดียวกับเจดีย์พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ส่วนศาลาการเปรียญด้านในเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงปู่วังคำ” พระประธานศิลปะล้านช้าง และยังมีธรรมมาสน์ไม้ฝีมือช่างอันวิจิตรงดงามให้ได้ชม วัดวังคำนับเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมศิลปะแบบล้านช้างให้ได้ชมอย่างหลากหลาย

วัดวังคำ

การเดินทางไปวัดวังคำ

วัดวังคำตั้งอยู่ที่ บ.นาวี ต.สงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ไม่มีรถสาธารณะไปถึง หากไม่ได้เดินทางโดยรถส่วนตัวนักท่องเที่ยวต้องเหมารถให้ไปส่ง




บทความอื่นที่น่าสนใจ

พาเที่ยว! วัดภูทอก วัดเจติยาคีรีวิหาร มนต์เสน่ห์ความศรัทธา จังหวัดบึงกาฬ

พาเที่ยว! วัดภูทอก วัดเจติยาคีรีวิหาร มนต์เสน่ห์ความศรัทธา จังหวัดบึงกาฬ

วัดภูทอก





วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ตั้งอยู่ที่บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 43210 มีฐานะเป็นวัดราษฎร์ โดยมี พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งคำว่าภูทอก ในภาษาอีสานนั้น แปลว่า ภูเขาโดดเดี่ยว ที่นี่จะมีภูเขาอยู่ 2 ลูก ด้วยกัน คือ ภูทอกใหญ่ และ ภูทอกน้อย ส่วนที่สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่จะอยู่ห่างออกไป และยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกันครับ

วัดภูทอก

วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬที่มีความสวยงาม เป็นธรรมชาติ และเรียกได้ว่าน่าอัศจรรย์ วัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งต้องใช้ความอุตสาหะในการดั้นด้นขึ้นไปแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้อยู่โดยตลอด

วัดเจติยาคีรีวิหาร

วัดเจติยาคีรีวิหาร

วัดภูทอก

สำหรับจุดเด่นของ วัดภูทอกนั้นก็คือ สะพานไม้ และบันไดรอบๆ ภูทอก ที่จะใช้แค่เพียงบันได วนไปมา ซึ่งมีทั้งหมดกว่า 7 ชั้น ใช้เวลาสร้างนานถึง 5 ปี โดยบันไดแต่ละชั้นจะแตกต่างกันไป จากชั้น 3 ถึง ชั้น 6 จะสามารถเดินเวียนรอบได้ ส่วนชั้นที่ 5 ถึง ชั้น 7 จะจัดให้เป็นแดนสวรรค์ กันเลยทีเดียว

วัดภูทอก

ข้อมูล วัดภูทอก
ที่อยู่ : บ้านคำแคน ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ
พิกัด : https://goo.gl/maps/eb13fwajE5dZnTdx6
เปิดให้เข้าชม : 08.30-17.00 น.

ขอบคุณภาพประกอบบทความจาก | Facebook ลุง นักเดินทาง , Pongsiri Thammarat, อรัญญา ฤทธิเดช, www.esanbanna.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ

7 ข้อควรรู้!! ก่อนออกจากงานเพื่อมาทำเกษตร สำหรับมือใหม่

7 ข้อควรรู้!! ก่อนออกจากงานเพื่อมาทำเกษตร สำหรับมือใหม่

7 ข้อควรรู้!! ก่อนออกจากงานเพื่อมาทำเกษตร



1. ไม่มีหนี้

แน่นครับ การที่เราจะตัดสินใจกลับบ้านเริ่มต้นทำเกษตรนั้น สิ่งแรกๆเลยที่เราควรพิจารณาเป็นอันดับต้นๆเลยก็คือ เรื่องหนี้ครับ ควรจะไม่มีหนี้สินที่ต้องจ่ายรายเดือนมากนัก เพราะการทำเกษตรนั้นแน่นอนช่วงแรกๆที่เราทำนั้นอาจจะยังไม่ได้ผลผลิตที่มากพอที่จะขายเพื่อมาใช้หนี้ได้ ทางที่ดีความไม่มีหนี้และควรมีเงินเก็บเพื่อใช้จ่ายและลงทุนช่วงแรกๆด้วยครับ

