บทความเกษตร » การเพาะเห็ดหูหนูบนท่อนไม้ แบบง่ายๆ ลงทุนน้อย ได้ผลดี

การเพาะเห็ดหูหนูบนท่อนไม้ แบบง่ายๆ ลงทุนน้อย ได้ผลดี

10 มิถุนายน 2025
1205   0

การเพาะเห็ดหูหนูบนท่อนไม้ แบบง่ายๆ ลงทุนน้อย ได้ผลดี

การเพาะเห็ดหูหนูบนท่อนไม้

เห็ดหูหนู เป็นเห็ดอีกชนิดหนึ่งที่นิยมบริโภคกันทั่วไป เพราะมีรสชาติดี ลิ่นหอม สามารถรักษาสภาพได้ดีอยู่เสมอ เมื่อนำมาปรุงอาหาร นอกจากนี้ ยังสีสรรพคุณทางยา คือบำรุงกระดูก รักษาโรคเจ็บคอ และแก้อาการร้อนในได้ เห็ดหูหนูที่เพาะในประเทศไทยสามารถแบ่งตามลักษณะเห็ดได้เป็นชนิดต่างๆ ดังนี้

  • เห็ดหูหนูพันธุ์บาง เป็นเห็ดที่เกิดได้ตามธรรมชาติทั่วทุกภาคของประเทศ ลักษณะคอกบาง มีสีน้ำตาลอ่อนหรือสีดำคล้ายเขลลี่ การออกดอกส่วนมากเป็นดอกเดี่ยว ผิวเรียบ ไม่มีขน ทั้งด้านบนและด้านล่างของดอก
  • เห็ดหูหนูพันธุ์หนา จะมีความหนามากกว่าเห็ดขนิดแรกมาก เมื่อตัดของบดอดออกก็จะสามารถลอกดอกเห็ดออกเป็น 2 ชั้นได้โดยงาย โดยผิวด้านบนของหมวกดอกมีลักษณะเรียบ ส่วนผิวด้านล่างของหมวกดอกเป็นริ้วมีขนละเอียด มีสรรพคุณทางยาและคุณค่าทางอาหารสูงกว่าพันธุ์บาง
  • เห็ดหูหนูเผือก เป็นเห็ดที่กลายพันธุ์มาจากเห็ดหนูพันธุ์หนา ลักษณะดอกมีสีขาว รสชาติอร่อยไม่แพ้เห็ดหูหนูพันธุ์หนา 

การเพาะเห็ดหูหนูบนท่อนไม้ มีวิธีการและขั้นตอนการเพาะไม่ยาก เริ่มจาก..

อุปกรณ์

  • สว่านเจาะรูท่อนไม้
  • ฝาหรือจุกพลาสติกปิดรูที่เจาะ
  • ท่อนไม้ เช่น ไม้ยางพารา ไม้กระถิน ไม้แค ไม้ข่อย ไม้งิ้ว ไม้นู่น ไม้ไทร ไม้มะม่วง ไม้ขนุน และไม้ก้ามปู
  • เชื้อเห็ดหูหนู

การเตรียมท่อนไม้ 

ท่อนไม้ที่จะนำมาเพาะเห็ดควรมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-12 ซม. และมีความยาวประมาณ 1 เมตร ควรเป็นท่อนไม้ที่ต้มาใหม่ ๆ และไม่มียาง ถ้าเป็นท่อนไม้ยางพาราควรทิ้งไว้ ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ยางแห้ง

การเจาะรูบนท่อนไม้

โดยทั่วไปใช้วิธีการเจาะ 2 แบบ คือ แบบใช้เหล็กตอกปะเก็นหรือค้อนสำหรับเจาะรูเห็ดหูหนู กับการใช้สว่านไฟฟ้าขนาดดอกสว่านที่ใช้ 4-5 หุน ควรเจาะท่อนไม้ให้ลึกพอประมาณและให้รอยเจาะอยู่ห่างกัน 8-10 ซม. ให้เป็นแถวโดยแต่ละแถวห่างกัน 6-8 ซม. เจาะให้มีลักษณะเป็นแถวสลับแบบฟันปลา

การใส่เชื้อในท่อนไม้ 

ให่้ใช้ลวดแข็งๆ ที่สะอาดและเผาไฟฆ่าเชื้อแล้วตีเชื้อเห็ดที่เจริญบนขึ้เลื่อยให้ละเอียด พร้อมกับค่อนเทใส่รูที่เจาะบนท่อนไม้ จากนั้นให้ใช้ตะเกียบที่สะอาดลนไฟฆ่าเชื้อ แล้วกระทุ้งเชื้อเห็ดที่ใส่ในรูให้เชื้ออัดค่อนข้างแน่น แล้วอุดจุกด้วยยางสำเร็จรูป และใช้ค้อนทุบจุกกยาง ให้แน่นหลังจากนั้นให้อุดด้วยขี้ผึ้งไม่ให้น้ำเช้าไปถูกเชื้อเห็ด

