บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น หลังคาทรงปีกนก ดีไซน์สวยทันสมัย ไม่ตกเทรนด์

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น หลังคาทรงปีกนก ดีไซน์สวยทันสมัย ไม่ตกเทรนด์

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น


บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่มองหาบ้านที่ดูทันสมัย เรียบง่าย และดูแลรักษาง่าย บ้านสไตล์โมเดิร์นมักมีเส้นสายที่สะอาด รูปทรงเรขาคณิต และหน้าต่างบานใหญ่



วันนี้เราจะพามาชมบ้านสวย ๆ สไตล์โมเดิร์น อีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร

ผลงานของ |  สร้างบ้านสระบุรี
พิกัดก่อสร้าง | ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านหลังนี้มีหลังคาที่โดดเด่น เป็นทรงเพิงแหงนลาดเอียงไปด้านหลัง และมุงด้วยเมทัลชีท ฝ้าชายคาสีขาวแต่งขอบด้วยโทนขาวอมชมภู ตัวบ้านโทนน้ำตาล ตัดฐานขอบล่างด้วยสีเทา บริเวณใต้ชายคากรุทับด้วยไม้ฝาเฌอร่า

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ระเบียงด้านหน้าที่ต่อหลังคายื่นออกมา ปูพื้นด้วยงานไม้ รอบๆสร้างม้านั่งไว้ใช้เป็นที่พักผ่อน และล้อมรอบด้วยเหล็กดัดอีกที ต่อมาติดตั้งโคมไฟที่คานและเสาหน้าบ้าน ที่ต่างพร้อมต่อการใช้งาน

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ข้อดีของบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

  • เรียบง่าย ทันสมัย : เน้นเส้นสายที่เรียบง่าย รูปทรงเรขาคณิต เน้นการใช้งานจริง ดูแลรักษาง่าย
  • โปร่ง โล่ง สบาย : เน้นการใช้กระจกบานใหญ่ ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา
  • พื้นที่ใช้สอย : จัดสรรพื้นที่ได้ง่าย แยกโซนต่างๆ ได้ชัดเจน
  • ฟังก์ชั่นการใช้งาน : ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เน้นความสะดวกสบาย
  • ดีไซน์ : มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย

บัญชีราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน ปีงบประมาณ 2563  โดย ​กลุ่มออกแบบและก่อสร้าง สำนักอำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน >> https://www.yotathai.com/passadu/cost-build-63

ภายในของบ้าน เปิดประตูเข้ามาจะเห็นกับห้องโถงยาว จุดที่เหมาะสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อนร่วมกัน หรือรองรับแขกที่มาเยือน กระเบื้องปูพื้นที่มันวาว แลดูน่าสัมผัส ผนังฉาบเรียบทาสีขาวอย่างเรียบง่าย สำหรับฝ้าหลุมสีขาว  และติดตั้งโคมไฟที่ส่องแสงสว่างทั่วห้อง




ห้องครัวนั้นตกแต่งด้วยโทนสีขาว กระเบื้องพื้นลายไม้สีน้ำตาล มาพร้อมกับเคาน์เตอร์ครัว Built in ติดผนัง ตกแต่งด้วยกระเบื้องสีดำ พร้อมหน้าต่างระบายอากาศ ติดกันมีประตูทาง เข้า-ออก อีกทางไปยังโซนด้านหลังบ้าน

ห้องน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของบ้าน และห้องน้ำนี้ดูทันสมัย น่าเข้าใช้งาน ขนาดของห้องที่กว้างทั้งพื้น และผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยออกเป็นโทนสีขาวกับสีน้ำตาล จากนั้นติดตั้งสุขภัณฑ์ที่ครบครัน รวมถึงหน้าต่างระบายอากาศ

เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบผลงานจากทางทีมงาน รวยก่อสร้าง สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ย้ำเลยครับว่ามีบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับลูกค้าที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อ
ติดต่อสอบถาม หรือ จองคิวงานล่วงหน้า ได้ที่ โทร 0636191556


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไอเดีย บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม (a-frame-house) ดีไซน์สวยทันสมัย น่าค้นหา

ไอเดีย บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม (a-frame-house) ดีไซน์สวยทันสมัย น่าค้นหา

บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม

บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม


บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม (A-frame) หลังคาจั่วยกสูง ดีไซน์สวย น่าค้นหามาก ตัวบ้านเน้นการออกแบบเรียบง่าย ด้วยเลือกใช้โทนสีสว่างที่ดูแล้วสะอาดแบบคลีนๆ ตามแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีการผสมผสานกับงามงามของงานไม้ ซึ่งแต่ละห้องมีมีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน เรียกได้ว่าเป็นอีกบ้านที่น่าอยู่และน่าสร้างตามมาๆ



วันนี้มาเอาใจคนชอบ บ้านพักอาศัยชั้นเดียวทรงเอเฟรม  (A-Frame-House)  ซึ่งบอกได้เลยว่าสวยน่าอยู่มากๆ ครับ บ้านหลังนนี้เป็นบ้าน ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1  ห้องโถงรับแขก พื้นที่ใช้สอย: 174 ตารางเมตร  โดยใช้งบประมาณ 3.08 ล้านบาท บรรยากาศธรรมชาติน่าอยู่มากๆ ครับ ว่าแล้วไปดูกันเลยครับ

ที่มาและรูปภาพ : 338 รับสร้างบ้าน ร้อยเอ็ด

บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม

ลักษณะภายนอกของบ้านหลังนี้ มีหลังคาที่โดดเด่น เป็นทรงตัวเอ มุงด้วยเมทัลชีทและ หลังคาปูน ตัวบ้านโเน้นโทนสีขาว ถูกแต่งเสริมด้วยสีส้มที่สดใส และมีบัวเป็นสีขาวสว่าง พื้นของบ้านยกระดับเล็กน้อย มีคอนกรีตที่เทรอบๆตัวบ้าน เพื่อช่วยเสริมฐานให้แข็งแรง และง่ายต่อการทำความสะอาด

บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม

บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม

ทุกพื้นที่ของบ้านถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายในบ้านเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว โดยการออกแบบมีการคำนึงถึงทิศทางของแสงและเงา เพื่อทำให้บ้านดูสวยงาม มีเสน่ห์ น่าค้นหา ช่วยเพิ่มบรรยากาศใหม่ๆ เพื่อไม่ให้บ้านดูไม่จำเจ