2. บ้านต่างจังหวัดมีที่ทาง

สำหรับคนที่คิดจะออกจากงานประจำเพื่อมาทำเกษตรนั้นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งนั้นก็คือ พื้นที่สำหรับทำการเกษตรครับ สำหรับคนต่างจังหวัดนั้นส่วนใหญ่จะมีพื้นที่กันอยู่แล้วไม่มากก็น้อยครับ จะเป็นที่นาหรือจะเป็นที่ไร่ก็ตาม ถือว่าได้เปรียบไปเกินครึ่งแล้วไม่ต้องมาหาเงินซื้อที่ใหม่และที่ทุกวันนี้ก็แพงมากๆ ครับ หรือแม้แต่เช่าที่มันก็ต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเหมือนกันครับ อาจจะต้องจ่ายเป็นรายปี พูดถึงกรณีที่เรามีที่ทางแล้ว ก็ควรวางแผนเกินกับให้ดี ว่าเราจะทำเกษตรแนวไหน อันไหนที่เริ่มได้ก่อนช่วงที่เราไม่ออกจากงานประจำ ถ้าทำได้ก็ควรทำก่อน เช่น การปลูกต้นไม้ กรณีที่จะทำสวน และการวางระบบน้ำ เป็นต้น พอเรากลับบ้านเราก็จะได้สานต่อได้เลยโดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้งครับ

3. ทำเกษตรต้องมีใจรักในงานเกษตร

แน่นอนครับไม่ว่าเราจำทำอาชีพอะไรก็ตามอันดับแรกเลยนั้นเราต้องมีใจรักในอาชีพนั้นๆ ครับซึ่งเป็นพื้นฐานอันดับแรกเลย เพราะถ้าเกิดใจไม่รักเราอาจจะทำได้ไม่นานและถอดใจเลิกไปในที่สุดได้ครับ แต่ถ้าเรารักในสิ่งที่ทำเราก็จะมีความมุ่งมั่งที่จะเอาชนะปัญหาต่างๆที่เข้ามาหาเราได้อย่างสบายๆครับ

4. วางแผนทำงานการเกษตรที่จะทำให้ดี คิดให้ทุกด้าน ทั้งด้านบวกและด้านลบ

สำหรับมือเก่ารุ่นพ่อรุ่นแม่เราที่อยู่ตามต่างจังหวัดนั้นอาจจะไม่มีปัญหามากนักกับเรื่องนี้ แต่สำหรับมือใหม่นั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าสำคัญมากครับ เพราะการทำการเกษตรนั้นถ้าเราไม่วางแผนให้ดีนั้นเราอาจจะเจอปัญหาได้ในหลายๆเรื่องได้ และเราจำเป็นที่จะต้องรูเเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการทำเกษตรด้วย ยกตัวอย่างเช่น

    • รู้จักดินหรือพื้นที่ที่เราจะทำการเกษตร
    • รู้จักสภาพอากาศในเขตหรือโซนที่เราอยู่
    • รู้จักสภาพน้ำที่ใช้รดต้นไม้หรือพืชผักในสวน
    • รู้จักต้นไม้ที่จะปลูก
    • รู้จักช่วงเวลาปลูก
    • รู้วิธีการปลูกและวิธีการดูแลในแต่ละระยะการเจริญเติบโต
    • รู้จักการทำการตลาดเมื่อมีสินค้าเกษตรที่ต้องขายหรือแบ่งปัน

5. ควรมีการทำปุ๋ยไว้ใช้งานเอง

จะปลูกอะไรขายก็ให้พยายามทำปุ๋ยเอง น้ำหมัก ยา ต่างๆ เพราะถ้าเราซื้อปุ๋ยหรือยา นั้นมันมีต้นทุนที่สูงมากๆ เมื่อเทียบกับการขายสินค้าด้านการเกษตร และที่สำคัญปุ๋ยอินทรีย์มันมีราคาและมีคุณค่าในตัวอยู่แล้ว ปลอดภัยไร้สารเคมี

6. ระวังหลุมเกษตร

ระวังหลุมเกษตร หมายถึงอะไร สำหรับหลุมที่ว่านี้ก็คือ เทรนต่างๆ เกี่ยวกับการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ สัตว์เลี้ยง ครับ ของบางอย่ามาไวไปไว เราเองอาจจะตามไม่ทันเขาครับ ขอยกตัวอย่างเช่น กล้วยใบด่าง หรือ การเลี้ยงกุ้งก้ามอดง เป็นต้นครับ ยังมีอีกมากกมายครับ อย่าตามคนอื่นมากนัก อย่าปลูกตามๆกัน อย่างเลี้ยงตามๆกัน เอาที่พื้นถิ่นเราต้องการถึงจะขายง่าย หนู ปลาไหล ไก่บ้าน นี่ขายง่ายมาก ขายไม่ได้ยังกินเองได้ 555

7.เทคโนโลยี่ครับ

การทำเกษตรสมัยใหม่นั้นบางอย่างเราก็อาจจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยี่สมัยใหม่บ้างเพื่อความสพดวกสบายมันช่วยเรา เพื่อเป็นสื่อขายสินค้าหรือแม้แต่การค้นหาความรู้อีกที