การพักท่อนเชื้อ (การบ่มเชื้อ)

การบ่มหรือพักท่อนเชื้อให้บ่มในที่ร่ม โดยวางท่อนไม้แบบการวางหมอนรถไฟ ให้แต่ละท่อนห่างกกัน 1-2 ซม. หรือจะวางซ้อนกันก็ได้ ในระยะที่บ่มท่อนเชื้อต้องคอยระมัดระวังด้านความสะอาด ความชื้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจำเป็นต้องรดน้ำให้กับท่อนเชื้อบ้าง และควรมีการกลับท่อนเชื้อ โดยนำท่อนเชื้ออยู่ข้างล่างขึ้นข้างบน และท่อนเชื้อที่อยู่ข้างบนลงล่าง หลังบ่มท่อนเชื้อได้ 30-45 วัน เส้นใยจะเจริญเต็มท่อนไม้

การทำให้เกิดดอก

โดยย้ายไม้เข้าโรงเรือนเปิดดอก ซึ่งภายในโรงเรือนจะมีราวไม้สำหรับพาดท่อนไม้ ราวไม้แต่ละนถวห่างกันประมาณ 1.5 เมตร นำไม้ที่ผ่านระชะบ่มเชื้อแล้วมาแช่น้ำประมาณ 12-20 ชั่วโมง น้ำที่ใช้แช่ไม่ควรมีอุณหภูมิประมาณ 13-18 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นให้เห็ดออกดอกเร็วขึ้น และจะทำให้ไม้อ่อนตัวลง หลังจากแช่น้ำแล้วใช้ค้อนทุบตรงหัวไม้เรือนเปิดดอก ใช้ผาพลาสติกคลุมกองไม้ไว้-4 วัน หรือขนกระทั่งออกดอกแต่บางแห่งนิยมคลุมไว้เพียง 1-2 วัน แล้วจึงเปิดพลาสติกออก

ดอกเห็ดจะเกิดขึ้นหลังจากเอาไม้เข้าไปในโรงเรือนแล้วประมาณ 4-5 วัน รดน้ำวันละ 2 ครั้ง และผลผลิตจะเก็บได้หลังจากนั้นไปอีกประมาณ 4-5 วัน ระยะเวลาในการเก็บจะเก็บได้เรื่อย ๆ ประมาณ 10-12 วัน และเมื่อสังเกตว่าดอกเห็ดมีน้อยลงหรือมีแต่ดอกเล็ก ๆ ให้เริ่มต้นขั้นตอนการพักไม้หรือบ่มเชื้อไม้ ทำเช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าไม้จะผุ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกวิธีแล้ว ไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-15 เซนติเมตร ยาว 1 เมตร จะเก็บผลผลิตได้ประมาณ 6-10 กิโลกรัม

การเก็บดอกเห็ดหูหนู

ให้เลือกเก็บเมื่อดอกเห็ดโตเต็มที่แต่ยังไม่สร้างสปอร์ จะได้น้ำหนักเห็ดดีที่สุด ทำการเก็บเห็ดออกจากท่อนไม้มาทั้งกระจุก เพื่อที่จะให้ดอกเห็ดรุ่นต่อไปเจริญออกมาใหม่ได้ และสามารถเก็บดอกเห็ดได้ประมาณ 5-6 เดือน ดอกเห็ดก็จะเริ่มหมด แต่ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดดอกเห็ดอีก โดยใช้ค้อนทุบด้านบนของท่อนไม้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เส้นใยเจริญเติบโตใหม่

การแปรรูปเห็ดหูหนู

นิยมนำมาแปรรูปเป็นเห็ดหูหนูแห่ง โดยนำเห็ดสดที่ลางสะอาดแล้วมาตากแห่งบนแผงไม่ไม่ มุ่งในล่อน หรือกระคงก็ได้ ใช้เวลาในการตากแดดประมาณ 3-4 วัน โดยในวันแรกควรวางเห็ดชั้นเดียวให้ได้รับความร้อนจากแสงแดอย่างทั่วถึง จนเห็ดเริ่มเหี่ยว จากนั้นในวันต่อๆ มาจึงนำเห็ดหลายๆ ถาดมาตากรวมกันในถาดเดียวก็ได้ เห็ดหูหนูพันธุ์หนาจะสูญเสียน้ำหนักประมาณ 7-10 เท่า ส่วนเห็ดหูหนูพันธุ์บางจะเสียน้ำหนักไป 10-14 เท่า ซึ่งโดยเฉลี่ยเห็ดสด 10 กิโลกรัม จะทำเป็นเห็ดหูหนูแห่งไดประมาณ 1 กิโลครัม ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือน โดยไม่ถูกทำลายจากเชื่อรา แมลง และหนู


บทความอื่นที่น่าสนใจ