บ้านสไตล์เอเฟรม

บ้านสไตล์เอเฟรม

เมื่อเรามองจากมุมสูงจะเห็นความโดดเด่นของหลังคาบ้านที่เป็นรุปทรงตัวเอ ที่เลือกใช้โทนสีดำตัวสีขาของตัวบ้าน อีกทั้งด้านหน้ายังเพิ่มความโดดเด่นด้วยระแหนงไม้หน้าบ้านสวยงามลงเป็นเป็นอย่างมาก

บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม





ตัวบ้านถูกออกแบบโดยการติดตั้งเป็นกระจกใส ซึ่งช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูสว่าง สามารถเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง แถมยังสามารถมองออกไปชมวิวสวยๆ ภายนอกบ้านได้อีกด้วย

ข้อดีของบ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรม

  • ก่อสร้างง่าย: บ้านสไตล์เอเฟรมมีโครงสร้างเรียบง่าย ใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน
  • ประหยัดงบประมาณ: วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างน้อย เหมาะกับผู้ที่มีงบจำกัด
  • ดูแลรักษาง่าย: หลังคาบ้านมีความลาดชัน น้ำฝนไหลลงได้ง่าย ช่วยป้องกันปัญหารั่วซึม
  • พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง: แม้จะเป็นบ้านชั้นเดียว แต่สามารถออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
  • เย็นสบาย: หลังคาสูงช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวก บ้านเย็นสบาย
  • กลมกลืนกับธรรมชาติ: บ้านสไตล์เอเฟรมมักออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เหมาะกับการพักผ่อน

โดยสรุปแล้ว บ้านชั้นเดียวสไตล์เอเฟรมเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาบ้านที่ก่อสร้างง่าย ประหยัดงบประมาณ ดูแลรักษาง่าย พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เย็นสบาย และกลมกลืนกับธรรมชาติ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก 338 รับสร้างบ้าน ร้อยเอ็ด
Line id : @338home
web : www.338house.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ ร่วมสมัยยกพื้นสูง ทันสมัยสวยงาม

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ ร่วมสมัยยกพื้นสูง ทันสมัยสวยงาม

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่


บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาบ้านที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่คือการใช้เส้นสายที่เรียบง่าย การออกแบบมักจะเรียบง่ายโดยไม่มีรายละเอียดที่ไม่จำเป็น ซึ่งช่วยให้บ้านดูสะอาดตาและทันสมัย คุณสมบัติทั่วไปอื่นๆ ของบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่




วันนี้เราได้มานำ บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ชั้นเดียวร่วมสมัยยกพื้นสูงสีสันสดใสสวยงาม  ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง พร้อมระเบียง ด้วยงบประมาณ 1.25 ล้านบาท ลักษณะตัวบ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว ตัวบ้านยกพื้นสูงเล็กน้อย หลังคาเลือกใช้เป็นแบบทรงปั้นหยามุงด้วยกระเบื้องสีน้ำตาล

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์
เรียบเรียง : kasetbanna.com

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ลักษณะตัวบ้านภายนอกนั้นเลือกใช้โทนสีชมพูอ่อนเป็นหลัก แต่งด้วยหินตกแต่งสีน้ำตาล และบัวปูนสีขาวเป็นลายเส้นตัดแต่งตัวบ้าน เลือกใช้ประตูไม้ขนาดใหญ่และหน้าต่างบานกระจกกรอบสีดำทันสมัย ตัวบ้านนั้นถูกยกสูงจากพื้น อีกทั้งยังเทพื้นปูรอบตัวบ้านเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษารอบบริเวณบ้านอีกด้วยครับ

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

เสาด้านหน้าตกแต่งด้วยกระเบื้องหินทรายสีน้ำตาล และโคมไฟประดับเพื่อเพิ่มความสว่างในช่วงเวลาค่ำคืน บันไดและพื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องสีชมพูอ่อนๆ ดูสบายตา ที่กั้นระเบียงทำเป็นม้านั่งปูด้วยกระเบื้องสีขาว บริเวณระเบียงด้านหน้าสามารถเป็นพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนและต้อนรับแขกได้ไปในตัว 

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

เข้าไปด้านในเป็นห้องโถงโล่งกว้าง แต่งฝ้าหลุม ประดับโคมไฟกลางห้อง ไฟดาวน์ไลท์ พร้อมไฟแอลอีดีสวยงาม ขวามือเป็นห้องนอน ส่วนประตูไม้เป็นห้องนอน

ข้อดีของบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

  • ความสวยงาม ทันสมัย : บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่มีดีไซน์ที่เรียบง่าย เน้นเส้นสายที่ชัดเจน รูปทรงเรขาคณิต ผสมผสานวัสดุหลากหลาย เช่น กระจก เหล็ก คอนกรีต ให้ความรู้สึกทันสมัย เหมาะกับยุคสมัย
  • พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง : บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่มักออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางไปจนถึงใหญ่
  • ฟังก์ชั่นครบครัน : บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่มักออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ครบครันทุกฟังก์ชั่น สะดวกสบายต่อผู้อยู่อาศัย
  • ดูแลรักษาง่าย : วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ส่วนใหญ่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย
  • กลมกลืนกับธรรมชาติ : บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่นิยมออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เน้นการรับแสงธรรมชาติ และระบายอากาศได้ดี
  • หลากหลายสไตล์: สามารถปรับแต่งรูปทรง วัสดุ สีสัน ให้เหมาะกับความชอบ



ห้องน้ำ นั้นปูด้วยกระเบื้องลายสีเทา  สุขภัณฑ์ภายในห้องเป็นสีขาว พร้อมปูกระเบื้องผนังสวยงาม

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ได้รับความนิยมเพราะทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง การออกแบบที่เรียบง่ายทำให้ดูแลรักษาง่าย และแผนผังชั้นเปิดช่วยให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนและความบันเทิง นอกจากนี้ วัสดุธรรมชาติยังช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเชื้อเชิญ

หากคุณกำลังมองหาบ้านที่ทั้งมีสไตล์และใช้งานได้จริง บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ที่สวยงาม

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่ ร่วมสมัย ขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ 160 ตรม.

บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่ ร่วมสมัย ขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ 160 ตรม.

บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่


บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่ เป็นการผสมผสานความลงตัวระหว่างความทันสมัย เรียบง่าย และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางไปจนถึงใหญ่




วันนี้เรามีไอเดีย แบบบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงรับแขก 1 ห้องครัวพร้อมมุมรับประทานอาหาร และพื้นที่จอดรถใต้ถุนด้านล่าง พื้นที่ใช้สอย 160 ตารางเมตร  ท่านที่ชอบบ้านสไตล์นี้ เชิญชมภาพตัวบ้านดูก่อนได้ครับ

ผลงาน | บจก.Home888Property รับสร้างบ้านเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง  

บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านหลังคาทรงปั้นหยาพร้อมเชิงชายสีน้ำตาลเข้ม ตัวบ้านใช้ผนังเรียบโทนสีครีม แต่งด้วยสีส้มและสีน้ำตาลเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวบ้าน เลือกใช้ประตูและหน้าต่างบานกระจกกรองแสง ช่วยกรองแสงแดดจากภายนอกที่จะเข้าไปด้านใน

บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่

พื้นเฉลียงปูกระเบื้องโทนสีเทาอ่อน ทำม้านั่งด้านข้างประตูทางเข้าสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหน้าบ้าน ด้านหน้าเป็นพื้นที่โล่งเป็นได้ทั้งโรงจอดรถและพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ปูกระเบื้องลายน้ำตาลสวยงามเข้ากับของพื้นผนังด้านล่าง

ตัวบ้านฝั่งนี้ยกพื้นสูง ประมาณ 80 CM ทาสีขอบพื้นผนังด้านล่างด้วยสีน้ำตาล ตัดแต่งด้วยบัวปูนสีส้ม เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวบ้าน

ห้องโถงรับแขกภายในบ้านสว่างโปร่งโล่ง ได้รับแสงจากบานกระจกของประตูและหน้าต่างรอบห้อง ใช้ผนังแบบเรียบโทนสีครีม ประดับโคมกลมขนาดใหญ่กลางห้องและไฟดาวน์ไลท์แสงสีขาวนวลเพิ่มความสว่างให้ทั่วถึง

บันไดทางขึ้นชั้นบนปูกระเบื้องโทนสีขาวลายเทาอ่อน ใช้บัวพื้นสีน้ำตาลธีมเดียวกับห้องด้านล่าง ทำราวจับด้านข้าง เพื่อความปลอดภัยในการขึ้นลง




จุดเด่นของบ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่:

  • ดีไซน์ทันสมัย: เน้นเส้นสายเรียบง่าย รูปทรงเรขาคณิต ผสมผสานวัสดุหลากหลาย เช่น กระจก เหล็ก คอนกรีต
  • พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง: แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างมักเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องรับแขก ห้องครัว โรงจอดรถ ชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ
  • โปร่งโล่ง สบาย: เน้นการออกแบบที่รับแสงธรรมชาติ และระบายอากาศได้ดี
  • ฟังก์ชั่นครบครัน: ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกในครอบครัว
  • หลากหลายสไตล์: สามารถปรับแต่งรูปทรง วัสดุ สีสัน ให้เหมาะกับความชอบ

อีก 1 ห้องนอนที่ออกแบบในสไตล์เดียวกันก็คือปูด้วยพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวผนังห้องมีสีขาวและใช้ผ้าม่านโทนสีน้ำตาลสำหรับหน้าต่างทั้งสองฝั่ง

ห้องน้ำ ทำช่องผนังสำหรับวางของใช้และของตกแต่ง ปรับไฟซ่อนด้านหลังกระจกช่วยประดับและส่องสว่าง

หากคุณกำลังมองหาบ้านที่สวยงาม ทันสมัย ฟังก์ชั่นครบครัน บ้านชั้นครึ่งสไตล์คอนเทมโพรารี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ช่องทางการติดต่อหรือinbox
บจก.Home888Property รับสร้างบ้านเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
โทรศัพท์ : 095-6969898, 081-0236332


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

แกงสายบัวใส่ปลาทู สไตล์อีสาน (ไม่ใส่กะทิ)

แกงสายบัวใส่ปลาทู สไตล์อีสาน (ไม่ใส่กะทิ)

แกงสายบัวใส่ปลาทู

สวัสดีค่ะวันนี้แอดมีเมนูแซ่บๆ  มาฝากค่ะ นั่นคือเมนู แกงสายบัวใส่ปลาทู แบบอีสาน ที่มีรสชาติ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด ด้วยรสชาติของสมุนไพร และน้ำปลาร้า ที่ทำให้หลายๆ คนติดใจในรสชาติ  และแถมยังเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย สายบัวถือเป็นผักหาทานได้ไม่ยาก  ยิ่งแถวชนบทด้วยแล้วยิ่งหาทานสายบัวได้ง่าย เพราะเป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยมาเนิ่นนานนั่นเอง

สรรพคุณและประโยชน์ของสายบัว

ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (สายบัว) ดอกช่วยแก้ไข้ตัวร้อน (ดอก)  ช่วยแก้อาการร้อนใน (ดอก) ก้านบัวสายมีรสจืดและเย็น ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย (ก้านบัว)  สายบัวมีเบตาแคโรทีน ซึ่งช่วยป้องกันและต้านโรคมะเร็งในลำไส้

ประโยชน์ของปลาทู

  • โปรตีนสูง ในเนื้อของปลาทูนั้น อุดมไปด้วยโปรตีนมากมาย ซึ่งโปรตีนจากเนื้อปลาทูจะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง และ สุขภาพดี
  • ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ในปลาทูนั้นมีไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 ไอโอดีน และกรดไขมัน DHA ที่ช่วยในเรื่องของความจำ การพัฒนาของระบบประสาทและสมอง และ ช่วยบำรุงสายตา

เราจะเห็นได้ว่าทั้งในสายบัว และปลาทูนั้นมีประโยชน์มากมาย ถ้าเช่นนั้นเราก็มาลงมือทำและเตรียมวัตถุดิบเมนู แกงสายบัวใส่ปลาทู กันค่ะ

วัตถุดิบ

  • สายบัวปลอกเปลือกแล้ว หั่นเป็นท่อนๆ
  • ปลาทูนึ่ง ( แกะก้างแล้ว )   4 ตัว
  • มะขามเปียก
  • น้ำสะอาด
  • น้ำปลาร้า
  • น้ำปลา
  • ผงชูรส
  • พริกขี้หนู
  • หัวหอมแดง
  • ต้นหอม
  • ใบแมงลัก