ข้อนี้สำคัญมาก การทำเกษตรต้องพอเพียง เราทำทุกอย่างแต่ลืมทำไว้กิน ก็ซื้อกินเช่นเดิม ซื้อให้น้อยที่สุดคับ สุดท้ายเวลามันจะบ่มเพาะประสบการณ์ให้เราเอง ว่าเราชอบอะไรแบบไหนปลูกอะไร เลี้ยงอะไร เริ่มที่เลี้ยงกิน… 2ปีแรกถ้าลดการซื้อกินได้ ปี 3 ก็เริ่มรู้ทางหารายได้แล้วคับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

เมนู “แกงอ่อมปลาดุก” ใส่ผักชีลาว รสจัดๆ สไตล์อีสาน

เมนู “แกงอ่อมปลาดุก” ใส่ผักชีลาว รสจัดๆ สไตล์อีสาน

แกงอ่อมปลาดุก

แกงอ่อมปลาดุก




สวัสดีครับ วันนี้เรามีเมนู แกงอ่อมปลาดุก เมนูอาหารอีสานพื้นบ้านชื่อดัง รสชาติสุดแซบๆ เข้มข้น หอมอร่อยจัดจ้านด้วยผักพื้นบ้าน ปลาดุกเนื้อนุ่มๆ หอมผักสมุนไพรต่างๆ หอมข้าวคั่ว อร่อยเข้ากันมาก สำหรับขั้นตอนการทำก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนักครับ มีผักอะไรก็ใส่ไปตามความชอบ แต่ที่ขาดไม่ได้คือผักชีลาว และ ใบแมงลักครับ เรามาขุ้นตยอนการเตรียมวัตถุดิบและขั้นตอนการทำกันครับ

ส่วนผสมที่ใช้ทำแกงอ่อมปลาดุก

  • ปลาดุกหั่น ประมาณ 1 ถ้วย
  • น้ำปลาร้า
  • ผักชีลาว
  • ต้นหอม
  • มะเขือพวง
  • มะเขือเปราะ
  • ใบแมงลัก
  • ใบชะพลู
  • แช่น้ำให้นิ่ม 2 ช้อนโต๊ะ หรือ จะใช้ข้าวคั่วก็ได้
  • พริกขี้หนูสด
  • ตะไคร้
  • หอมแดง
  • น้ำปลา
  • พงปรุงรส

วิธีการทำ

  • เริ่มจากเลือกปลาดุกที่สดใหม่ จากนั้นนำปลาดุกมาแช่น้ำเกลือสักพัก ประมาณ 10 นาที จากนั้นนำน้ำส้มสายชู มาล้างตัวปลาดุกให้หายเป็นเมือก จากนั้นนำปลาดุก มาผ่าพุงปลา แล้วนำขี้ปลาออกทิ้งไป จากนั้นนำปลาดุกมาหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ แล้วนำปลาดุกมาล้างน้ำให้สะอาด พักเตรียมไว้รอขั้นตอนต่อไป
  • เตรียมผักสมุนไพรต่างๆ นำมาล้างน้ำให้สะอาด นำมะเขือเปาะผ่าสี่ซีก แล้วแช่ในน้ำผสมเกลือป่น จะทำให้มะเขือเปาะสีไม่ดำ นำผักชีลาวมา เด็ดขนาด 2 นิ้ว และ นำใบแมงลักมาเด็ดใบ ต้นหอมมาหั่น เป็นท่อนขนาด 2 นิ้ว และผักอื่นๆ เตรียมไว้
  • เตรียมเครื่องปรุงรส แกงอ่อมปลาดุก ได้แก่ น้ำปลา น้ำปลาร้าต้มสุก ข้าวคั่ว พริกแกงอ่อม เตรียมไว้
  • เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ทำการ ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่าลงไป ใช้ไฟกลาง รอให้น้ำเดือด จากนั้นใส่พริกแกงอ่อมลงไป คนๆ ให้ละลายให้เข้ากัน รอจนน้ำเดือด ใส่ปลาดุกลงไป ตามด้วยปิดฝาหม้อ ต้มเคี่ยวเพื่อให้ปลาดุกสุกก่อน เมื่อปลาดุกสุกแล้ว จากนั้นใส่เครื่องปรุงรสลงไป ใส่น้ำปลา น้ำปลาร้า ข้าวคั่ว ลงไป คนๆ ให้เข้ากัน ตามด้วยมะเขือเปาะลงไป รอให้เดือดอีกครั้ง จากนั้นจึงใส่ผักชีลาวเด็ด ใบแมงลักเด็ดใบ ต้นหอมหั่นท่อนลงไป
  • คนๆ ให้ผักสมุนไพรต่างๆ จมลงในน้ำแกง จากนั้นปิดไฟ แล้วปิดฝาหม้อทิ้งไว้ เพื่อให้ผักสมุนไพรต่างๆ สุกหอม ใช้เวลาประมาณ 5 นาที พร้อมจัดเสิร์ฟ

