บทความเกษตร » มารู้จัก 7 จุลินทรีย์ ที่สำคัญต่อเกษตรอินทรีย์

มารู้จัก 7 จุลินทรีย์ ที่สำคัญต่อเกษตรอินทรีย์

14 มกราคม 2026
8   0

มารู้จัก 7 จุลินทรีย์ ที่สำคัญต่อเกษตรอินทรีย์

7 จุลินทรีย์ ที่สำคัญต่อเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันเกษตรกรจำนวนมากเริ่มหันมาทำ “เกษตรอินทรีย์” กันมากขึ้น เพราะช่วยลดสารเคมีตกค้าง ทั้งคนปลูกก็ปลอดภัย ผู้บริโภคก็สบายใจ แถมยังเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตได้ด้วย

การทำเกษตรอินทรีย์นั้น ทุกอย่างต้องมาจากธรรมชาติ แม้แต่กระบวนการย่อยสลายวัตถุอินทรีย์ในดินก็สำคัญอย่างมาก และหัวใจสำคัญที่ช่วยทำงานเงียบ ๆ ใต้ดินก็คือ “จุลินทรีย์” นั่นเอง

จุลินทรีย์ในดินมีหลายกลุ่ม ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา แอกติโนมัยซีต สาหร่าย โปรโตซัว และไวรัส บางชนิดเป็นประโยชน์ต่อพืช แต่บางชนิดก็อาจทำให้เกิดโรคได้ หากระบบนิเวศในดินสมดุล พืชก็จะเจริญเติบโต แข็งแรง และให้ผลผลิตดีขึ้น

ประโยชน์สำคัญของจุลินทรีย์ คือ ช่วยย่อยอินทรียวัตถุให้กลายเป็นธาตุอาหารที่พืชดูดใช้ได้เร็วขึ้น ส่งผลให้พืชโตไว แข็งแรง และทนทานมากขึ้น

ด้านล่างนี้คือ “7 จุลินทรีย์ ที่สำคัญต่อเกษตรอินทรีย์” ที่พบได้บ่อยในเกษตรอินทรีย์

1. จุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรีย (Bacteria)

จุลินทรีย์กลุ่มนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ที่รวมตัวกันอยู่ในกองปุ้ยหมัก และในหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำขายเป็นการค้า มักมีลักษณะ
รูปร่างของจุลินทรีย์เป็นแบบง่ายๆ 3 รูปแบบคือ กลมเป็นท่อน และเป็นเกลียว อาศัยอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ โดยเฉพาะในดินป่าที่ชื้นมีบทบาทในการย่อยสลายอินทรียวัตถุและปลดปล่อยธาตุอาหารที่สำคัญให้กับพืช

2. จุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อรา (Funji)

จุลินทรีย์กลุ่มเชื้อรามักจะพบในกองปุ้ยหมักเสมอ มักจะพบเติบโตในช่วงแรกๆ ในการหมักปุ้ย และจะพบบริเวณด้านนอกผิวของกองปุ้ยหมักเป็นจำนวนมาก เชื้อรามีประโยชน์ในการย่อยสลายเศษวัสดุอินทรีย์ในกองปุ้ยหมักให้มีขนาดเล็กลงในระยะแรกๆ ของการหมักปุ้ย จุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อราแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ยีสต์ (Yeasts)และราเส้นใย

3. จุลินทรีย์กลุ่มยีสต์ (Yeasts)

ยีสต์เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดกระบวนการหมัก โดยจะเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นเอทิลแอลกอฮอล์และคาร์บอนไดออกไซด์ ปกติยีสต์จะอยู่ที่ผิวหน้าของวัสดุที่หมัก โดยจะเป็นฟองที่ลอยเป็นฝ้าอยู่ที่ผิวของน้ำหมักนอกจากนี้ยีสต์ยังผลิตวิตามินและฮอร์โมนในระหว่างกระบวนการหมักด้วย ยีสต์จะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในค่าความเป็นกรดสูงระหว่าง 4.0-6.5 ดังนั้น ในการหมักเมื่อเกิดกลิ่นแอลกอฮอล์ขึ้น จึงแสดงให้เห็นว่ากระบวนการหมักมีคุณภาพและเป็นการหมักที่สมบูรณ์

4. จุลินทรียกลุ่มที่เป็นราเส้นใย

เชื้อรากลุ่มนี้เป็นจุลินทรีย์ที่มีความหลากหลาย มีความแตกต่างกันมากในด้านขนาดและรูปร่าง อาศัยการสืบพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์ ซึ่งมีทั้งสปอร์ที่อาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ เป็นจุลินทรีย์ที่ต้องการอากาศ พบเห็นอยู่ที่ริมผิวหน้าของน้ำหมักหรือปุ๋ยหมัก

5. จุลินทรีย์แอกติโนมัยชีต

เป็นจุลินทรีย์จำพวกเซลล์เดียว มักพบบนกองปุ๋ยหมัก จะเจริญเติบโตเป็นกลุ่ม เห็นเป็นจุดสีขาวคล้ายๆ ผงปูน หลังจากที่อุณหภูมิของกองปุ้ยสูงขึ้นมาก เชื้อแอกโนมัยชีตนี้มีบทบาทที่สำคัญในการย่อยอินทรียสารเช่น เซลลูโลส ลิกนิน ไคติน และโปรตีน ที่อยู่ในกองปุ้ยหมักขณะที่อุณหภูมิสูง

6. จุลินทรีย์สาหร่าย สีเขียวแกมน้ำเงิน

แตกต่างจากจุลินทรีย์ชนิดอื่น ตรงที่มีคลอโรฟิลล์ มักเห็นเซลล์เป็นสีเขียว เจริญเติบโตได้ดีในนาข้าว สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ถึงประมาณ 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ มักอาศัยพึ่งพาอยู่กับแหนแดง ซึ่งเป็นเฟิร์นน้ำขนาดเล็กๆ ทำให้แหนแดงเป็นปุ๋ยพืชสดอย่างดีในนาข้าว

7. จุลินทรีย์โปรโตซัว (Protozoa)

โปรโตซัวเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็ก ที่จัดได้ว่ามีความสำคัญมากในระบบนิเวศ อาศัยอยู่ในน้ำ ดิน หรือเป็นปรสิตสำหรับชนิดที่เป็นปรสิตบางชนิดอาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของปลวกเพื่อช่วยย่อยเนื้อไม้จุลินทรีย์โปรโตซัวมีความสำคัญมาก เพราะสามารถย่อยสลายอินทรียวัตถุได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันจึงมีเกษตรกรนำเอาจาจปลวกมาหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ เพื่อนำไปย่อยสลายฟางข้าวในนาและทำปุ๋ยหมัก

แม้จุลินทรีย์จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน และช่วยให้พืชแข็งแรง ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารพิษต่าง ๆ

หากเราเข้าใจและใช้จุลินทรีย์อย่างเหมาะสม ดินก็จะอุดม พืชก็เติบโตดี ผลผลิตปลอดภัย ทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน — นี่แหละคือหัวใจของ “เกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน”


บทความอื่นที่น่าสนใจ