วิธีการทำ

  • เริ่มจาก ล้างสายบัวให้สะอาด แล้วพักไว้ก่อน จากนั้นแกะก้างปลาทู เรียบร้อยเสร็จแล้วพักไว้ *** ถ้าไม่แกะก้างปลาทู ก็ได้ สามารถใส่ได้ทั้งตัวได้เลย ***
  • โขลกพริก กับ หัวหอมแดง แค่พอแหลก พักไว้ แล้วล้างต้นหอม ให้สะอาด ตัดรากออก แล้วหั่นเป็นท่อน
  • จากนั้นก็ล้างใบแมงลัก แล้วเด็ดใบให้เรียบร้อย เสร็จ นำหม้อตั้งไฟกลางๆ ใส่น้ำสะอาดลงไป รอให้น้ำเดือดแล้วจึงใส่พริกแกงลงไป
  • เสร็จแล้วตามด้วยสายบัวที่เตรียมไว้ ใส่ลงไปในหม้อรอให้สายบัวสุกและยุบตัวลง
  • แล้วจึงปรุงรสชาติด้วย น้ำปลาร้า น้ำปลา มะขามเปียก หรือ น้ำมะขามเปียก ผงชูรส คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติ
  • จากนั้นจึงใส่ปลาทูตามลงไป รอให้เดือนประมาณ 3 นาที ให้ปลาทูสุก
  • เสร็จแล้ว จึงใส่ต้นหอมหั่นท่อน และ ใบแมงลัก ลงไปคนให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ
  • ตักใส่ถ้วย พร้อมรับประทาน จะเป็นข้าวสวย หรือ ข้าวเหนียวตามสะดวกเลยจ้า

ข้อมูลอ้างอิง : medthai.com, www.sarakaset.com
เรียบเรียง : นงนุช




บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ปลาดุกต้มน้ำปลาร้า เมนูอีสาน

ปลาดุกต้มน้ำปลาร้า เมนูอีสาน

ปลาดุกต้มน้ำปลาร้า

ปลาดุกต้มน้ำปลาร้า


 สวัสดีค่ะวันนี้แอดมีเมนูเกี่ยวกับปลามาให้ลองทำทานกันค่ะ เป็นเมนูที่ทำง่าย ๆ  ไม่ยุ่งยากส่วนผสมน้อยเครื่องปรุงยิ่งน้อยเข้าไปอีก นั่นก็คือ  เมนูปลาดุกต้มน้ำปลาร้า แบบอีสาน กันค่ะ ซึ่งเมนูปลาดุกต้มน้ำปลาร้า นั้นเป็นเมนูที่นิยมทำทานเป็นอาหารพื้นบ้านทางภาคอีสานของเรา ที่มีรสชาติ นัว แซ่บ หอมน้ำปลาร้า และสมุนไพรจำพวกข่าตะไคร้ ใบมะกูด และหัวหอมแดง ซึ่งถ้าใครได้ลองทานแล้วรับรองว่าจะติดใจกันอย่างแน่นอนค่ะ

 ประโยชน์ของปลาดุก ปลาดุกเป็นปลาที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ มีปริมาณแคลอรีและไขมันต่ำ ธาตุปรอทต่ำ มีทั้งวิตามินบี 12 โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6  ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ปลาดุกมีคุณค่าทางโปรตีนในปริมาณที่สูง เนื้อปลา 100 กรัม จะประกอบขึ้นด้วยโปรตีนเป็นจำนวน 23 กรัม การรับประทานปลาดุก มีผลดีต่อสถานะของหลอดเลือด สามารถลดระดับคลอเลสเตอรอล ได้แม้ว่าจะมีไขมันอยู่มากก็ตาม ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อกระดูก และยังสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น สามารถควบคุมกระบวนการเผาผลาญ ทำให้กระบวนการย่อยอาหารเป็นปกติ

 เมื่อเรารู้ว่าประโยชน์ของปลาดุกกันแล้ว เรามาลงมือทำกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

  • ปลาดุกหั่น
  • น้ำสะอาด
  • น้ำปลาร้า
  • ผงชูรส
  • ข่า
  • ตะไคร้หั่น
  • ใบมะกรูด
  • หัวหอมแดง
  • พริกขี้หนู
  • ต้นหอม
  • ผักชี
  • เกลือป่น สำหรับล้างปลาดุก 1 ช้อนโต๊ะ

** สำหรับคนชอบทาน รสจัด ให้เตรียม พริกป่น น้ำมะนาว ไว้สำหรับปรุงรสชาติเพิ่มเติม **

วิธีการทำ

  • เริ่มจากทำความสะอาดปลาดุกให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ
  • เสร็จแล้วให้นำเกลือป่นลงไปคลุกที่ปลาดุกเพื่อลดกลิ่นคาวและเมือกของปลาดุก เสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ก่อน
  • จากนั้นให้ล้าง ข่า และ ตะไคร้ ให้สะอาด เสร็จแล้วให้หั่นเฉียงๆ เตรียมไว้
  • แล้วตามด้วยหัวหอมแดง ปอกเปลือกแล้วทุบเตรียมไว้
  • ล้างใบมะกรูด ให้สะอาด แล้วฉีกออกจากก้าน พักไว้
  • ล้างพริกขี้หนูให้สะอาด แล้วเด็ดก้าน เตรียมไว้
  • ล้างต้นหอม และ ผักชี ให้สะอาด เสร็จแล้วหั่นซอย เตรียมไว้
  • จากนั้นให้เตรียมหม้อ ตั้งไฟกลางๆ เทน้ำสะอาดลงไปในหม้อ รอให้น้ำเดือด
  • เสร็จแล้วจึงใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หัวหอมแดงและพริกขี้หนูลงไป
  • ต้มจนมีกลิ่นหอมของสมุนไพร จึงใส่น้ำปลาร้าลงไป รอให้เดือดอีกครั้ง
  • แล้วจึงตามด้วย ปลาดุกที่หั่นเตรียมไว้ลงไป ต้มจนปลาดุกสุก
  • จึงใส่ผงชูรสลงไป คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามที่ต้องการ
  • เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชีซอย ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พร้อมรับประทาน