แกงอ่อมปลาดุกหอมๆ รสชาติสุดแซบๆ เข้มข้น หอมอร่อยจัดจ้าน ปลาดุกเนื้อนุ่มๆ หอมผักสมุนไพรต่างๆ หอมข้าวคั่ว อร่อยเข้ากันมาก รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียว รสชาติสุดแซบๆ เข้มข้น หอมอร่อยจัดจ้าน ปลาดุกเนื้อนุ่มๆ หอมผักสมุนไพรต่างๆ หอมข้าวคั่ว อร่อยเข้ากันมาก

ขอบคุณที่มา : https://www.thai-thaifood.com , youtrube ครัวบ้านๆ Channel




บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

พืชสมุนไพรไล่แมลง ปลอดภัยไร้สารเคมี

พืชสมุนไพรไล่แมลง ปลอดภัยไร้สารเคมี

พืชสมุนไพรไล่แมลง

พืชสมุนไพรไล่แมลง


คนไทยรู้จักนำสมุนไพรในป่ามาใช้ประโยชน์มาเนิ่นนานหลายชั่วอายุคน สืบทอดกันมาเป็นภูมิปัญญาโบราณที่ทรงคุณค่า ต่อมามีการศึกษาวิจัยสมุนไพรในทางลึก สงผลให้เกิดการนำมาใช้ระโยชน์อย่างกว้างขวาง ความสำคัญของสมุนไพรมิใช่เพียงมีค่าต่อการส่งเสริมสุขภาพเท่านั้น หากแต่ยังมีประโยชน์ทางเกษตรกรรมอย่างมาก สามารถใช้ป้องกันและกำจัดโรค แมลง ศัตรูพืช ได้ดีไม่แพ้สารเคมีและยังมีข้อดีมากกว่าทั้ง ประหยัด และปลอดภัย ไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นการใช้สมุนไพรในการเกษตร น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบันและอนาคต



สมุนไพรแต่ละชนิดมีผลต่อศัตรูพืชต่างๆ กันออกไป เพื่อการนำมาใช่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงต้องศึกษารายละเอียด รู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้อง ของสมุนไพรแต่ละชนิดดังต่อไปนี้

ขี้เหล็ก

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : ด้วงถั่วเขียว ป้องกันและกำจัดแมลงในโรงเก็บ
  • วิธีใช้ : นำใบอ่อน 1 ขีด บดให้ละเอียดแล้วคลุกเมล็ดถั่วเขียวจำนวน 1 กก. สามารถป้องกันและกำจัดแมลงในโรงเก็บได้จำพวกแมลงปีกแข็ง ด้วง ต่างๆ

ข่า

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : แมลงวันทอง
  • วิธีใช้ : นำเหง้าแก่สดหรือตากแห้ง บดเป็นผงละเอียด แล้วแช่น้ำพอท่วมข่าค้างไว้ 1 คืน กรองด้วยผ้าขาวบางนำไปฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงวันทองไม่ให้มาวางไข่

ขิง

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : แมลงวันทอง
  • วิธีใช้ : นำเหง้าชิงแก่มาทบ หรือบดให้ละเอียด แล้วนำไปแช่น้ำ 1 ลิตร (น้ำ 1 ขวดโค้กลิตร) ค้างไว้ 1 คืน นำน้ำที่ได้จากการกรองเอากากออก ผสมกับน้ำสะอาดอีก น้ำครึ่งปี๊บ แล้วนำไปฉีดพ่นแปลงผักผลไม้

คูน

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม มอดแป้ง ด้วงต่างๆ
  • วิธีใช้ : นำฝักคูนมาบดให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำในอัตราส่วน ฝักคูน 1 กก. ต่อ น้ำหนึ่งปิ๊บ ทิ้งไว้ 3-4 วัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ แล้วนำไปฉีดพ่นในแปลงผัก สามารถฆ่าหนอนในแปลงผักผักได้

ดอกดาวเรือง

ดาวเรือง

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : เพลี้ยกระโดด เพลี้ยต่างๆ หนอนใยผัก หนอนกัดกินผัก แมลงหวี่ขาว แมลงวัน ด้วงต่างๆ
  • วิธีใช้: สำหรับดอกดาวเรืองนั้นสามารถนำมาใช้ได้หลายวิธี ดังนี้
    วิธีที่ 1.
    นำดอกดาวเรืองมาคั้น กรองเอาแต่น้ำ ให้ได้ปริมาณ 15 ลิตร(น้ำ1ใน 3 ของปิ๊บ) ใช้กำจัดหนอนในแปลงผัก หนอนกัดกินผัก แมลงหวี่ขาวได้ผลดี

    วิธีที่ 2. น้ำคั้นดอกดาวเรือง น้ำครึ่งปิ้บ ก่อนนำไปใช้ผสมน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อเป็นสารจับใบ ใช้กำจัดเพลี้ยต่างๆ ได้ผลดี
    วิธีที่ 3. ปลูกต้นดาวเรืองร่วมกับการปลูกพืชหลัก สามารถป้องกันหนอนและเพลี้ยต่างๆ





ตะไคร้

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : ใช้ในการดับกลิ่นเหม็น ไล่แมลง ยุง ไร
  • วิธีใช้ : นำตะไคร้ทั้งต้นมาบดหรือดำ จากนั้นนำไปวางบริเวณที่ต้องการกำจัดกลิ่น เช่น ตามมุมห้อง หรือตู้เสื้อผ้า ช่วยในการไล่แมลง และยุง จากบริเวณที่ต้องการได้

น้อยหน่า

น้อยหน่า

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยด่างๆ หนอนกัดกินผัก หนอนใยผัก ด้วงเต่าทอง แมลงวันทอง
  • วิธีใช้ : ใช้เมล็ดน้อยหน่าแห้ง 1 กก. ตำให้ละเอียด แล้วแช่น้ำครึ่งปั๊บ ทิ้งไว้ 1 วัน แล้วกรองเอาแต่น้ำก่อนใช้ผสมน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะ (1 ช้อนแกงทานข้าว) แล้วใช้ฉีดพ่นทุกๆ 7 – 10 วัน ช่วงเวลาเย็น

ตะไคร้หอม

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : แมลงสาบ หนอนกัดกินผัก หนอนใยผัก ไล่ยุง
  • วิธีใช้ : นำเหง้าและใบตะไคร้หอม มานเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วบดให้ละเอียดประมาณ 5 ขีด นำมาผสมน้ำครึ่งปี๊บ แช่ทิ้งไว้ 1วัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ ผสมสารจับใบเช่น สบู่หรือแชมพู ฉีดพ่นกำจัดหนอน

บอระเพ็ด

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : เพลี้ยกระดดสีน้ำตาล เพลี้ยต่างๆ หนอนกอ นอกจากนี้ยังสามารถกำจัดโรคข้าวตายพราย โรคยอดเหี่ยว โรคข้าวลีบได้อีกด้วย
    วิธีใช้:

    • วิธีที่ 1. ใช้เถาบอระเพ็ด 5 กก. สับเป็นชิ้นเล็กๆ ทุบให้แหลก แช่น้ำ 1 ปิ้บ แช่ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง แล้วเอาน้ำไปฉีดในแปลงเพาะกล้า
    • วิธีที่2. ใช้เถาบอระเพ็ด 1 กก. สับหว่านปนในแปลงเพาะกล้าขนาด 4 เมตร
    • วิธีที่ 3. ใช้ถาบอระเพ็ดตัดเป็นท่อนๆ ขนาด 5 นิ้ว ปริมาณ 10 กก. หว่านในนาข้าวพื้นที่ 1 ไร่ หลังปักดำหรือหว่านข้าวแล้ว 7 วัน และทำกครั้งหลังข้าวอาย 2 เดือน ใช้ควบคุมหนอนกอ และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

พริก

พริก

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : มด เพลี้ยอ่อน หนอนผีเสื้อกะหล่ำ ด้วงเต่า ด้วงต่างๆ แมลงในโรงเก็บ โรคใบด่าง ไวรัสโรคใบหดของผัก
  • วิธีใช้:
    • วิธีที่ 1. นำพริกแห้ง 1 ขีด ต้มในน้ำ 1 ลิตร ( 1ขวดโค้กลิตร ให้เดือด แล้วนำพริกมาตำให้ละเอียด แล้วนำไปละลายในน้ำที่ต้ม กรองเอาแต่น้ำ แล้วเดิมน้ำสะอาดลงไปอีก 1 ปี๊บ ก่อนจะนำไปใช้ผสมสารจับใบ เช่น น้ำสบู่ แชมพู สามารถฉีดพ่นได้ทุกๆ 7 วัน การนำไปใช้ควรทดลองแต่น้อยๆ ก่อน เพราะสารละลายที่เข้มข้นเกินไป จะทำให้ใบไหม้ หากพืชเกิดอาการดังกล่าว ให้ผสมน้ำ เพื่อให้เจือจาง ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะเวลาโดนผิวอาจเกิดแสบร้อนตามผิวหนังผู้ใช้
    • วิธีที่ 2. ใช้น้ำคั้นจากใบและดอกของพริก ไปฉีดพ่นก่อนที่จะมีการระบาของโรคใบด่าง โรคใบหดของผักต่างๆ สามารถป้องกันพืชก่อนเป็นโรคได้ดี

มะละกอ

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : โรคราสนิม โรคราแป้ง
  • วิธีใช้ : นำใบมะละกอมาหั่นประมาณ 1 กก. แล้วนำไปผสมกับน้ำ 1 ลิตร จากนั้นให้คั้นเอาน้ำ และกรองโดยใช้ผ้าขาวบาง แล้วเติมน้ำ 4 ลิตร เติมสบู่ลงไป 1 ช้อนกาแฟ ละลายให้เข้ากัน แล้วนำไปฉีดพ่น