เรียบเรียงโดย : นงนุช ,www.sarakaset.com





บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

แกงไก่บ้านใส่ฟัก แกงอีสาน

แกงไก่บ้านใส่ฟัก แกงอีสาน

แกงไก่บ้านใส่ฟัก

ถ้าให้พูดถึงอาหารอีสานเชื่อว่าทุกคน ต้องชื่นชอบในรสชาติที่แซ่บ อร่อย ถึงใจอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นส้มตำปลาร้า ตำลาว ตำซั่ว ตำป่า แกงเห็ด แกงหน่อไม้ แกงอ่อมต่างๆ แกงไก่บ้านใส่ฟัก และเมนูอีสานอีกมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะมาทำแกงไก่บ้านใส่ฟัก กันค่ะ แกงไก่บ้านใส่ฟัก เป็นเมนูบ้านๆที่หาวัตถุดิบไม่ยาก เครื่องปรุงน้อย ทำแล้วอร่อยแน่นอน เรามาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ




เตรียมวัตถุดิบ

  • ไก่บ้าน
  • ฟัก
  • พริกขี้หนู
  • หัวหอมแดง
  • ตะไคร้ หั่นซอย
  • ใบแมงลัก
  • ใบมะกรูด
  • ต้นหอม
  • น้ำสะอาด

เครื่องปรุง

  • น้ำปลา
  • น้ำปลาร้า
  • ผงชูรส ( ผงนัว )

ขั้นตอนและวิธีทำ

  • แล่ไก่ออกเป็นชิ้นๆ สับตามขนาดที่ต้องการ แล้วล้างน้ำให้สะอาด
  • ใส่เกลือลงไปในไก่บ้าน คลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อเป็นการลดกลิ่นความของไก่บ้าน ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เสร็จแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ปอกเปลือกฟัก หั่นฟักให้เป็นชิ้นๆ ขนาดพอดี แล้วล้างน้ำให้สะอาด เสร็จแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ล้างใบแมงลักให้สะอาด แล้วเด็ดใบออกมา เสร็จแล้วพักไว้
  • ล้างใบมะกรูด ให้สะอาด แล้วฉีกครึ่งเอาแกนกลางออก เสร็จแล้วพักไว้ ล้างต้นหอมให้สะอาด ตัดราก แล้วหั่นเป็นท่อนๆ เสร็จแล้วพักไว้
  • โคลกพริก , หัวหอมแดง , ตะไคร้หั่นซอย ,โคลกทุกอย่างให้เข้ากัน ละเอียดพอประมาณ  เสร็จแล้วพักไว้

วิธีทำ

ตั้งหม้อ เปิดไฟกลางๆ ใส่น้ำลงไปในหม้อ 1ทัพพี ( น้ำล้างครก ) แล้วตามด้วย ใส่พริกที่โคลกเตรียมไว้แล้วตามลงไป ผัดให้เข้กัน และเริ่มมีกลิ่นหอมของพริกแกง  จากนั้นก็เริ่มใส่ไก่บ้านลงไปในหม้อ รวนไก่บ้านให้สุกประมาณหนึ่ง ตามด้วยน้ำปลาร้า 2 ทัพพี ผัดให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอมของน้ำปลาร้า แล้วจึงเติมน้ำสะอาดส่วนที่เหลือลงไปในหม้อทั้งหมด  ปิดฝาหม้อ ต้มจนไก่สุก แล้วค่อยใส่ฟักลงไป ปิดฝาหม้ออีกครั้ง รอจนฟักสุกและใสขึ้น  ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า , น้าปลา , ผงชูรส ชิมให้ได้รสชาติ ที่ตัวเองต้องการ เสร็จแล้วใส่ต้นหอม , ใบแมงลัก ,ใบมะกูด , ที่เตรียมไว้ ใส่ลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วปิดไฟ ตักใส่ถ้วยพร้อมรับประทาน  

ที่มา : www.withikaset.com 


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ผัดดอกหอมใส่ไก่ กรุบๆกรอบๆ อร่อยมาก​ เมนูง่ายๆ สไตล์​บ้านๆ

ผัดดอกหอมใส่ไก่ กรุบๆกรอบๆ อร่อยมาก​ เมนูง่ายๆ สไตล์​บ้านๆ

ผัดดอกหอมใส่ไก่

ผัดดอกหอมใส่ไก่


ดอกหอม (Dok-Hom) เป็นพืชล้มลุก อยู่วงค์เดียวกับกระเทียม มีหัวอยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมๆ ลำต้นจะถูกห่อหุ้ม ไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะดาบยาวรี ปลายแหลม ใบกลมข้างในกลวง โคนใบเป็นกาบออกหุ้มสลับซ้อนกันอยู่ ตรงโคนลำต้น มีสีเขียว มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุนแรง ดอกออกเป็นช่อ แทงออกมาจากตรงกลางลำต้น ก้านช่อดอกยาวกลมข้างในกลวง ดอกมีลักษณะแบบซี่ร่ม ทรงกลมแล้วจะบานออก มีดอกย่อยเล็กๆอยู่บนก้านจำนวนมาก กลีบดอกมีสีขาว มีกลิ่นหอม ก้านมีสีเขียว มีรสชาติหวานกรอบ นำมาประกอบอาหาร เมนูต่างๆได้หลายเมนู พันธุ์ดอกหอมที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์หอมหัวใหญ่

ประโยชน์และสรรพคุณดอกหอม

   มีฟอสฟอรัส มีเบต้าแคโรทีน มีวิตามินต่างๆ มีเส้นใย มีไขมัน  มีโพแทสเซียม ช่วยบรรเทาปวดตามข้อ ช่วยรักษาฟกช้ำดำเขียว ช่วยนอนหลับ ช่วยบำรุงความจำ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยบำรุงธาตุ  ช่วยลดอาการปวดอักเสบ แก้ลมพิษ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยรักษาผิวหนังน้ำร้อนลวก แก้บวมแก้ปวดจากพิษ

ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ

วัตถุดิบ

  • ดอกหอม  1 กำ
  • เนื้อไก่ช่องสะโพก 2 ชิ้น
  • รากผักชี 2 ราก
  • พริกไทยขาว ( เม็ด ) 1 ½ ช้อนชา
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงรส

  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ½  ช้อนชา
  • ผงปรุงรส 1 ½  ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ

  • ขั้นตอนแรก ให้ล้างดอกหอมให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2 นิ้ว เสร็จแล้วพักไว้
  • จากนั้นให้นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด แล้วเลาะกระดูกออก จากนั้นให้หั่นเนื้อไก่ตามขนาดที่ต้องการ เสร็จแล้วพักไว้
  • ขั้นตอนต่อมาให้โขลกรากผักชี กระเทียม และ พริกไทย ให้ละเอียด พักไว้
  • จากนั้นให้นำกระทะตั้งไฟ ใช้ไฟกลางในการผัด ใส่น้ำมันลงไปในกระทะ แล้วตามด้วย รากผักชีกระเทียม พริกไทย ที่โขลกไว้ลงไปผัด ให้มีกลิ่นหอม จากนั้นให้ใส่ไก่ลงไปผัดให้สุก เมื่อไก่สุกแล้วให้ใส่ดอกหอมลงไปผัด พอสลด แล้วปรุงรสชาติ ด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ผงปรุงรส ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ชิมรสชาติตามต้องการ เสร็จแล้วปิดไฟ ตักใส่ชามพร้อมรับประทานค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง : Thai Food, www.sarakaset.com
เรียบเรียงโดย : นงนุช





บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง ทำง่ายอร่อยสูตรบ้านๆ

ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง ทำง่ายอร่อยสูตรบ้านๆ

ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง

ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง


สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาทำเมนูอาหาร ผัดหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง ที่ทำง่ายใช้เวลาน้อย มาฝากกันค่ะ ซึ่งวัตถุดิบนั้นหายไม่ยากและราคาไม่แพง สามารถเก็บไว้กินได้หลายมื้อ ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ที่ข้าวของแพงไปเสียทุกอย่าง วัตถุที่ว่า นั่นก็คือ หน่อไม้ดองกับปลากระป๋อง นั่นเอง ซึ่งของเหล่านี้หาง่าย เก็บได้นาน และทุกบ้านต้องมีติดครัวไว้ ยามฉุกเฉินนั่นเอง เรามาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ

ผัดกะเพราหน่อไม้ดองใส่ปลากระป๋อง

วัตถุดิบและส่วนผสม

  • หน่อไม้ดองต้มแล้ว  1  ตะกร้าขนมจีนเล็ก
  • ปลากระป๋อง  2  กระป๋อง
  • น้ำมันพืช  3  ช้อนโต๊ะ  
  • พริกขี้หนูแห้งประมาณ  15 เม็ด
  • พริกขี้หนูสด   15 เม็ด
  • กระเทียม    1  หัว
  • ใบกะเพรา   1  ตะกร้าขนมจีนเล็ก
  • น้ำปลา   2  ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม   2  ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส   1  ช้อนโต๊ะ
  • ผงชูรส หรือ ผงปรุงรส  1- 2  ช้อนชา

ขั้นตอนวิธีทำ

  • เริ่มจากโคลกพริกแห้ง พริกขี้หนูสด กับ กระเทียม ให้ละเอียด แล้วพักไว้
  • จากนั้นให้ทำการตั้งกระทะ ไฟกลางๆ ไม่ต้องแรงมาก แล้วเทน้ำมันพืชลงไป ไม่ต้องรอให้กระทะร้อน
  • นำพริกที่โคลกเตรียมไว้แล้วลงไปผัดในกระทะให้ มีกลิ่นหอม
  • จากนั้นให้เรานำหน่อไม้ดองที่ต้มเตรียมไว้ลงไป ผัดให้เข้ากัน แล้วตามด้วยปลากระป๋อง 2 กระป๋อง ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง
  • เริ่มปรุงรส ด้วย น้ำปลา, ซอสปรุงรส, ซอสหอยนางรม, ผงชูรส หรือ ผงปรุงรส, ผัดให้เข้ากัน ชิมรสชาติ ตามความชอบได้เลยค่ะ
  • ใส่พริกขี้หนูสดประมาณ 10 เม็ด และ ใบกะเพรา ผัดให้เข้ากันอีกครั้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมตักใส่จานรับประทานได้เลยค่ะ

ที่มา : https://www.sarakaset.com

เรียบเรียง : นงนุช




บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 สำหรับเลี้ยงสัตว์

ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1  สำหรับเลี้ยงสัตว์

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นพืชอาหารสัตว์ที่มีการเจริญเติบโตเร็ว ตอบสนองต่อการให้น้ำและปุยดี แตกกอดี แก่ช้า ทนแล้ง ใบและลำต้นอ่อนนุ่ม ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี มีผลผลิตต่อไร่สูง ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 6-7 ปี อีกทั้งมีคุณค่าทางอาหารสัตว์ที่ดีตามที่สัตว์ต้องการ เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องเช่น โคนม โคเนื้อ กระบือ แพะ และแกะ นอกจากหญ้าเนปียร์จะให้ผลผลิตต่อไร่ สูงแล้ว ผลผลิตหญ้าสดที่เหลือจากการเลี้ยงสัตว์ สามารถนำมาเก็บถนอมไว้เลี้ยงสัตว์ได้ในยามขาดแคลนหรือช่วงหน้าแล้ง โดยวิธีการทำหญ้าหมักเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเน่าเสีย



การแปรรูปหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ให้เป็นหญ้าหมัก เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์สำรองในยามที่ขาดแคลนพืชอาหารสัตว์ ทำให้เกษตรกรมีอาหารเลี้ยงสัตว์เพียงพอสำหรับการเลี้ยงสัตว์ตลอดทั้งปี และสามารถลดต้นทุนในการเลี้ยงสัตว์ได้เป็นอย่างดี

ลักษณะทั่วไปของหญ้าเนเปียร์

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นสายพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ใบและลำต้นอ่อนนุ่ม ขอบใบไม่คมและไม่มีขน ตอบสนองต่อการให้น้ำและปุ๋ยดี แตกกอดี แก่ช้า ปรับตัวได้ดีในดินหลายสภาพ ไม่ว่าจะเป็นดินร่วนปนทราย ดินเหนียว หรือดินลูกรัง ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และมีความอุดมสมบูรณ์ ทนแล้ง แต่ไม่ทนน้ำท่วมขัง ต้องการปริมาณน้ำฝน ประมาณ 1,000 มิลลิเมตรต่อปี เมื่อเทียบกับอ้อยที่ต้องการน้ำฝน 1,200-1,500 มิลลิเมตรต่อปี ไม่มีโรคและแมลงรบกวน เก็บเกี่ยวง่าย ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 6-7 ปี เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัด

การเตรียมดินปลูก

ระยะเวลาที่เหมาะต่อการเตรียมดินคือช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ดินมีความชื้นพอเหมาะง่ายกับการใช้อุปกรณ์การเตรียมดินและไม่เสี่ยงกับฝนตกในขณะปฏิบัติงาน การเตรียมดินที่ดีถูกต้องเหมาะสมควรปฏิบัติดังนี้