ต้นยาสูบ

ยาสูบ

  • ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช : โรครา ด้วงต่างๆ หนอนกอ หนอนชอนในใบหรือชอนใบ หนอนผีเสื้อ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ และไรต่าง ๆ
  • วิธีใช้ : ใช้ยาสูบ 1 กก. ต่อน้ำ 2 ขวดโค้กลิตร แช่ไว้ 1 คืน กรองเอาแต่น้ำแล้วเดิมลงไปอีก 3 ปิ๊บ ฉีดพ่นอย่าให้ละอองยาถูกตัว ฉีดพ่นแล้ว 3-4 วัน จึงสามารถเก็บไปบริโภคได้

ที่มา : คุณลิขิต : KM Team อำเภอเมืองลพบุรี, https://www.sarakaset.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง เพิ่มพื้นที่ใช้งานสวยทันสมัย

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง เพิ่มพื้นที่ใช้งานสวยทันสมัย

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง


สวัสดีครับ วันนี้เรามีไอเดียดีๆมานำเสนอ ซึ่งเป็น ไอเดียชั้นวางของติดผนัง เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานสำหรับ สำหรับบ้านไหนที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดแล้วอยากเพิ่มพื้นที่ภายในบ้านให้กว้างขึ้น ซึ่งไอเดีย ชั้นวางของติดผนัง นอกจากจะทำให้บ้านมีพื้นที่กว้างขึ้นแล้ว ยังทำให้บ้านดูเป็นระเบียบมากขึ้นด้วย ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวม ไอเดียชั้นวางของติดผนัง เพิ่มพื้นที่ใช้งาน มารับชมได้เลยครับ

ที่มา : Pinterest

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง




ไอเดียชั้นวางของติดผนัง

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง

ไอเดียชั้นวางของติดผนัง



ไอเดียชั้นวางของติดผนัง

ชั้นวางของติดผนัง

ชั้นวางของติดผนัง



สำหรับไอเดียชั้นวางของติดผนังที่เรานำมาให้ดูเป็นแนวทางหวังว่าจะเป็นประโยชน์และเป็นไอเดียสำหรับผู้ที่กำลังทำที่วางของไม่มากก็น้อยครับ บ้านสวยทันสมัยพร้อมพื้นที่ใช้สอยเพิ้มขึ้น


หมายเหตุ: ทางเว็บ kasetbanna.com ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปลูกมะพร้าวน้ำหอม อีกหนึ่งอาชีพที่รายได้ไม่ธรรมดา

ปลูกมะพร้าวน้ำหอม อีกหนึ่งอาชีพที่รายได้ไม่ธรรมดา

ปลูกมะพร้าวน้ำหอม

ปลูกมะพร้าวน้ำหอม


ปัจจุบัน มะพร้าวน้ำหอม ยังคงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เนื่องจากทั้งเนื้อมะพร้าวอ่อน และน้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย นอกจากนี้ การปลูก การดูแลไม่ยุ่งยาก ประมาณ 2 ปีครึ่ง ก็สามารถเก็บผลผลิตขายสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูก ซึ่งมะพร้าวน้ำหอม จัดเป็นมะพร้าวกลุ่มต้นเตี้ย ล้าต้นมีขนาดเล็ก ใบสั้น กว่ามะพร้าวพันธุ์ ไทยทั่วไป อายุการออกจั่นจะเร็ว ในปีหนึ่ง ๆ จั่นจะทยอยออกประมาณ 15-16 จั่น หรืออาจ มากกว่านั้น ในแต่ละจั่นจะติดผลอยู่ระหว่าง 10-18 ผล ปัจจัยที่ทำให้มะพร้าวน้ำหอมให้ผลผลิต มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพดิน แหล่งน้ำ สภาพอากาศ และการดูแลรักษา ฯลฯ



การเลือกสภาพพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม

  • สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง การระบายน้ำในดินดี
  • ควรใกล้แหล่งน้ำ 3. ฝนตกกระจายสม่ำเสมอ
  • อุณหภูมิของอากาศอยู่ระหว่าง 20-29 องศา
  • ปริมาณแสงแดดเฉลี่ย 7.1 ชม./วัน

ระยะปลูก

พื้นที่ราบทั่วไป แบบสามเหลี่ยม แบบสี่เหลี่ยมด้านเท่า ระยะ 6.0 x 6.0 , 6.5 x 6.5 เมตร สภาพที่ลุ่มน้ำไม่ท่วมขัง ปลูกแบบยกร่อง ใช้ปลูกแบบแถวคู่ และแถวเดี่ยว ระยะ 6.0 x 6.0 , 6.5 x 6.5 เมตร ระยะหลุมควรห่างจากขอบร่องน้ำประมาณ 2 เมตร

การเตรียมหลุมปลูก

ควรเตรียมหลุมในช่วงฤดูแล้ง หากดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่้า ขนาดหลุมควรกว้าง 1.0 x 1.0 x 1.0 เมตร แยกส่วนหนำดินกับดินล่างออก ตากดินทิ้งไว้ 7 วัน ก้นหลุมอาจรอง ด้วยเปลือกมะพร้าวช่วยในกรณีที่โครงสร้างของดินโปร่ง ระบายน้ำเร็ว หรือปริมาณน้ำไม่ เพียงพอ นำส่วนของดินล่างผสมปุ๋ยคอก 1 ปีบ ผสมหินร็อคฟอสเฟต 200-500 กรัม คลุกเคล้าให้ทั่วใส่กลบลงในหลุมปลูกจนเกือบเต็ม ทิ้งไว้จนถึงฤดูปลูก

ปลูกมะพร้าวน้ำหอม

ขั้นตอนการ ปลูกมะพร้าวน้ำหอม

หน่อพันธุ์ควรตัดรากเดิมออกก่อนนำลงปลูกในหลุมที่ผสมดินใส่ไว้เกือบเต็ม ใช้ดิน ส่วนที่เหลือลงกลบหน่อพันธุ์ กดดินให้แน่นแต่ไม่ควรให้ดินกลบโคนหน่อ ซึ่งดินอาจรัดโคนหน่อ ทำให้การพัฒนาการเจริญเติบโตช้า

การดูแลรักษาสวนมะพร้าว

การใส่ปุ๋ย

  • ปีที่ 1  หลังปลูกมะพร้าวไปแล้ว 4 เดือน เริ่มให้ปุ๋ยครั้งแรก โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 , 12-12-17-2 อัตราต้นละ 1 กก. +แมกนีเซียม ซัลเฟต 200 กรัม ครั้งที่ 2 ใส่ในอัตราเดิมในช่วงปลายฤดูฝน
  • ปีที่ 2 ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ,12-12-17-2 อัตรา 2 กก./ต้น/ปี แมกนีเซียมซัลเฟต 300 กรัม/ต้น/ปี โดโลไมท์1 กก./ต้น/ปี
  • ปีที่ 3 ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21,12-12-17-2 อัตรา 3 กก./ต้น/ปี แมกนีเซียมซัลเฟต 400 กรัม/ต้น/ปี โดโลไมท์2 กก./ต้น/ปี
  • ปีที่ 4 ขึ้นไป ใส่ปุ๋ย 13-13-21, 12-12-17-2 อัตรา 4 กก./ต้น/ปี แมกนีเซียมซัลเฟต 500 กรัม/ต้น/ปี โดโลไมท์2 กก./ต้น/ปี

การใส่ปุ๋ยมะพร้าวน้ำหอม ให้แบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง หว่านปุ๋ยรอบ ๆ บริเวณทรงพุ่มพรวนดินตื้น ๆ กลบปุ๋ยรอบทรงพุ่ม (นอกจากนี้ ควรใส่เกลือแกง ให้มะพร้าว 1.5 กก./ต้น/ปี เพื่อเพิ่มธาตุคลอไรด์ช่วยให้มะพร้าวติดผลดี และมีเนื้อหนา-ค้าแนะนำนี้ใช้กับการปลูก มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมชุมพร-แต่ปรับใช้กันได้ )

การดูแลให้น้ำมะพร้าว

เป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมในฤดูแล้ง หากฝนทิ้งช่วงนานติดต่อกัน 1-2 เดือน ต้องมีการให้น้ำ

การกำกัดและควบคุมวัชพืชในสวน

ควรกำจัดวัชพืช จ้าพวกหญ้าคาและวัชพืชที่แย่งน้ำ แย่งอาหารอื่น ๆ บริเวณรอบโคนต้นให้หมด



การเพิ่มอินทรียวัตถุ

อินทรียวัตถุเป็นสิ่งจ้าเป็นเนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชที่ต้องการอินทรียวัตถุค่อนข้างสูง ควรใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ร่วมกับปุ๋ยเคมีอย่างน้อยปีละ ครั้ง หรือปีเว้นปี ขึ้นอยู่กับสภาพดินว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด

การเก็บเกี่ยว

โดยทั่วไปหากมีการดูแลรักษาสวนที่ดีให้ปุ๋ยอย่าง สม่ำเสมอ มะพร้าวจะออกจั่นเร็ว อายุประมาณ 3 ปีเศษ ก็เริ่ม ทยอยเก็บผลผลิตได้แล้ว มะพร้าวน้ำหอมจะเริ่มเก็บผลอ่อนได้ เมื่ออายุ 7 เดือน หรือประมาณ 190-200 วัน น้ำมะพร้าวใน ระยะนี้จะหวานและหอม เนื้อจะนุ่มเหมาะต่อการบริโภค