  • ก่อนไถเตรียมดิน ควรเก็บกรวด หิน ตอไม้ ออกจากแปลงปลูกให้หมด เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ต่างๆ ขณะเข้าทำงานในแปลง
  • ควรประเมินความหนาแน่นรวมของดินหรือชั้นดินดาน เกษตรกรต้องเก็บตัวอย่างดินส่งให้ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินของกรมพัฒนาที่ดินเขตใกล้บ้าน
  • การปรับหน้าดินแปลงปลูกให้ราบเรียบสม่ำเสมอ ช่วยให้พื้นที่มีการระบายน้ำได้ดี การเข้าทำงานในแปลงง่ายและสะดวกขึ้น

ในกรณีที่แปลงปลูกเป็นดินเหนียวให้ใช้เครื่องพรวนโรตรี่มินิคอมบายหรือพรวนเพาเวอร์แฮโร่ส์ ซึ่งติดกับรถแทรกเตอร์ที่มีระบบไฮดรอลิกแบบ 3 จุด ซึ่งพรวนแบบอื่นๆ ไม่สามารถทำให้ดินแตกละเอียดพอที่จะหุ้มตาท่อนพันธุ์หญ้าได้ จึงจำเป็นต้องใช้พรวนแบบนี้มีลักษณะคล้ายจอบหลายๆ อัน ดินอยู่รอบเพลาหมุนและสับดินเป็นก้อนเล็กๆ การเตรียมดินให้ดีละเอียดร่วนชุยตลอดทั้งแปลง ทำให้ท่อนพันธุ์ที่ปลูกมีเปอร์เซ็นต์ความงอกดี ถ้าไม่พรวนเปอร์เซ็นต์ความงอกจะต่ำ  เนื่องจากหน่อหญ้าจากท่อนพันธุ์ไม่สามารถแทงรากลงพื้นดินได้

การเตรียมพันธุ์สำหรับปลูก

  • กรณีที่จะปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่นั้น ควรจัดทำแปลงพันธุ์เอง เพื่อลดต้นทุนการซื้อท่อนพันธุ์และการขนส่งจากแหล่งอื่นพื่อนำมาปลูก สามารถทำให้เราประหยัดต้นทุนได้
  • ควรใช้ท่อนพันธุ์หญ้าเนเปีร์ปากช่อง จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ที่มีการจัดการดูแลแปลงอย่างถูกต้อง อายุของท่อนพันธุ์อยู่ในช่วงประมาณ 90-110 วัน
  • ช่วงหญ้าอายุ 1-90 วัน ควรสำรวจดูแลรักษาแปลงพันธุ์อย่างสม่ำเสมอให้มีการเจริญเติบโตดี ปราศจากโรคแมลง
  • อายุของท่อนพันธุ์ที่ผลิตจากแปลงพันธุ์ที่เหมาะสม อยู่ในช่วงประมาณ 90-110 วัน ท่อนพันธุ์จะเริ่มงอกรากออกมาก่อนและงอกตาตามที่หลัง ระบบรากที่แข็งแรงจะปลูกขึ้นดี ถ้ามีการจัดการดูแลอย่างดีแปลงพันธุ์ 1 ไร่ ตัดแต่ละครั้งให้ผลผลิตได้ประมาณ 15,000 กิโลกรัมต่อไร่
  • เมื่อตัดท่อนพันธุ์แล้ว ต้องปลูกให้เสร็จภายใน 4-5 วัน ถ้าทิ้งไว้จะทำให้ จุดเจริญของรากและตาเสียไป

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1

ฤดูปลูกและวิธีการปลูก

ฤดูปลูก แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ

  • เขตชลประทานหรือเขตที่ให้น้ำได้ ปลูกต้นฤดูฝนระหว่างเดือน เมษายน-พฤษภาคม
  • เขตอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ ปลูกปลายฤดูแล้ง เป็นการปลูกข้ามแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ในพื้นที่ที่เป็นดินร่วนปนทราย

การดูแลรักษาหญ้ามีการเจริญเติบโต 3 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 ระยะงอก เริ่มปลูก – 1 เดือน (1 – 4 สัปดาห์) หญ้าใช้อาหารจากท่อนพันธุ์ และความชื้นในดิน ปุ๋ยรองพื้นช่วยให้รากแข็งแรง
  • ระยะที่ 2 ระยะแตกกอ หญ้าอายุ 1 – 1 เดือนครึ่ง (4 – 6 สัปดาห์) ต้องการน้ำและปุยไนโตรเจนมากเพื่อช่วยให้แตกกอและการเจริญเติบโตของหน่อ
  • ระยะที่ 3 ระยะย่างปล้องและสุกแก่ หญ้าอายุ 1 เดือนครึ่ง – 2 เดือน(6 – 8 สัปดาห์) ระยะที่กำหนดขนาดและน้ำหนักของใบและลำต้น เป็นช่วงที่หญ้าเจริญเติบโตเร็วที่สุด ถึงเก็บเกี่ยวจะเป็นระยะสะสมน้ำตาลจึงต้องการปัจจัยต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโต ทั้งแสงแดด อุณหภูมิ น้ำและปุ๋ย

การเก็บเกี่ยว

เพื่อให้ระบบรากของหญ้าที่ปลูกใหม่มีระยะเวลาเจริญเติบโตแข็งแรง และยึดติดกับดินแน่นหนาพอที่จะไม่ทำให้กอหญ้าถูกถอนขึ้นเมื่อเก็บเกี่ยว ควรเก็บเกี่ยวหญ้าครั้งแรกที่อายุ 3 เดือนหลังปลูกถ้าเป็นหญ้าตอให้เก็บเกี่ยวทุกๆ อายุ 45-60 วัน วิธีการเก็บเกี่ยว ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ ใช้เครื่องเก็บเกี่ยวและใช้แรงงานคน

การทำหญ้าหมัก

หญ้าหมัก หมายถึง พืชอาหารสัตว์ต่างๆ ที่เก็บรักษาไว้ในสภาพความชื้นสูงในที่ไม่มีอากาศ หรือในภาชนะปิดที่ป้องกันอากาศ ซึ่งจะช่วยทำให้คุณค่าทางอาหารของพืชเหล่านั้นคงอยู่ การทำหญ้าหมักจากหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เพื่อเป็นอาหารสำรองในยามที่ขาดแคลนพืชอาหารสัตว์