เนื่องจากมะพร้าวจะเริ่มให้ผลหลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 3-4 ปี ดังนั้น ในขณะที่ต้นยังเล้กอยู่ จึงควรปลูกพืช แซมระหว่างแถวมะพร้าวประเภทพืชที่มีอายุสั้น อาจเป็นพืชไร่ เช่น สับปะรด ถั่วต่าง ๆ หรือพืชผัก เช่น ฟักทอง แตงกวา แตงโม ข้าวโพดหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าหากมีผลพันธุ์ มะพร้าวจำนวนมาก ยังสามารถนำมาปลูกเป็นพืชแซม ระหว่างแถวของมะพร้าวโดยปลูกระยะชิดตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ภายในระยะเวลา 2-3 ปี ก็สามารถ ตัดยอดไปขายได้สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรประมาณ 100 บาท/ยอด ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่นิยมรับประทาน เนื่องจากมีรสชาติดีและปลอดภัยจากสารเคมี

ที่มา : บริหารแบบธรรมาภิบาล ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิต บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เป็นเมืองน่าอยู่ เคียงคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างค่านิยมเศรษฐกิจพอเพียง” สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาล ตำบลยางหล่อ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39180 โทร. 042-003255 โทรสาร. 042-003253




บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไหว้พระ วัดพุทธาวาสภูสิงห์ สุขกายสบายใจ ชมวิวมุมสูงยามเย็น จ.กาฬสินธุ์

ไหว้พระ วัดพุทธาวาสภูสิงห์ สุขกายสบายใจ ชมวิวมุมสูงยามเย็น จ.กาฬสินธุ์

วัดพุทธาวาสภูสิงห์

วัดพุทธาวาสภูสิงห์


ประวัติความเป็นมาของ วัดพุทธาวาส ภูสิงห์

  “วัดพุทธาวาส” มีสถานะเป็น “ที่พักสงฆ์” ห่างจากตัวจังหวักกาฬสินธุ์ 34 กิโลเมตร แต่เนื่องจากเป็นที่พักสงฆ์มาเป็นเวลานับ 100 ปีชาวบ้านจึงเรียกชื่อสถานที่แห่งนี้ตามความคุ้นเคยว่า “วัดภูสิงห์” วัดพุทธาวาสภูสิงห์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย นามว่า “พระพรหมภูมิปาโล” เป็นพุทธรูปองค์ใ์หญ่ขนาดหน้าตักกว้าง 10.50 เมตรความสูงรวม 17.80 เมตร สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2511 เป็นพระพุทธรูปมิ่งเมืององค์หนึ่งของชาวพุทธจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยการดำริสร้างของนายบุรี พรหมลกัขโณ อดีตผู้ว่า ราชการจงัหวดักาฬสินธุ์ได้รับความเมตตาให้คำปรึกษาจากพระสุขุมวาทเวที (สุข สุขโณ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และ ความเสียสละ ความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์



วัดพุทธาวาสภูสิงห์

วัดพุทธาวาสภูสิงห์ตั้งอยู่บ่นไหล่ภูสิงห์ มีความสูงจากระดับพื้นดิน ๑๔๖ เมตร และ สูงจากระดับน้ำทะเล ๓๔๖ เมตร สามารถมองเห็นภูมิทัศน์ในระยะไกลได้รอบด้าน, ด้านทิศตะวันออก สามารถมองเห็นภูค่าว ภูเป้ง ภูปอ ภูคุ้มข้าว และเป็นจุดชมตะวันรับอรุณที่สวยงาม, ด้านทิศใต้ สามารถมองเห็นชุมชนเทศบาลตำบลโนนบุรี และหมู่บ้านต่างๆเรียงรายเหมือนภาพงานศิลปะ, ด้านทิศตะวันตก สามารถมองเห็นเขื่อนลำปาว ภูคันโท สะพานเทพสุดา และเป็นจุดชมตะวันตกดินที่งดงามยิ่ง, ด้านทิศเหนื่อ สามารถมองเห็นเทือกเขาภูพานที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้า การเดินทางขึ้นบนยอดเขาสามารถขึ้นได้ ๒ ทาง คือ ทางบันไดสวรรค์จำนวน ๖๕๔ ขั้น และทางถนนลาดยาง ระยะทาง ๒ กิโลเมตร 

วัดพุทธาวาสภูสิงห์

ข้อมูล วัดพุทธาวาส ภูสิงห์

อ้างอิงแหล่งที่มาข้อมูลและรูปภาพประกอบ :Facebook สายันต์- ก้อย เพชรรัตน์




บทความอื่นที่น่าสนใจ