การทำหญ้าหมัก

ประเภทของหญ้าหมัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หญ้าหมัดสดและหญ้าหมักแห้ง

  • หญ้าหมัดสด คือ หญ้าหมักที่ได้จากการใช้พืชสด มีความชื้นสูงจากการตัดโดยตรงแล้วนำมาหมัก
  • หญ้าหมักแห้ง คือ หญ้าหมักที่ได้จากการใช้พืชสดนำมาผึ่งแดดระยะสั้นเพื่อไล่ความชื้นออกให้เหลือความชื้น แล้วจึงนำมาบรรจุหลุมหมักและต้องสับให้สั้นกว่าชนิดแรกเพื่อให้การอัดแน่นเป็นไปด้วยดี เนื่องจากความชื้นต่ำกิจกรรมจุลินทรีย์ 

การเตรียมการก่อนทำหญ้าหมัก

  • การเลือกพันธุ์หญ้า ควรเลือกพันธุ์หญ้าที่มีแป้งและน้ำตาลมาก เช่น ต้นข้าวฟางข้าวโพด นอกจากนั้นอาจใช้หญ้าเนเปียร์หญ้ามอริชัส หรือหญ้าอื่นๆ ที่มีลักษณะอวบน้ำ แต่การใช้ต้นหญ้าเหล่านี้จำเป็นจะต้องเติมกากน้ำตาลด้วย เพราะหญ้าเหล่านี้มีแป้งเป็นส่วนประกอบน้อย การหมักอาจได้ผลไม่ดีพอ
  • การเตรียมอุปกรณ์ อุปกรณ์ทำหญ้าหมักประกอบด้วยอุปกรณ์การตัด การหั่นหลุมหมัก วัสดุคลุมปิดหลุม เช่น แผ่นผ้าพลาสติกหรือดิน กากน้ำตาล และอุปกรณ์สำหรับขนหญ้าลงหลุมหมักอุปกรณ์การตัดและหั่นหญ้า
  • การเตรียมหลุมหญ้าหมัก หลุมหญ้าหมักมีหลายแบบ เช่น แบบปล่อง ก่อด้วยคอนกรีตสูง 2-3 เมตร หรือมากกว่า แบบหลุมแบบร่องในดินเป็นแบบที่ต้องขุดร่องลึกตามที่ต้องการ แบบหลุมแบบรางบนผิวดินมีลักษณะเช่นเดียวกับแบบร่องในดิน แต่สร้างบนผิวดินแทน ปัจจุบันนิยมทำแบบรางบนผิวดิน เพราะสะดวกต่อการทำงาน




อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหญ้าหมัก

  • มีดสำหรับสับหญ้า
  • ถุงดำหรือถุงพลาสติก เพื่อบรรจุหญ้าสำหรับหมัก
  • สารเสริมที่ทำให้การหมักดีขึ้น เช่น กากน้ำตาล เกลือ เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพของหญ้าหมัก
  • กระสอบยางรัดของ

วิธีการหมัก

  • เริ่มจากการหั่นหรือสับหญ้าสดให้มีขนาด 2-3 เซนติเมตร
  • บรรจุหญ้าสดที่หั่นแล้วลงในถุงพลาสติก อัดให้แน่นเพื่อไล่อากาศออกให้หมด
  • ในขณะที่บรรจุหญ้าลงในถุง ให้ใส่กากน้ำตาลเกลือ ลงไปด้วย โดยแบ่งใส่เป็นชั้นๆ เพื่อช่วยให้การหมักดียิ่งขึ้น
  • ใช้ยางรัดปิดปากถุง ที่บรรจุหญ้าให้สนิท เพื่อป้องกันอากาศและน้ำเข้านำไปเก็บไว้ในที่ร่ม ระวังอย่าให้ถุงมีรอยรั่วซึม
  • หมักไว้ 3-4 สัปดาห์ หญ้าเหล่านั้นจะกลายเป็นหญ้าหมัก นำมาใช้เลี้ยงสัตว์ได้ กรณีเริ่มใช้หญ้าหมัก เลี้ยงควรแบ่งให้วันละน้อยและเพิ่มขึ้นเมื่อสัตว์เคยชิน

ข้อควรระวังในการทำหญ้าหมัก

  • การอัดหญ้าลงในภาชนะที่ใช้หมักต้องอัดให้แน่นเพื่อไล่อากาศที่มีอยู่ในภาชนะออกให้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การหมักเกิดได้ดีและหญ้าหมักเสียน้อยที่สุด
  • การปิดภาชนะที่บรรจุต้องทำให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้าไปในกองหญ้าหมัก
  • เมื่อเปิดภาชนะควรใช้ให้หมดในระยะเวลาอันสั้น และเปิดภาชนะอย่าให้กว้างมาก เพื่อช่วยให้หญ้าหมักเสื่อมช้าลง
  • หญ้าที่มาใช้หมักไม่ควรจะมีความขึ้นสูงมากเพราะจะทำให้เกิดน้ำในภาชนะหมักมากเกินไป และหญ้าหมักเก็บได้ไม่นาน
  • ระมัดระวังหนูหรือแมลงสาบที่จะมากัดภาชนะหรือพลาสติกที่ปิดให้เป็นรู อากาศจะเข้าไปทำให้หญ้าหมักเสียได้

ข้อดีของหญ้าหมัก

  • สามารถทำได้ทุกฤดูกาลและใช้ทุกส่วนของต้นพืชให้เป็นประโยชน์
  • ใช้พื้นที่ในการเก็บรักษาน้อย
  • หญ้าหมักมีลักษณะอวบน้ำสัตว์ชอบกิน
  • ลดอันตรายจากอัคคีภัยและสามารถเก็บรักษาได้นาน

ที่มา : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เอกสารอ้างอิง

  • กรมปศุสัตว์. (2554). หญ้าหมัก, เอกสารแนะนำ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ISBN 974-7608-81-2.(พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ซุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
  • กรมส่งเสริมการเกษตร. (2543). การขยายพันธุ์พืช.กรมส่งเสริมการเกษตร (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก : http://www.sevicelink.doae.go.th/webpage/book%20PDF/innovation/n008.pdf (20 ธันวาคม 2561).
  • ไกรทอง เขียวทอง. (ม.ป.ป.). คู่มือการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก :http://www.dpo.go.th/wp-content/uploads/2015/01.pdf.(20 ธันวาคม 2561).
  • www.sarakaset.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